ค้นหาหนัง

Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย] เต็มเรื่อง ชนโรง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์: Seobok ซอ บก มนุษย์อมตะ (2021)
    ผู้กำกับภาพยนตร์: Yong-Joo Lee
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Lee Yong-ju
    นักแสดง: Park Bo-Gum, Gong Yoo, Jang Young-Nam
    แนว/ประเภท: Action , Sci-Fi , Thriller
    ความยาว:
    วันที่ฉาย: 15 เมษายน 2564


     

     

    มินกีฮอน (กงยู) อดีตสายลับ ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมีแต่ความทรงจำแสนโหดร้ายอยู่ในหัว จนกระทั่งเขาถูกอดีตหัวหน้ามอบหมายให้คุ้มกัน ซอบก (พัคโบกอม) มนุษย์โคลนตัวแรกของโลกระหว่างการส่งตัวไปยังที่ปลอดภัย แต่มันไม่ได้ราบรื่นตามที่คิดเมื่อขบวนขนส่งถูกลอบโจมตี กีฮอน และ ซอบก หนีมาได้แต่ก็มีอันตรายรอพวกเขาอยู่ทุกหัวมุม เมื่อ ซอบก ที่ใช้ชีวิตแต่ในห้องทดลองมาตลอดได้ออกมาเห็นโลกภายนอกเป็นครั้งแรก ขณะที่ กีฮอน ต้องการทำภารกิจให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ทำให้สองคนปะทะอารมณ์กันอยู่เสมอ ซอบก ถูกคนหลายกลุ่มตามล่า เพราะเขาคือ อนาคตของมนุษยชาติแต่ขณะเดียวกันก็เป็นภัยอันตรายอย่างใหญ่หลวง เมื่อต้องเดิมพันด้วยอนาคตของโลก กีฮอน และ ซอบก ต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้

     

IMDB : tt13316722

คะแนน : 6.2

รับชม : 1203 ครั้ง

เล่น : 435 ครั้ง



  •  

    ดีที่ดูเทรลเลอร์ซอบก (서복) ก่อนจะดูตัวหนังเต็ม ทำให้เราคาดการณ์ได้ก่อนว่า หนังจะค่อนไปทางปรัชญาชีวิต และไม่คาดหวังว่ามันจะเป็นหนังแอ็คชั่น โดย Seo Bok คือชื่อของมนุษย์โคลนร่างแรกของมนุษยชาติในเรื่องนี้ รับบทโดย พัคโบกอม (Park Bo-Gum แฟนหนุ่มแห่งชาติ จาก Reply 1988) ส่วน กงยู (Gong Yoo สามีแห่งชาติ จาก Train to Busan) รับบทเป็น Min Ki Heon บอดี้การ์ดที่คอยดูแล Seo Bok แลกกับการเป็นหนูทดลองในการใช้เทคโนโลยีใน DNA ของมนุษย์โคลนนิ่งมารักษาโรคมะเร็งสมองของเขา
     

    หนังมีความยาว 114 นาที 15 วินาที (เกือบ 2 ชั่วโมง) ฉากแอ็คชั่นมีเป็นช่วง ๆ โดยแต่ละช่วงก็ไม่ยิงยาวอะไร เพราะน้อง Seo Bok จะใช้พลังโกงหรือพลังจิตใส่ฝ่ายที่จ้องทำลายน้องตู้มสองตู้มจบ เหมือนน้อง 11 ใน Stranger Things ส่วนใหญ่หนังจึงไปเน้นทางปรัชญาชีวิตมากกว่า เพราะทั้งชีวิต Seo Bok เกิดและโตในห้องแล็บ เพิ่งได้มาสัมผัสชีวิตและเจอโลกภายนอกเป็นครั้งแรก ช่วงนี้หนังก็จะย้วย ๆ หน่อย แต่หนังขายความน่ารักใสใสของพัคโบกอมและความพี่เลี้ยงของโอปป้ากงยู



     

    ในขณะที่ Min Ki Heon ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มาจนใกล้เข้าวัยกลางคน อีกทั้งยังเป็นโรคร้ายที่ทำให้เหลือเวลาอยู่บนโลกนี้น้อยลงเต็มที การเดินทางบนโลกภายนอกของ Seo Bok เหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แถมเขายังมีชีวิตเป็นอมตะด้วยอีก เราในฐานะคนดูและ Min Ki Heon จะได้ร่วมเดินช้าลง หยุดมองข้างทางมากขึ้น และ appreciate กับความสวยงามในชีวิตอีกครั้งผ่านตัวละครมนุษย์โคลนนิ่งคนนี้

    แต่ไม่ว่าโลกจะสวยงามมากน้อยเพียงไร สิ่งที่ทำให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อกลับเป็น “เป้าหมาย” ที่ผลักดันให้คนเรายังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ากับโลกใบนี้หรือกับใครสักคนบนโลก รวมถึงได้เลือกทางเดินของตัวเองด้วยตัวเอง เช่น Dr. Im Se-Eun (Jang Young-Nam จาก It’s Okay to Not Be Okay) ที่อยากเป็นหมอและเลือกเป็นหมอเองได้ หรือพวกเราเองที่ตัดสินใจเองได้ว่า พรุ่งนี้เราจะไปไหนหรือทำอะไรดี แต่ Seo Bok กลับเลือกเป็นหรือเลือกทำอะไรเองไม่ได้เลย นอกจากใช้ชีวิตเดิม ๆ ในห้องแล็บ และพอได้ออกมาข้างนอก เขาก็ไม่มีที่อื่นให้ไป เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะไปไหนดี




     

    Min Ki Heon เหมือนจะเป็นคนแรกและคนเดียวที่ปฏิบัติต่อ Seo Bok เสมือน Seo Bok เป็นมนุษย์จริง ๆ ในขณะที่คนอื่นมองว่าเขาเป็นเพียงสัตว์ทดลองตัวหนึ่ง เพราะเขามีรหัสพันธุกรรมไม่เหมือนคน อัตราการเติบโตไม่เหมือนคน ฯลฯ ซึ่งอันนี้ก็อยู่ที่หลักเกณฑ์ว่าเราจะเอาอะไรมาวัดความเป็นคน อย่างสำหรับเรา เราคิดว่า Seo Bok ยังมีความเป็นมนุษย์มากกว่าคนที่สร้างเขามาเสียอีกด้วยซ้ำ

    เราต่างมองว่าความตายเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะเราต่างยังอยากมีชีวิตอยู่ ยิ่งพอรู้ตัวว่าตัวเองใกล้ตายก็ยิ่งรู้สึกแย่ ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่า ทุกคนเกิดมา ไม่ช้าก็เร็ว ก็ต้องตายอยู่ดี มนุษย์บางคนจึงอยากเป็นอมตะหรือพยายามหาหนทางเอาชนะความตาย แต่สำหรับ Seo Bok ก็คือ การเป็นอมตะก็ทำให้เขารู้สึกแย่ไม่ต่างกัน และคำถามที่น่าสนใจของ Seo Bok ก็คือ ทำไมเราจึงคู่ควรที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้

    หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องความบันเทิงให้กับเรามากมายนัก แต่หนังได้โยนคำถามให้เราหยุดคิดมากมาย จนถึงตอนนี้ เราก็ยังคงนั่งคิดถึงคำถามนั้นวนไป… ชีวิตคืออะไร เราเกิดมาทำไม เรามีประโยชน์หรือโทษอันใดให้กับโลกใบนี้ เรายังมีความสำคัญกับชีวิตคนอื่นหรือคู่ควรกับโลกใบนี้อยู่หรือไม่ หรืออยากลองมีชีวิตอมตะเหมือนซอบกมั้ย ฯลฯ คำตอบของเรามันอาจจะไม่สำคัญก็ได้ แต่เราว่ามันก็สำคัญเหมือนกันที่เราจะตั้งคำถามอะไรแบบนี้กับตัวเองบ้าง เพื่อไม่หลงลืมความเป็นมนุษย์ในตัวเอง