ค้นหาหนัง

ดิว ไปด้วยกันนะ Dew (2019)

ดิว ไปด้วยกันนะ Dew (2019)  เสียงไทย เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดิว ไปด้วยกันนะ Dew (2019)

    ชื่อภาพยนตร์ : ดิว ไปด้วยกันนะ Dew (2019)
    แนว/ประเภท : Romance, Drama, 
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
    บทภาพยนตร์ : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
    นักแสดง : ศุกลวัฒน์ คณารศ, ญารินดา บุนนาค, ภวัต จิตต์สว่างดี, ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์, 
    วันที่เข้าฉายในไทย : 31 ตุลาคม 2562

     

     

    ในปี 2539 “ภพ” (นนท์) เด็กหนุ่มในเมือง “ปางน้อย” ได้พบกับ “ดิว” (โอม) เด็กชายอีกคนที่ย้ายมาจากเมืองเชียงใหม่ ทั้งคู่ผ่านความเป็นคนแปลกหน้ามาสนิทกันอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกและความสัมพันธ์ของพวกเขาเติบโตจนเกินกว่าที่สังคมในยุคสมัยนั้นจะยอมรับ ทั้งคู่จึงต้องคอยปกปิดมันไว้และเฝ้ารอวันที่พวกเขาจะเลือกทางเดินให้กับชีวิตตัวเองได้ แต่ก็กลับมีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาและแยกเส้นทางชีวิตของทั้งคู่ออกจากกัน

    23 ปีต่อมา ภพ (เวียร์) เติบโตเป็นผู้ใหญ่และได้แต่งงานกับ “อร” (ญารินดา) เขากลับมาที่ปางน้อยอีกครั้งในฐานะครูที่โรงเรียนเก่าสมัยมัธยม ที่นั่นเขาได้เจอกับ “หลิว” (ปั๋น) นักเรียนหญิงม.ปลายคนหนึ่งที่มีอะไรบางอย่างทำให้เขานึกถึงเรื่องราวในอดีตที่กลายปมผิดพลาดในใจ และยิ่งเขาอยากกลับไปแก้ไข…

    อดีตที่เจ็บปวดของภพจะถูกรักษาหรือจะทำให้ปัจจุบันพังทลายลง? บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร?

     

IMDB : tt11189708

คะแนน : 7.5

รับชม : 2940 ครั้ง

เล่น : 1010 ครั้ง



  •  

     

    "ดิว ไปด้วยกันนะ" ผลงานเรื่องล่าสุดจากค่ายซีเจเมเจอร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผลงานการกำกับของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติศักดิ์วีระกุล บอกเล่าเรื่องราวความรักต้องห้ามของวัยรุ่นในยุค 90 ยุคสมัยที่การเป็น LGBT ยังเป็นความสัมพันธ์ที่คนในสังคมยังไม่ยอมรับ ความรักของเพศเดียวกันยังคงต้องปกปิดเป็นความลับ นำไปสู่จุดแตกหักของวัยรุ่นชาย 2 คน

     

    มุมมองความรักครั้งใหม่ของมะเดี่ยว-ชูเกียรติ

     

    หลังจากที่มะเดี่ยวห่างหายจากการทำหนังในฐานะผู้กำกับไปพักใหญ่ (ผลงานการกำกับของเขาคือ โปรเจ็ค “ของขวัญ” ในตอน“เมฆฝนบนป่าเหนือ” ในปี 2017) ดิวไปด้วยกันนะ เริ่มต้นขึ้นจากการชักชวนของสตูดิโอผลิตหนังไทยที่กำลังมาแรงอย่างซีเจเมเจอร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งทางซีเจฯ ได้ให้บทภาพยนตร์ต้นฉบับมา แต่ตัวมะเดี่ยวเองมีการปรับเปลี่ยนบทภาพยนตร์เล็กน้อยซึ่งเขาได้มีการพูดคุยและอธิบายเหตุผลในการดัดแปลงดังกล่าว

     

    บทดั้งเดิมนั้นบอกเล่าเรื่องราวของอดีตของหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งไม่สมหวังเพราะชะตาลิขิตกับปัจจุบันที่เขามาพบกับหนุ่มอีกคนซึ่งทำให้เขาคิดถึงแฟนสาวในอดีต แต่ในดิวไปด้วยกันนะ มะเดี่ยวได้เปลี่ยนแปลงบทภาพยนตร์มาเป็นเรื่องของดิวและภพ สองเด็กชายวัยมัธยมปลายในปางน้อยเมืองเล็กๆติดดอยแห่งหนึ่งที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งหัวใจไร้ข้อกำหนดด้วยเพศสถานะจนเมื่อทั้งคู่ต้องแยกทางโดยทิ้งความรู้สึกผิดบาปในหัวใจ ปัจจุบันภพในวัยผู้ใหญ่เดินทางกลับมาปางน้อยเพื่อเป็นครูที่โรงเรียนเก่าซึ่งบรรจุความทรงจำงดงามระหว่างเขาและดิวเอาไว้ที่นี่ที่ทำให้เขาคิดถึงดิวอีกครั้งแม้ว่าขณะนั้นเขาจะมีภรรยาอยู่แล้วนั่นคืออร

     

     

     

    อดีตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน เพราะภพยังคงโหยหาความรักและต้องการความรัก เขายังคงอยู่กับรักแรกที่อาจเคยทำผิดพลาดไป เมื่อเขามีโอกาสอีกครั้งก็ดันเป็นช่วงชีวิตที่มีความรู้สึกผิดและล้มเหลว ในชีวิต ถึงแม้วัยเด็กของหนังจะเป็นความรักที่ต้องห้าม แต่ด้วยวัยและช่วงเวลา โลกของเด็กทั้งสองจึงเต็มไปด้วยความสดใสและแสงสว่างตลอดเวลา แต่พอตัวละครโตขึ้นต่อให้ทุกอย่างมันถูกครรลองคลองธรรม เหตุการณ์ในวัยเด็กมันก็กลับมาเมื่อตัวละครได้มาอยู่ในโลกเดิมๆ ที่เคยเป็นเขา การกลับมาที่ปางน้อยด้วยความรู้สึกล้มเหลวประกอบกับความเครียดมันประเดประดังเข้ามามากๆ เมื่อเจอแสงสว่างจากอดีตส่องเข้ามาเพียงน้อยนิด ภพเลยพยายามที่จะเดินเข้าไปหาแสงนั้น

     

     

    จาก “รักแห่งสยาม” ถึง “ดิวไปด้วยกันนะ” เพราะช่วงเวลาต่างความรักจึงแตกต่าง

     

    ถึงแม้ว่าคนทั่วไปจะมีโอกาสได้ชม “รักแห่งสยาม” กันมาแล้ว ซึ่งหนังเรื่องดังกล่าวได้ตั้งคำถามถึงความรักของเด็กหนุ่ม เช่นเดียวกันกับ ดิวไปด้วยกันนะ ที่จะพาคนดูไปสำรวจ เพศสถานะนี้ในสังคมไทยชนบทของเด็กมัธยมชายช่วงพ.ศ.2539 อันเป็นช่วงเวลาที่สังคมยังไม่เปิดรับเรื่องความหลากหลายทางเพศมากนัก มะเดี่ยวได้กล่าวถึงตัวละครในหนังเรื่องนี้ว่า “ความรักในเพศเดียวกันในยุคนั้นมันเป็นความผิดร้ายแรงประเด็น LGBT ในหนังเรื่องนี้บางทีเด็กรุ่นนี้อาจจะไม่เก็ตแน่นอนเพราะเราผ่าน ‘รักแห่งสยาม’ มาแล้ว (หัวเราะ) แต่ถ้าคนรุ่นเดียวกับเรา (ช่วงอายุ 25-40 ปี) ดูน่าจะรู้สึกอะไรบางอย่างซึ่งมันเป็นเรื่องจริงและเคยเกิดขึ้นจริงๆในสังคมที่เราเคยผ่านมาเขาปฏิบัติกันแบบนั้นเป็นแล้วต้องรักษาเพราะเมื่อก่อนเรื่องโรคเอดส์มันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากใครเป็นกะเทยมีความเสี่ยงจะเป็นเอดส์ทันที”

     

     

    เมื่อหนังมีช่วงเวลาสำคัญเป็นสังคมมัธยม พ.ศ.2539 มะเดี่ยวจึงเลือกที่จะเล่าหนังในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยทิศทางแบบหนังวัยรุ่นไทยยุค 90s อันเป็นยุคทองของหนังกลุ่มนี้ “เราโตมาในยุคนั้นและเราก็มองโลกในมุมที่สดใสหนังวัยรุ่นในยุคนั้นมันใสมากเลยนะมันไร้เดียงสามันกล่อมเกลาให้เราเป็นคนดีไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเลวร้ายแค่ไหนก็ตามแต่สุดท้ายมันจะปลูกฝังให้เราเป็นคนดีทำให้เรามองโลกสดใสมีเพื่อนมีคนรักมีครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้างดราม่าแค่ไหนสุดท้ายก็จะจบสวยรู้สึกว่าจริงๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครน่ะมันหม่นแต่เราอยากให้โลกมันสดใสในแบบหนังที่เราเคยดู ‘หวานมันส์ฉันคือเธอ’ ‘แบบว่าโลกนี้มีน้ำเต้าหู้กับครูระเบียบ’ ‘กระโปรงบาน..ขาสั้น’ หรือแม้กระทั่ง ‘บุญชู’ ในหนังพวกนี้ไม่ได้พูดถึงคนที่มีเพศสภาพนี้เลยนะถ้ามีก็เป็นตัวประกอบตลกโปกฮาเราเลยเอาสีสันแบบนั้นมาแล้วเอาตัวละครเราไปอยู่ตรงนั้นได้สร้างโลกใหม่ให้กับตัวละครชายรักชายขึ้นมาในยุคนั้น”

หนังแนะนำ GOVMOVIE