ค้นหาหนัง

The Forgotten Battle สงครามที่ถูกลืม (2021) [บรรยายไทย]

The Forgotten Battle สงครามที่ถูกลืม (2021) [บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : The Forgotten Battle สงครามที่ถูกลืม (2021) [บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์ : The Forgotten Battle สงครามที่ถูกลืม (2021)
    แนว/ประเภท : ดราม่า, สงคราม
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Matthijs van Heijningen Jr.
    บทภาพยนตร์ : Paula van der Oest, Jesse Maiman, Pauline van Mantgem
    นักแสดง : Gijs Blom, Jamie Flatters, Susan Radder
    วันที่ออกฉาย : 14 ธันวาคม 2020




    ภาพยนตร์ที่บอกเล่าชีวิตอันน่าสะเทือนใจของสามหนุ่มสาว สามชีวิตในเหตุการณ์ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างตรงไปตรงมา และยากจะลืมเลือน ด้วยการแสดงที่เป็นธรรมชาติ บทของเรื่องที่ร้อยเรียงให้หนังความยาวกว่าสองชั่วโมงมีความหมายและประวัติศาสตร์อย่างไม่น่าเบื่อ ด้วยโปรดักชั่นที่จัดเต็มไม่หวือหวาและการถ่ายทำที่สวยในทุกเฟรม และเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง แม้บทสรุปจะค่อนข้างสูตรสำเร็จตามฉบับหนังสร้างจากเรื่องจริงในสงคราม และเน้นดราม่าของตัวละครมากกว่าฉากหลังสงครามใหญ่ก็ตาม


     

IMDB : tt10521092

คะแนน : 7.5

รับชม : 917 ครั้ง

เล่น : 305 ครั้ง



  •  

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า The Forgotten Battle มีองค์ประกอบและบรรยากาศที่คล้ายกับหนังสงครามฟอร์มใหญ่ อย่าง "Dukrik" ของ "คริสโตเฟอร์ โนแลน" ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่มีการแบ่งเรื่องราวสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปของ 3 ตัวละครในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กับงานออกแบบศิลป์ต่างๆ ที่ออกมาเหมือนกับมีแรงบันดาลใจ แต่ก็นับว่าเป็นการทำการบ้านเก็บรายละเอียดโทนของสงครามโลกเอาไว้ได้ค่อนข้างพอใจ

    การเล่าเรื่องของหนังก็ถือว่าสร้างความน่าสนใจเอาไว้ได้ไม่เบา ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงมุมมองของสงครามอีกมุมที่ไม่ค่อยมีผู้ใดกล่าวถึงสักเท่าไหร่ เพราะเรามักจะได้เห็นเรื่องราวไม่มุมทหารฝั่งอังกฤษ ก็เป็นฝั่งทหารเยอรมันนาซี แต่ในหนังเรื่องนี้ถ่ายทอดผ่านคาแรกเตอร์ที่มีฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายพลัดถิ่นที่ถูกยึดครองอยู่ภายใต้ฝ่ายอักษะ เป็นหนังที่ดราม่าสงครามที่มีประเด็นชัดเจน และพาคนดูรู้สึกกดดันไปตามสถานการณ์ด้วยตลอด 2 ชั่วโมงของหนัง





     

    The Forgotten Battle เป็นโครงการหนังที่สร้างขึ้นโดยองค์กรภายใต้รัฐบาลของเนเธอร์แลน์, ลิทัวเนีย และเบลเยียม ทำให้เราอาจจะไม่ได้คุ้นหน้านักแสดงในเรื่องสักเท่าไหร่ ที่ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นนักแสดงรุ่นใหม่แต่ฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว เริ่มต้นที่ "กิว บล็อม" นักแสดงหนุ่มชาวดัตซ์ที่ผลงานมาตั้งแต่ยังเด็กๆ แน่นอนว่าฝีมือของเขาจัดจ้านและกล้องยังรับเสน่ห์การแสดงของเขาได้เป็นอย่างดี บทบาทที่เขาได้รับการยังส่งเสริมต่อตัวหนังได้ดีด้วย

    ถัดมาก็คือดาราหนุ่มดาวรุ่ง "เจมี่ แฟลตเตอร์ส" ที่ถือว่าเป็นหน้าใหม่ที่น่าจับตามองไม่เบา แม้ว่าการแสดงในหนังเรื่องนี้นั้นเขาได้เพื่อนๆ นักแสดงมาช่วยเอื้อหนุนบทบาทเอาไว้ แต่เขาก็คือว่ารับหน้าที่และบทบาทในส่วนของตัวเองได้เป็นอย่างดี ขณะที่อีกคน "ซูซาน แรดเดอร์" นักแสดงสาวชาวเนเธอร์แลนด์ เธอไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการแต่อย่างใด เพราะมีประสบการณ์การแสดงมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เมื่อมาในหนังเรื่องนี้อินเนอร์การแสดงของเธอมาเต็มๆ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นโมเมนต์ที่ต้องเล่นและเข้าฉากเพียงลำพัง แต่การถ่ายทอดอารมณ์ที่เธอแบกรับอยู่ก็ทำได้ดี

    แต่หนังก็ยังมีนักแสดงสมทบที่น่าสนใจและพวกเขาก็ทำได้ดีไม่เบา ไม่ว่าจะเป็น "ยัน บิจวูต", "ธีโอ บาร์คเลม-บิกส์", "สก็อตต์ รีด" และ "ทอม เฟลตัน" ที่เราคุ้นเคยเขากันดีใน Harry Potter ด้วยเนื้อหาของหนังที่ค่อยๆ บีบคั้นขึ้นเรื่อยๆ ตามสถานการณ์สงครามที่เพิ่มแรงกดดันทีละน้อย หนังสามารถถ่ายทอดมุมมองของสงครามที่ค่อนข้างเข้าถึงผู้ชมได้มากกว่า เพราะทุกตัวละครเป็นเพียงชาวบ้านและทหารชั้นผู้น้อยที่มีความติดดินรากหญ้าที่ส่งเสริมตัวหนังได้ค่อนข้างดี





     

    แต่อย่างไรก็ตาม The Forgotten Battle ก็ยังไม่ถึงกลับเป็นหนังสงครามที่สมบูรณ์ระดับมาสเตอร์พีช แต่เป็นหนังที่มีความเอพิคท่ามกลางบรรยากาศที่กระตุ้นอารมณ์ผู้ชมแทบจะทุกนาที หนังอาจจะมีความยืดเยื้อประปรายในหลายๆ จุด แต่ก็ยังไม่ค่อยทำให้ผู้ชมหลุดออกจากไปท้องเรื่องของหนังเท่าไหร่ และยังเพิ่มระดับความหดหู่ใจคล้อยไปตามบรรยากาศในความสิ้นหวังของสงคราม

    ผลงานการกำกับของ "แมทไซส์ วาน เฮนิงเก้น จูเนียร์" (จากหนัง The Thing) ที่ถือว่าคัมแบ็กกลับมาทำหนังเรื่องยาวอีกครั้งในรอบเกือบทศวรรษ ถือว่าถ่ายทอดออกมาได้ดี หลายๆ องค์ประกอบของหนังทำได้ถึง แม้ว่าจะเน้นความเป็นดราม่า มากกว่าความยิ่งใหญ่ของฉากสู้สงคราม แต่หนังก็ยังสร้างความยิ่งใหญ่ได้จากความดราม่าเหล่านี้ โดยเฉพาะฉากแบทเทิลช่วงท้ายของหนัง และยังต้องขอบคุณความเข้มข้นและหนักแน่นของโครงเรื่องของหนังเรื่องนี้เป็นแน่แท้

    โดยภาพรวม The Forgotten Battle ถือว่าเป็นหนังดราม่าสงครามที่ค่อนข้างกินใจ ไล่อารมณ์ของผู้ชมขึ้นไปเรื่อยๆ องค์ประกอบของหนังทำออกมาได้ดีในหลายส่วน งานออกแบบฉากสงครามถือว่าทำได้สมจริง งานออกแบบเสียง งานตัดต่อภาพ และถ่ายภาพต่างๆ ทำออกมาได้น่าพอใจ อีกทั้งยังมีบทหนังที่ค่อนข้างเข้มข้นไม่เบา แม้ว่าจะยังไม่ใช่บทหนังที่ดีที่สุด แต่หนังกับสร้างความทรงพลังออกมาได้อย่างพึงใจได้ระดับหนึ่ง