ค้นหาหนัง

Krabi, 2562 กระบี่ ๒๕๖๒ (2019) [ พากย์ไทย ]

Krabi, 2562 กระบี่ ๒๕๖๒ (2019)  [ พากย์ไทย ] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Krabi, 2562 กระบี่ ๒๕๖๒ (2019) [ พากย์ไทย ]

    ชื่อภาพยนตร์ : Krabi, 2562 กระบี่ ๒๕๖๒
    แนว/ประเภท : Documentary
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Ben Rivers,  Anocha Suwichakornpong
    บทภาพยนตร์ : -
    นักแสดง : Arak Amornsupasiri,  Nuttawat Attasawat,  Oliver Laxe
    วันที่ออกฉาย : 29 May 2020

     

     

    กระบี่สำหรับชาวโลกคือเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทรัพยากรอันงดงาม และสำหรับใครบางคน มันบรรจุความทรงจำและบาดแผลอันเจ็บปวด ...เขาคือดาราที่หวังจะแวะมากระบี่เพื่อทำภารกิจแล้วจากไป แต่มันกลับเปิดประตูสู่ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ส่วนเธอนั้นมาเพื่อค้นหาความจริงของชีวิตแต่กลับได้เผชิญหน้ากับอดีตแสนเจ็บปวด

     

    ICA | Krabi, 2562

IMDB : tt10696320

คะแนน : 6.4

รับชม : 3451 ครั้ง

เล่น : 867 ครั้ง



  •  

     

    กระบี่ เมืองสวยด้วยเปลือก ตัดต่อลดทอนเอาจนให้งามนักแล

    -เปิดเผยเนื้อหาสำคัญเพื่ออรรถรส-

     

    Krabi, 2562 ณ พื้นที่รอยต่อของคนใน-คนนอก และเรื่องจริง-เรื่องแต่ง | THE  MOMENTUM

    1). โบราณครั้งอดีตกับความเป็นมา(ของหนัง)แสนฉงน

    “กระบี่ เป็นเมืองอยู่เหนือกาลเวลาเนอะ” คำแรกในหัวผุดออกมาหลังจากที่หนังจบ ทำให้เราสาระแนไปขุดไปคุ้ยประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ต่อ

    กระบี่จัดเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานค้นพบหลักฐานการเคลื่อนย้ายของมนุษย์โบราณในภาคใต้ซึ่งมีอายุระหว่าง 27,000 - 37,000 ปี และมีภาพเขียนสีในถ้ำ ทำหน้าที่เสมือนสมุดบันทึกทางประวัติศาสตร์ก็อยู่ที่นั่น

    ประมาณช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และ ต้นปีศตวรรษที่ 20 หมู่คนจีนต่างอพยพเข้ามาอยู่ในไทยเพื่อหางาน ก่อนจะมาตั้งหลักทางตอนใต้ กาลเวลาผ่านไป กลุ่มคนจีนต่างมีฐานะจากการขายน้ำมันปาร์มและเหมืองแร่ยิปซัม เหล่ากลุ่มคนมีฐานะหลายคนยังคงใช้ภาษาจีนและตั้งอสังหาริมทรัพย์ กลืนกับคนท้องถิ่นได้อย่างดิบดี อีกอย่าง จังหวัดกระบี่ อยู่ใกล้กันคนมาเลเซีย การไปมาหาสู่ของคนอิสลามในภาคใต้ จังหวัดนี้จึงมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ

    ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การเข้ามาของคนต่างชาติ (แน่นอนว่าคนอเมริกัน) ทำให้เกิดการทำมาค้าขึ้นโดยเฉพาะในแถบชายหาด ยิ่งพ่วงด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ยิ่งชวนตื่นตาตื่นใจใหญ่

    ผู้กำกับ เบน ริเวอร์ส ที่กำกับร่วมกันในเรื่องนี้ ถูกเชิญมาไทยครั้งแรกเป็นศิลปินรับเชิญในงานศิลปะ Thailand Biennale ในปี 2018 ที่จังหวัดกระบี่ ด้วยความที่เขาไม่อยากทำคนเดียว เลยติดต่อทางค่ายปลาไหลไฟฟ้า ซึ่งมีพี่ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ มาร่วมงานเกิดเป็นโปรเจกต์ชวนเหวอในเรื่องนี้

    2). พล็อตสองพล็อต กับ สี่ปากคำชาวบ้าน

    ลักษณะการดำเนินเรื่องของ”กระบี่ 2562” ยังคงคล้ายกับหนังรางวัลเรื่องก่อนของพี่ใหม่ เรื่อง”ดาวคะนอง” ซึ่งเล่าด้วยตัวละครสามเส้นเรื่องพร้อมๆกันและสลับกันดั่งความทรงจำทับซ้อนจนพัง เพียงแต่”กระบี่” เพิ่มเติมส่วนของสารคดีไปด้วย

    ในส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องได้แก่ ส่วนแรกเป็นส่วนของหนังเล่าเรื่อง ส่วนที่สองเป็นส่วนของสารคดี ขอเริ่มที่ส่วนหนังเล่าเรื่องก่อน

    นักแสดงหนุ่ม (แสดงโดย เป้ อารักษ์) หน้าตาดี จากภาคกลาง เขารับจ็อบมาถ่ายงานโฆษราที่ชายหาดแห่งหนึ่งในกระบี่ เขาใส่ชุดมนุษย์ยุคหิน ปรากฎดันเจอมนุษย์ยุคถ้ำจริงๆจะเป็นอย่างไร

    อีกส่วนว่าด้วยเรื่องของ หญิงสาว (แสดงโดย นุ่น ศิรพันธ์) เดินทางมากระบี่ จ้างไกต์สาวเพื่อทำงาน โดยบอกว่าหาโลเคชั่น พอดำเนินเรื่อยๆเท่าไหร่ ไกต์สาวเริ่มไม่มั่นใจว่าสาวหาที่ถ่ายทำหน้าคนนี้มองหาอะไรอยู่กันแน่

    หากมองแบบขำๆว่ามันเป็นการมองความเอ็กโซติกของคนชนชั้นกลาง มันก็จะให้ความหมายที่ต่างออกไป ลองมามองใหม่จะเป็นแบบนี้

    ฝั่งชายหนุ่มมาถ่ายทำในดินแดนที่แปลก ขายความน่าเที่ยวของชายหาด ใส่ชุดมนุษย์ยุคถ้ำเหมือนคอสเพลย์เด็กเล่น ก่อนจะเจอมนุษย์ถ้ำ ซึ่งเป็นเสมือนคนพื้นเมืองที่มีอยู่แต่น้อยคนจะได้เห็น ประเด็นคือคนจากส่วนกลางที่เรียกว่า”เมืองกรุง”เห็นของจริงแล้วรู้สึกอย่างไร

    หญิงสาวปริศนาที่เหมือนมาพักร้อน พาคนดูติดตามสถานที่ๆเธอและไกต์พาไป ตั้งแต่ เกาะถ้ำอ่าวพระนาง (ที่เธอบอกมาทำงานหาสถานที่ถ่ายหนัง) , โรงแรมเก่า (เธอบอกว่ามาทำงานการตลาด) , บ้านไม้กลางทุ่งของลุง (เธอบอกว่าบอกดูข้างในหน่อย) จนถึง โรงหนัง (เธอบอกว่ามันเป็นที่ๆแม่เธอเคยมาพร้อมส่งรูปให้เจ้าของโรงหนังดู)

    เราว่าตัวละครหญิงปริศนาน่าจะใกล้เคียงกับคำว่า”ผี”มากที่สุด เธอเหมือนจะไปไหนอิสระของเธอก็ได้ ถามเด็กนักเรียนว่าอะไรดีอะไรเด็ดที่กระบี่ ก่อนจะเดินหายเงียบไปในสถานที่แต่ละที่ ซึ่งหนังมีช็อตหนึ่งตรึงเรามาก เมื่อหญิงสาวนั่งอยู่ปลายเรือ เรือค่อยๆพาเธอเข้าไปในถ้ำ ความมืดในนั้นค่อยๆกัดกันเธอจนหายเข้าไปในความมืด

    หากเทียบตัวละครชาย-หญิงในส่วนนี้ ถึงแม้หนังจะไม่มีบทสรุปเส้นเรื่องคนแสดงอย่างชัดเจน ตัวละครทั้งสองต่างจมอยู่กับโมเม้นต์ของเมืองกระบี่ไปด้วยกัน ( ฝ่ายชายจมอยู่กับงานกองถ่ายที่เหมือนเสร็จ แต่ก็ดูไม่เสร็จดี - ฝ่ายหญิงมาดูโรงหนังก่อนจะหายไปตลอดกาล โดยไม่ได้ใส่ใจจะไหว้เจ้าที่โรงหนังเสียด้วยซ้ำ)

    สองเส้นเรื่องจึงเหมือนการบันทึกการท่องเที่ยว ถ้าไม่เชิงการค้า (เป้ อารักษ์มาถ่ายโฆษณาที่กระบี่เพื่อขายของ ขายความแฟนตาซีของตัวเกาะ) ก็ความพึ่งพอใจส่วนตัว (นุ่น ศิรพันธ์ เหมือนมาเที่ยวดื่มด่ำสถานที่ โดยไปยุ่งกับคนเพื่อเอาข้อมูลไปทำอะไรบางอย่าง)

    ทีนี้มาดูถึงส่วนของสารคดีกันบ้าง มีอยู่ทั้งหมดสี่คน ได้แก่ ลุง อดีตนักมวยชื่อดังที่ต่อยกี่ยกชนะทุกยก , คนดูแลโรงแรม ที่บอกเห็นผีที่โรงแรมแต่ต้องทำเป็นมองไม่เห็น , คนดูแลโรงหนังมหาราช ซึ่งปัจจุบันร้างกิจการ เคยเห็นวิญญาณผู้หญิงเดินในบริเวณบันได และ ไกต์สาว ผู้บอกตำนานของอ่าวพระนาง/เรื่องเล่าสาวมาหาโลเคชั่นถ่ายทำ ดีลไว้สามวัน ปรากฎวันที่สาม สาวคนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่ทราบสาเหตุ

    ตอนเราถามพี่แม่น้ำว่าหนังถ่ายส่วนไหนก่อน คำตอบที่แน่ชัดคือ ถ่ายส่วนคนแสดงก่อน แล้วค่อยถ่ายสารคดีทีหลัง แต่ที่น่าสนใจคือในส่วนหนังเล่าเรื่อง ได้นำบุคคลในสารคดีมาเล่นในหนังด้วย โดยเฉพาะในส่วนของนุ่น ศิริพันธ์ เนี่ยสิ นุ่นเป็นคนถามข้อมูลคนเหล่านั้นไปด้วย แต่คำตอบที่ส่งให้คนท้องที่นั่นต่างเป็นข้อมูลไม่เป็นชิ้นไม่เป็นอัน มันเลยเหมือนโดนพี่นุ่นรีดไถข้อมูลขอของดีประจำจังหวัด ก่อนที่จะถูกจับไปสอบถามในสารคดีต่อ

    เราเลยถามต่อว่าบุคคลเหล่านี้คัดเลือกกันยังไง พี่แม่น้ำตอบกลับว่าเขาให้คนที่เล่นเป็นไกต์ทำหน้าที่เหมือนแคสติ้งไปด้วยเพราะเป็นคนในพื้นที่ บอกช่วยหาบุคคลที่น่าสนใจมาหน่อย ผลลัพธ์ที่ได้คือได้คนดูแลโรงหนังและโรงแรมมา ส่วนลุงนักมวยหาได้จากตัวสถานที่แทน

    จุดตรงนี้เองที่พาให้เรารู้สึกว่าในฐานะของหนัง ก็ทำหน้าที่เก็บ”ของ”ไปให้คนต่างชาติเช่นกัน เพราะงาน Thailand Biennale ก็เหมือนกับงานโชว์ของ อ้าแขนเปิดรับ”คนนอก” ให้ใช้พื้นที่เชิงสร้างสรรค์ออกมาเป็นตัวงาน อีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นการโปรโมตการท่องเที่ยวไปในตัว

    “กระบี่ 2562” เหมือนเมืองรวมของฮิต ของเด็ด และถูกบันทึกไว้ด้วยกล้อง ผ่านมันสมองของผู้กำกับ และถูกคัดสรรผ่านมือคนตัดต่อหนังอีกที ส่วนพื้นที่งานก็อำนวยพื้นที่โดยคนท้องถิ่น ซึ่งต้องการขยายพื้นที่ทางวัฒนธรรมและทำให้ดู”พิเศษ” เหนือกว่าคำว่า”จังหวัดกระบี่”จริงๆ

    3). ความเชื่อ เรื่องเล่า ผี การถูกตัดทอน โดยไม่รู้ตัว จนลืมว่าเป็นใคร

    ภายในหนัง หลายครั้งพาเรานึกว่าดูหนังพี่เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล อยู่เป็นครั้งคราว จากการที่หนังมีเรื่องเล่าเยอะ ประวัติศาสตร์ก็มาก ตำนานก็แยะ เหมือนคนดูได้ไปผจญภัยในเรื่อง แต่สิ่งที่เราพบว่ามันต่างจากงานพี่เจ้ยอย่างหนึ่ง พี่เจ้ยจะเลือกบันทึกให้ประวัติศาสตร์ยังอยู่ แต่”กระบี่ 2562” เลือกจะลดทอนออกด้วยเป้าหมายบางอย่าง

    มาดูส่วนเรื่องเล่า เรื่องที่โดดเด่นจนเห็นได้ชัดได้แก่ ตำนานอ่าวพระนาง เล่าเรื่องของสองตายายต่างขออธิษฐานขอลูกจากพญานาค ถ้าเป็นลูกสาวจะจับแต่งงานกับเขา และแล้วพอวันที่ลูกสาวเติบใหญ่ เธอเลือกแต่งงานกับชายอื่น พาลพาพญานาคโกรธเลยจำแลงกายเป็นมนุษย์ ทำลายงานแต่งของเธอ คนทรง (บางตำนานว่าเป็นฤๅษี) เห็นสถานการณ์ควบคุมไม่ได้จึงสาปทุกสิ่งให้กลายเป็นหินเสียหมด สาวเจ้าเรื่องกลายเป็นถ้ำนางในปัจจุบัน

    ที่แปลกใจคือ หนังเลือกที่จะไม่เล่าประวัติศาสตร์หรือเรื่องเล่าความเป็นมาของชื่อและสัญลักษณ์จังหวัดกระบี่

    เดิมกระบี่เป็นเมืองบันไทยสมอหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตร ใช้ลิงเป็นตราของเมืองซึ่งขึ้นตรงกับเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีชื่อเรียกว่า“แขวงเมืองปกาไส” ต่อมารัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าและสถาปนาชื่อเมืองใหม่ว่า”จังหวัดกระบี่”

    ในส่วนตำนานเล่าสืบต่อมานานว่า ชาวบ้านขุดพบมีดดาบโบราณเล่มหนึ่งนำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ไม่นานก็ค้นพบกระบี่โบราณใหญ่ จึงมอบแด่เจ้าเมืองกระบี่ เมื่อเจ้าเมืองเห็นว่าดาบโบราณเหมาะแก่การเป็นดาบคู่บ้านคู่เมือง ดูมีความสิริมงคล แต่เมืองไม่เสร็จดี เลยจึงเก็บไว้ที่ถ้ำขนาบน้ำหน้าเมืองแทน โดยวางดาบไขว้ จึงเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกระบี่ โดยมีทะเลประกอบอยู่ด้านหลังดาบ

    ถึงแม้หนังไม่ได้เล่าประวัติศาสตร์หรือตำนานของจังหวัด แต่ตัวโปสเตอร์ที่เป็นภาพดาราหนุ่มใส่ชุดมนุษย์ยุคถ้ำโดยมีเกาะหน้าคนยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งไม่รู้ว่าตั้งใจหรืออย่างไร มันก็ดูยั่วล้อไปกับประวัติศาสตร์และตรา กลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวเหนือจริงแบบเต็มสูบ

    อันนี้คือลดทอนตำนานลงเหลือแต่สิ่งที่เด่นขึ้นมาใช้เล่าเรื่อง

    รองลงมาคือเป็นเรื่องผี จากการสอบปากคำ เราชอบการมีอยู่ของผีในเรื่อง ถึงแม้เราจะมองไม่เห็น แต่มันจะปรากฎผ่านคำพูด ผสานภาพฟุตเตสในเรื่อง ทำให้รู้สึกว่าสถานที่ทุกที่เป็นที่อยู่ของผี แต่ที่ชอบที่สุดคือ มันมีซีนหนึ่งขณะผู้ดูแลโรงหนังถูกสัมภาษณ์ผู้เรื่องผี ตัวละครนุ่นก็โผล่ออกมาไม่ต่างจากผีในคำพูด เราเลยมานั่งคิดดูว่า”คนเรา”ก็เหมือนผีในฉากที่ว่อนวนเวียนอยู่ สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือสถานที่ๆพัฒนาไปเรื่อยๆ กับ ตำนานที่บอกเล่าภายในเรื่องเท่านั้น

    ขณะเดียวกัน เรามองผีได้อีกแบบคือ สถานะ”ผี” เกิดขึ้นได้จากตัดทอนให้สิ่งที่เล่า”ไม่ปรากฎในฉาก” (Off Screen) มีเพียงแต่เสียง เช่น ฉากเปิดด้วยเหล่าเด็กประถมเคารพธงชาติ เราเห็นพิธีกรรมที่มีอยู่ เราเห็นเพียงผู้กระทำตามคือเหล่าเด็กๆ ,ภาพเป็นประชาชนเดินในตลาด แต่มีเสียงทหารชายหญิงวิ่งไปมา โดยไม่รู้ที่มา เป็นต้น เสียงเหล่านี้เป็นตัวสร้างบรรยากาศ ดูมีอำนาจบางอย่างต่อสถานที่อีกด้วย

    ยิ่งไปกว่านั้น โดยตัวงานศิลปะ Thailand Biennale มีส่วนที่ไม่ได้เล่า เช่น มีแผ่นเหล็กจำนวนมากถูกแขวนไว้กับไม้จนเหมือนโมบายขนาดใหญ่ พี่แม่น้ำบอกว่าศิลปินต่างชาติคนหนึ่งนำเหล็กจากรองเท้าทหารมาทำเป็นงานศิลปะดั่งกระจกสะท้อนตัวตน , มีการเผยชิ้นส่วนฉากหนังสั้นเรื่อง”กำเนิดหอยทากทอง”ของ พี่เข้ จุฬญาณนนท์ ศิริผล ที่มีการนำตำนานเรื่องตำนานเขาขนาบน้ำมาตีความใหม่ ซึ่งตัวงานก็ถูกแบนจากเทศกาล Thailand Biennale ด้วยเหตุว่า”มันไม่เหมาะสม”

    เราจึงสรุปส่วนรองได้ว่า เรื่องเล่า”ผี”ใน กระบี่ 2562 ไม่ได้ทำงานแค่เรื่องเล่า แต่ด้วยการตัดต่อและการตัดทอน ผีมีสกิลเพิ่มในฐานะอำนาจที่มองไม่เห็นและถูกผู้สร้าง(หรือผู้กำกับ)เอามาซ้อนทับเรื่องราวอีกที

    เมื่อมองภาพรวม เราว่า”กระบี่ 2562” มีความแยบยลเกี่ยวกับการ”เลือก” เพื่อตั้งคำถามสิ่งที่มีอยู่ สิ่งที่คัดออก ไม่ว่าจะประวัติศาสตร์ ตำนาน เรื่องเล่า หรือแม้แต่ในหนังกระบี่ 2562 ที่สำคัญกว่านั้น เมื่อการเล่าเรื่องถูกคัดเข้า-ออก เพื่อให้เหลือแต่”ความงามของเกาะกระบี่” พาให้คนดูอย่างเราๆต่างรู้สึกโหยหาการตั้งคำถามว่าอะไรที่ถูกไม่เล่าบ้าง อะไรที่ซุกอยู่ภายใต้ความงามบ้าง จนไปถึงอะไรคือความเป็นกระบี่กันนะ