ค้นหาหนัง

Love at Second Sight (2019) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

Love at Second Sight (2019) [พากย์ไทย บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Love at Second Sight (2019) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์: Love at Second Sight (2019)
    ผู้กำกับภาพยนตร์: Hugo Gélin
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Hugo Gélin, Igor Gotesman, Benjamin Parent
    นักแสดง: François Civil, Joséphine Japy, Benjamin Lavernhe
    แนว/ประเภท: ตลก, ดราม่า, แฟนตาซี
    ความยาว:
    วันที่ฉาย: 24 กันยายน 2019

     



    โชคชะตาอาละวาดให้ ราฟาแอล (ฟร็องซัวส์ ซีวิล) หนุ่มเนิร์ดช่างฝันมาตกหลุมรักกับ โอลิเวีย (โฌเซฟีน ฌาปี) สาวสวยนักเปียโนที่ทั้งคู่ได้ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรักกัน จนราฟาแอลได้เป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่แต่กลับหลงลืมให้ความสำคัญกับโอลิเวียจนโลกเกิดกลับตาลปัตรเมื่อเช้าวันต่อมาหลังทั้งคู่ทะเลาะกันหนัก ราฟาแอล พบว่าตัวเองกลายเป็นครูสอนวรรณกรรมให้เด็กมัธยมส่วนโอลิเวียได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์นักเปียโน และทั้งคู่เหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ร้อนถึง เฟลิกซ์ (บ็องฌาแมง ลาแวร็น) เพื่อนซี้ที่ต้องยื่นมาช่วยให้ราฟาแอลกับโอลิเวียกลับไปยังชีวิตเดิมที่พวกเขารักกันให้ได้ด้วยแผนการสุดวายป่วง


     

IMDB : tt8265928

คะแนน : 7

รับชม : 446 ครั้ง

เล่น : 143 ครั้ง




  •  

    นานเท่าไรแล้วที่เราไม่ได้ดูหนังรอมคอมในโรงหนัง หลังจากการระบาดของไวรัส หลังการห่างหายจากโรงหนัง หลังเริ่มกลับมาฉายหนังในโรงอีกครั้ง แต่หนังแนวนี้ก็ไม่ค่อยได้ลงฉายโรงสักเท่าไร วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่มีหนังฝรั่งเศสเรื่องนี้เข้ามา หนังที่ไม่มีชื่อไทย แต่ชื่ออังกฤษก็แปลได้ความประมาณว่า ‘รักสองพบ’

    เรื่องราวความรักระหว่างคนสองคนที่ถูกโลกคู่ขนานให้บททดสอบว่า หากคนหนึ่งพบเจอคนรักที่ไม่รู้จักตัวเองเลย เขาจะสร้างโอกาสให้เธอรักเขาได้อีกครั้งหรือไม่

    หนังรอมคอมที่ส่วนผสมค่อนข้างกลมกลืน

    หนังฝรั่งเศสที่เรื่องราวในนั้นไม่ได้แปลกใหม่อะไรมากนัก ดูจะได้แรงบันดาลและหยิบหลายส่วนจากหนังหลายๆ เรื่องมาเคล้ารวมกันอยู่ ทำให้กลายเป็นหนังรักที่มีความแฟนตาซีโลกคู่ขนาน เล่าเรื่องราวของคู่รักที่พลัดพราก ความรักที่หลุดสลายและตัวละครต้องกอบกู้สร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

    หนังมีทั้งตัวตลกขโมยซีนอย่างเฟลิกซ์เพื่อนพระเอก (ที่สวมบทบาทโดย Benjamin Lavernhe) เล่าเรื่องของความสัมพันธ์/ชีวิตคู่ได้เข้าใจง่ายและชวนอิน ผ่านภาพที่สวยงาม ดนตรีและเพลงประกอบที่มาในจังหวะที่เหมาะเจาะ

    ทำให้มันเป็นหนังรอมคอมฟีลกู้ดที่ผู้ชมจะอินน้ำตาไหลพรากได้อย่างง่ายดาย


    ถึงต้องย้อนเวลาสักกี่ครั้ง... ผมก็จะทำให้คุณตกหลุมรักให้ได้


    ถึงต้องย้อนเวลาสักกี่ครั้ง… ผมก็จะทำให้คุณตกหลุมรักให้ได้

    และหนังก็ไม่ทิ้งความรอมคอมที่ผูกเอาความแฟนตาซีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ หนังค่อยๆ เล่าดูไม่รีบไม่ร้อน กว่าพระเอกจะรู้ตัวว่าอยู่ในโลกคู่ขนาน กว่าพระเอกจะบอกเพื่อนให้เข้าใจว่าเขากำลังเจอกับอะไรก็ผ่านไปหลายฉากอยู่

    แต่ก็ไม่ใช่ว่าเมื่อเข้าไปดูแล้วจะรู้สึกน่าประทับใจไปเสียทุกส่วน ชอบในการเล่าเรื่องช่วงเริ่มต้นที่ร่ายยาวชีวิตความรักของคู่พระนาง อาจจะดูประดักประเดิดเล็กๆ ในระหว่างทางแต่ดูเป็นช็อตที่ “เออ ก็น่ารักดี” ก่อนจะเดินไปถึงจุดหักเหที่ทำให้รู้สึกว่าฉากนั้นดูจงใจเกินไปหน่อย เหมือนพยายามจะรวบรวมทุกสิ่งมาไว้ในฉากยาวๆ ฉากเดียว เป็นฉากที่ดูกลมกล่อมน้อยที่สุดแล้วในเรื่อง

    หนังบอกเล่าเรื่องชีวิตคู่ได้เข้าใจและอินง่ายดี

    ชีวิตคู่ของคนที่มีความฝันกันคนละอย่าง คนหนึ่งรักการเขียนนิยาย ขณะที่อีกรักการเล่นเปียโน ในโลกที่ทั้งคู่พบรักและคบกันยืดยาวไปจนแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ฝ่ายชายกลับประสบความสำเร็จมากกว่าและใช้เวลาไปกับงานโดยไม่ได้สนใส่ใจในฝ่ายหญิง เมื่อเขาไปอยู่อีกโลกหนึ่ง นอกจากกลุ่มเพื่อนที่แตกต่างออกไปแล้ว ชีวิตของคนทั้งคู่ก็แตกต่างไปอย่างชัดเจนด้วย นั่นคือ เขาเป็นแค่ครูในโรงเรียน(ที่ตัวเองมองว่ากระจอก) แต่เธอเป็นนักเปียโนที่มี



    François Civil กับ Joséphine Japy กับฉากที่สุดละมุน




    และในครั้งนี้ที่เขาจะทำให้เธอรักเขานั้น เขาได้กลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เธอทำอย่างจริงจัง อย่างที่เขาควรจะทำมันมากที่สุด เหมือนกบการที่ฟ้าส่งเขามาอยู่ในโลกใหม่นี้

    จะเป็นการสั่งสอนให้เขาวางตัวเองให้ถูกให้ควรในการใช้ชีวิตยังไงยังงั้น

    สิ่งที่เราจะตะขิดตะขวงใจหน่อยในเหตุการณ์เหล่านี้ก็คือ การที่เขาจะสมหวังกับเธอนั้น มันมีการที่เขาแย่งเธอมาจากคนรักของเธอด้วย แต่ถ้ามองว่ามันคือโลกปกติธรรมดา รักคือการแย่งชิงก็อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก

    พระนางที่เคมีเข้ากันดี และนางเอกก็โคตรสวย

    อีกจุดหนึ่งที่น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังออกมางดงามและชวนอิน นั่นก็คงเพราะคู่พระนางที่ดูมีเคมีที่เข้ากันดี หลายๆ ฉากที่เล่นด้วยกันมันเหมือนพวกเขารักกันจริงๆ และทำให้คนดูอยากจะลุ้นให้พวกเขาได้กลับมารักกันอีกครั้งเหลือเกิน

    ฉากแรกที่ชวนน้ำตารื้นๆ ก็น่าจะเป็นฉากที่พวกเขาเล่นเปียโนด้วยกัน มันมีความนัยเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในนั้นว่า การจะเป็นคนรักหรือการจะเป็นคู่ชีวิต มันต้องมีการสอดประสาน การเดินไปด้วยกันอย่างสอดคล้อง คนหนึ่งกำกับจังหวะ อีกคนกำกับทำนอง

    เราไม่อาจเติบโตไปด้วยตัวคนเดียวและทิ้งอีกคนไว้ให้หงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว เพราะนั่นไม่ใช่ชีวิตคู่


    ฉากแต่งงานน่ารักในหนังเรื่องนี้


    ฉากแต่งงานน่ารักในหนังเรื่องนี้

    อาจเป็นหนังรอมคอมที่ทำได้ค่อนข้างกลมกล่อม เดินเรื่องเข้าใจง่าย ใส่ดนตรีและเพลงประกอบมาอย่างเหมาะเจาะ 117 นาทียังดูเร็วเกินไปด้วยซ้ำ

    ดูแล้วย้อนกลับมามองตัวเองได้ ครองชีวิตคู่ได้เหมาะเจาะดีหรือยัง?