ค้นหาหนัง

tick, tick...BOOM! (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

tick, tick...BOOM! (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : tick, tick...BOOM! (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์ : tick, tick...BOOM! (2021)
    แนว/ประเภท : Biography, Musical, Drama
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Lin-Manuel Miranda
    บทภาพยนตร์ : Steven Levenson, Jonathan Larson
    นักแสดง : Andrew Garfield , Alexandra Shipp , Robin de Jesus
    วันที่ออกฉาย : 10 November 2021


     

    tick, tick...BOOM! เป็นเรื่องราวฉากหลังที่เกิดขึ้นในปี 1990 ของ จอน นักแต่งเพลงหนุ่มที่ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในนิวยอร์กไปด้วยในระหว่างที่เขียนผลงานที่เขาหวังว่าจะเป็นละครเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องต่อไปของอเมริกา ช่วงเวลาหลายวันก่อนที่เขาจะต้องเปิดแสดงผลงานของตัวเองที่อาจนำไปสู่การแจ้งเกิดหรือดับ จอนรู้สึกถึงแรงกดดันจากทุกด้าน

    ไม่ว่าจะเป็น ซูซาน แฟนสาวที่วาดฝันอยากจะไปใช้ชีวิตนอกมหานครนิวยอร์ก หรือ ไมเคิล เพื่อนของเขาที่ละทิ้งความฝัน เพื่อหันไปเลือกทางเดินชีวิตที่มีความมั่นคงทางการเงิน ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในหมู่ชุมชนศิลปิน ขณะที่เวลายังเดินต่อไปเรื่อยๆ จอนมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจเลือกและเผชิญกับคำถามที่ทุกคนต้องขบคิด นั่นคือ เราควรทำอย่างไรกับเวลาที่เหลืออยู่?


IMDB : tt8721424

คะแนน : 0

รับชม : 96 ครั้ง

เล่น : 26 ครั้ง




  •  

    ความน่าสนใจอยู่ในการเล่าเรื่องที่ใช้การแสดงบนเวทีของโจนาทานแทนเสียงบรรยาย เป็นเขาเอง ที่จะมาเล่าเรื่องตัวเองบ้าง ร้องเพลงบ้าง สลับไปกับภาพเหตุการณ์จริงของตัวเขาเอง โดยมีโรเจอร์ (Joshua Henry จากหนัง Sex and the City และเป็นนักดนตรีในหนัง In the Heights)​ และคาเรสซ่า (Vanessa Hudgens จากหนัง Journey 2: The Mysterious Island, Spring Breakers และ Sucker Punch) ร่วมอยู่ในวงการเดินตามความฝันที่ต้องเจอกับแรงเสียดทานมากมาย ไม่ว่าจะเพื่อนที่ถอยห่างไปอยู่ที่ใหม่ แฟนสาวที่คาดคั้นคำตอบของการย้ายไปอยู่เมืองใหม่ที่เขาไม่อยากทิ้งที่นี่ไป เพลงสุดท้ายก็ยังไม่ได้เริ่ม เวิร์กช็อปสุดท้ายของโจนาทานใกล้มาถึง เวิร์กช็อปที่อาจเป็นตัวตัดสินชี้เป็นชี้ตายให้กับการวิ่งไขว่คว้าตามฝัน พร้อมๆ กับอายุที่มากขึ้น ใกล้หมดเวลาแล้ว

    ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ ก็อาจจะต้องถึงเวลาโบกมือบ๊ายบายความฝันเสียที




     

    หนังเสนอชีวิตของคนที่ฝันจะเดินในเส้นทางศิลปิน ตัวละครแต่ละตัวต่างพบเจออุปสรรคต่างกัน และเลือกจะทำในแบบของตน ไมเคิลผู้ที่ไม่ไหวจะไปต่อกับงานแสดง เขาจึงหันหลังให้มันและเบนเข็มไปทำงานบริษัทที่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำกว่า อยู่ในอะพาร์ตเมนต์หลังหรูกว่า ทิ้งให้โจนาทานต้องอยู่ในห้องเก่าที่ครัวอยู่ที่เดียวกับอ่างอาบน้ำเหมือนเดิม ขณะที่ซูซาน เธอกำลังจะไปได้ดีกับโมเดิร์นแดนซ์ อุบัติเหตุเกี่ยวกับขาที่ทำให้เธอต้องพักงานไป แม้บำบัดกลับมาได้ แต่อะไรก็ไม่เหมือนเดิม เพื่อนของเขาบางคนกำลังจะได้งานก็กลับถูกโรคร้ายรุมเร้าลากไปนอนโรงพยาบาล

    ในขณะที่โจนาทานยังคงมุ่งมั่นในเส้นทางของตัวเอง ขนาดไมเคิลโน้มน้าวชักชวนให้ลองทำงานที่ได้เงินบ้าง แต่เขาก็ไม่คิดคล้อยตาม เขาใช้ชีวิตทุกเวลาเฝ้าคิดถึงละครมิวสิคัลของตัวเอง ถึงขนาดที่แม้แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขากับซูซานก็ยังถูกนำไปใช้ในงาน





     

    เอาจริงๆ ผมก็ไม่เคยรู้จักกับ จอนนี่ หรือ โจนาทาน ลาร์สัน มาก่อน และก็ไม่ได้คลั่งไคล้ไหลหลงในหนังแนวละครเพลงมากสักเท่าไหร่ แต่กับเรื่องนี้ ผมชอบในมุมมองการถ่ายและการตัดต่อที่สุดเฟี้ยวไหลลื่นไม่มีหยุดพักหรือทำให้รู้สึกเบื่อ แม้แต่การเชื่อมต่อฉากก็ทำได้น่าสนใจ เพลงประกอบ การแสดง ดูดีและโดนใจไปหมดเลยแม้จะอ่านเนื้อเพลงแล้วไม่ค่อยเก็ทไม่ค่อยเข้าใจเลยก็ตาม

    ผมชอบอยู่ฉากหนึ่งในหนัง ตอนนั้น มันเล่าถึงความตีบตันขั้นสุดของชีวิตโจนาทาน เมื่อเขาทั้งโดนเวลาไล่หลัง ยังแต่งเพลงสำคัญไม่ได้สักโน้ต ทะเลาะกับเพื่อนที่ทิ้งความฝันและย้ายไปอยู่อะพาร์ตเมนต์ใหม่ ถูกแฟนตัดรอนไม่ยอมพูดคุยด้วย แต่ก็เขาพยายามเตรียมการทุกอย่างเพื่อให้หัวโล่ง แล้วก็มานั่งหน้าแมคกำลังจะเริ่มต้นเขียนเพลง ปรากฏว่า…​ไฟดับ! แล้วเขาก็เลือกจะไปว่ายน้ำ หัวโล่งพอที่จะเขียนมันลงในกระดาษโน้ต

    ใช่ครับ… ยังมีโลกแห่งอนาล็อกที่คุณยังสามารถแต่งเพลงได้อยู่





     

    ผมรู้สึกอึ้งไม่ต่างอะไรกับโจนาทานเมื่อได้ฟังถ้อยคำของโรซ่า (Judith Light) ชีวิตของศิลปินคนเขียนละครเพลงก็คงเป็นอยู่เช่นนี้ เขียนไป เขียนไป เขียนไปเรื่อยๆ เพื่อหวังว่าจะมีสักงานที่ปัง แล้วพวกเขาเอาอะไรกินประคองลมหายใจในช่วงเวลาเหล่านั้นเล่า

    สิ่งที่เราเห็นได้ชัด คือ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ที่ทุ่มเท่เล่นสุดตัวในทุกฉาก เรื่องราวที่เล่าจากเรื่องจริงของผู้ให้กำเนิดละครเวทีชื่อเดียวกับหนัง และเรื่องที่ดังที่สุด ‘Rent’ เป็นละครบรอดเวย์ที่แสดงอยู่ 12 ปี  ติ๊ก ติ๊ก… เสียงนาฬิกาที่ดังอยู่ไม่หยุดหย่อนนั้น มันไม่ได้หมายถึงแค่เวลาวัยหนุ่มของโจนาทานที่ใกล้จะสิ้นสุดลงเท่านั้น มันยังหมายถึงเวลาชีวิตของทุกคนที่ล้วนนับถอยหลังสู่ความตายที่ใกล้เข้ามาทุกที ชีวิตของเราอาจเหลือเพียงทางเลือกที่ว่า

    จะทำสิ่งที่รัก หรือล้มเลิกมันไป ก็แค่นั้น!