ค้นหาหนัง

ดูหนัง The Ides of March การเมืองกินคน (2011) เต็มเรื่อง

ดูหนัง The Ides of March การเมืองกินคน (2011) เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดูหนัง The Ides of March การเมืองกินคน (2011) เต็มเรื่อง

    เรื่องย่อ : The Ides of March การเมืองกินคน (2011)
    ผลงานกำกับชิ้นล่าสุดของ จอร์จ คลูนี่ย์ นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่ครั้งนี้ร่วมเขียนบทและแสดงนำ โดยจับคู่กับนักแสดงที่มาแรงที่สุดแห่งยุค ไรอัน กอสลิ่ง จาก The Notebook, Drive และ Blue Valentine และยังรวมนักแสดงระดับคุณภาพเอาไว้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น พอล จิอาแมตตี ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Sideways, ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์จาก Capote, มาริสา โทเมอิ ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์จาก My Consin Vinny และ อีแวน เรเชล วู้ด จาก Across the Universe และ The Wrestler
    ด้วยเรื่องราวที่ตีแผ่สภาพสังคมในปัจจุบัน ที่ขับเคลื่อนด้วยเกมการเมือง The Ides of March พูดถึงความทะเยอทะยาน ความซื่อสัตย์, เซ็กซ์ และการแก้แค้น เมื่อ สตีเฟ่น ไมเยอร์ส (ไรอัน กอสลิ่ง) นักรณรงค์หาเสียงหนุ่ม ที่รับหน้าที่ช่วยให้ผู้ว่าการรัฐ ไมค์ มอริส (จอร์จ คลูนี่ย์) หาเสียงเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต ในการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ แต่แล้วเขาก็พบว่า กลุ่มคนที่ตัวเองทำงานให้นั้นอาจไม่ได้มีความจริงใจ และเจตนาดีเหมือนกับที่เขาเชื่อมั่นตั้งแต่แรก

IMDB : tt1124035

คะแนน : 7.1

รับชม : 94 ครั้ง

เล่น : 11 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



  • อาจไม่ใช่เรื่องใหม่นักที่ว่า บุรุษสองฝ่ายสามารถหักหาญกันได้เพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว ขั้นรายแรงสุดอาจถึงขั้นชีวิต เฉกเช่นเรื่องราวที่เคยบันทึกไว้ในวรรณคดีหรือพงศาวดารต่างๆ เจ้าชายปารีสแห่งทรอยกับกษัตริย์เมเนลาอุสเพราะราชินีเฮเลนแห่งสปาร์ตา ลิโป้กับตั๋งโต๊ะเพราะแม่นางเตียวเสี้ยน เจ้าชายจันทโครพกับโจรป่าเพราะนางโมรา และอีกต่างๆนาๆ ที่ไม่ได้พูดถึง เช่นเดียวกับ ท่านผู้ว่าการรัฐไมค์ มอริส กับสตีฟ เมเยอร์ส เพราะนักศึกษาฝึกงานสาวมอลลี่ สเทิร์นส์ หากแต่ว่าความวินาศไม่ได้มาจากความรักระหว่างสามคนนี้ทีเดียวนักแต่เป็นความวินาศจากพิษการเมืองต่างหาก

                    ย่อหน้าแรกอาจไม่เกี่ยวข้องกับคำเปรยนัก จึงขอวกเข้ามาพูดถึงคำเปรยก่อน การที่ผมใช้คำเปรยที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในเกมการเมือง” ที่คุ้นหูใครหลายคนกันดีอยู่แล้วนั้น ไม่ใช่ว่าผมมักง่าย เห็นเกี่ยวกับการเมืองเลยมาใส่ในหนังที่ดูการเมืองแบบนี้ แต่เป็นเพราะ หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรจะเหมาะไปกว่าประโยคนี้อีกแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้ยังเป็นการอธิบายถึงความหมายประโยคนี้ได้อย่างถ่องแท้ชนิดเข้าถึงกึ๋นจริงๆ

                    หนังเข้าสู่ช่วงระหว่างเดินเกมส์หาเสียงของตัวแทนลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรคเดโมแครต ท่านผู้ว่าฯไมค์ มอริส (จอร์จ คลูนี่) โดยมีกุนซืออย่าง พอล ซาร่า (ฟิลลิปส์ ซีมอร์ ฮอฟแมน) และสตีฟ เมเยอร์ส (ไรอัน กอสลิ่ง) ซึ่งต่างสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันเป็นทีม ใช้ความสามารถขับเคี่ยวเดินเกมส์หาเสียงแข่งกับพรรครีพับลิกัน กระทั่งถึงช่วงโค้งสุดท้าย ปรากฎว่าพรรครีพับลิกันที่มีกุนซืออย่าง ทอม ดัฟฟี่ (พอล กีอาแมทตี้) สามารถเรียกคะแนนนำพรรคเดโมแครตอยู่ พอลจึงจำเป็นต้องไปหา เซเนเตอร์ ทอมสัน (เจฟฟรี่ ไรท์) เพื่อเกลี้ยกล่อม เอาคะแนนจากหัวคะแนนอย่างเขา เพื่อชี้ชะตากรรมของพรรค หากพอลทำสำเร็จ เขาจะได้ 365 เสียงเข้าวินสู่ธรรมเนียมขาวแบบนอนมา

                    ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจการเล่าเรื่องชนิดที่ทำให้รู้สึกได้ว่า พวกพรรคการเมืองเขาทำงานแบบนี้กันจริงๆ พรรคการเมืองไม่ใช่เพียงแค่ผู้นำเลือกผู้เล่นมาเสริมความแข็งแกร่งของพรรค แต่ทุกคนในพรรครวมถึงผู้นำพรรคคือผู้เล่นของพรรคหมด จนผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงพรรคการเมืองไทย คำที่เรียก”ท่านนายก” อาจเป็นเพียงแค่คำนำหน้าชื่อผู้ที่คนในพรรคเลือกให้รับตำแหน่งเฉยๆ ไม่ได้ยกย่องว่าเป็น “ท่านนายก” จากใจจริง เพียงเพราะผลประโยชน์ที่จะได้ร่วมกัน แบ่งสันปันส่วนกันว่าใครจะได้เท่าไหร่ และใช่ว่าหัวหน้าพรรคจะได้สัดส่วนเยอะที่สุดอีกด้วย

                    เรื่องราวมาเข้มข้นขึ้นเมื่อ สตีฟ ได้รู้จักกับ มอลลี่ สเทิร์นส์ (อีวาน เรเชลวูด) นักศึกษาฝึกงานของพรรค เธอเป็นลูกของแจ็ค สเทิร์นส์ คนใหญ่คนโตในพรรค เพราะระบบเส้นสายทำให้เธอเข้ามาร่วมงาน ทั้งคู่แสดงออกถึงความต้องการอยากขึ้นเตียงด้วยกันแค่นั้น ไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ที่คนมีอำนาจในองค์กรจะมีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายคนที่มีอำนาจน้อยกว่า เพียงแต่คราวนี้เป็นการสมยอมของฝ่ายหญิง และในคืนนั้น สตีฟได้รู้ว่า ไม่ใช่เขาคนเดียวที่มีอำนาจทำแบบนี้ เมื่อเขาจับได้ว่ามีผู้ชายโทรเข้ามาหาเธอในคืนนั้น จนเธอยอมคายความจริงออกมาจนหมดว่า ว่าที่ประธานาธิบดี ไมค์ ที่ คือผู้ที่ล่วงละเมิดเธอแบบไม่สมยอม แถมปล่อยเด็กเข้าท้องเธอด้วย มอลลี่มีอายุไม่ถึง 20 ปี หากข่าวท่านว่าที่ฯที่เขาสนับสนุนอยู่ไปล่วงละเมิดเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หลุดออกไป ไม่เพียงแต่จะไม่ได้เป็นประธาธิบดี ไมค์ ยังต้องถูกเข้าคุกด้วย แต่เรื่องที่ไมค์จะไม่ได้เป็นประธานาธิบดีดูสำคัญกับเขายิ่งกว่าเพราะจะส่งผลต่องานเขาด้วย

    แต่แล้วไมค์กลับทำให้สตีฟคาดไม่ถึง ไมค์ฆ่ามอลลี่ทางอ้อมจากการที่เธอกินยาที่ได้จากคลีนิกทำแท้งจนเสียชีวิต โดยไมค์อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมนี้เพื่อปิดข่าว สำหรับสตีฟแล้วจากแค่สนุกข้ามคืนกับเธอก็กลายเป็นความสงสาร แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เขายังถูกพอลไล่ออก เมื่อพอลใช้ข้ออ้างที่ว่าเขาแอบเจอ ทอม ดัฟฟี่ ที่ถือเป็นศัตรูฝ่ายตรงข้าม โดยทอมมาหว่านล้อมขอซื้อตัวไปทำงานกับพรรคด้วยทั้งทีสตีฟจงรักภักดีและไม่คิดจะไปแต่อย่างใด ความสงสาร ประกอบกับความอัดอั้นจากความแค้นเรื่องตกงาน เขาจึงคิดจะงัดข้อไม่ใช่แค่ไมค์ แต่หมายถึงพรรคเดโมแครตทั้งพรรค ซึ่งเรื่องราวเกิดจากมอลลี่ ผู้หญิงที่กำลังทำพรรคเดโมแครตพินาศ คล้ายคลึงกับเรื่องราวในพงศาวดารหรือวรรณกรรมต่างๆนั่นเอง หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ความรักแต่เป็นเรื่องของอำนาจล้วนๆ

                    ผมยอมรับว่า ก่อนไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลย ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย รู้แค่ว่ามีดาราเป็น ไรอัน กอสลิ่ง ดาราคิวทอง ณ เวลานี้ กับดาราดรีกรีออสก้าอย่าง จอร์จ คลูนี่ แค่นั้น แต่ทันทีที่ดูจบ ชื่อเครดิตชื่อผู้กำกับ ผมถึงกับอุทานออกมาอย่างลืมตัว มันเป็นชื่อ จอร์จ คลูนี่ ดารานำของเรื่องที่คุมบังเหียนกำกับเอง แถมพ่วงด้วยโปรดิวเซอร์เอง และยังเขียนบทเองร่วมกับแกรนท์ ฮิสโลฟมือเขียนบทที่เด่นด้านงานแสดงด้วย และโบ วิลลิมอง ซึ่งรายหลังสุดเป็นเจ้าของบทละครดั่งเดิม ก่อนนำมาเขียนเป็นบทภาพยนตร์ ผมมาติดตรงที่ จอร์จ คลูนี่กับแกรนท์ ฮิสโลฟ คู่นี้เคยทำงานร่วมกันเมื่อเรื่อง Good Night,and good Luck ซึ่งจอร์จ คลูนี่กำกับเองและแสดงเองด้วยคล้ายกับเรื่องนี้ แถมสามารถตบเท้าเข้าไปชิงออสก้าถึง 6 สาขาในปี 2006 ที่สำคัญ The Ides of March ถูกเสนอเข้าชิงออสก้าสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมเช่นกัน ถือว่าไม่ธรรมดา สำหรับงานกำกับของนักแสดงคนหนึ่ง ถึงอย่างไรหากพลาดรางวัลนี้ จอร์จก็ยังมีชื่อเข้าชิงออสก้าสาขาดานำชายยอดเยี่ยมจาก หนังครอบครัวอารมณ์ดีแต่แรงอย่าง The Descendants ให้ได้ลุ้นอีกหนึ่งตัว ซึ่งต่อไป เขาจะได้ออสก้าหรือไม่ ใครจะสน แค่ได้เข้าชิงก็การันตีความเยี่ยมยอดของหนังได้ระดับหนึ่งแล้ว

                    The Ides of March ถือเป็นหนังการเมืองอย่างชัดเจนเรื่องหนึ่งเหมือนกัน และจากชื่อและความเป็นการเมืองฉาบหน้าหนัง ทำให้กรองคนที่คาดว่าหนังจะน่าเบื้อออกไปได้มากพอสมควร กลับตรงกันข้าม ความจริงแล้วหนังกลับนำการเมืองมาเล่าแบบง่ายๆ เข้าใจเนื้อเรื่องง่ายๆ และสามารถเข้าถึงแก่นของการเมืองได้อย่างง่ายจนสามารถซึมซับความไม่น่าพิศมัยของการเมืองแบบเต็มๆ  ไม่มีอะไรจะอธิบายความเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดีไปกว่าคำเปรยอีกแล้ว สตีฟของพรรคเดโมแครตกับศัตรูอย่างทอมของพรรครีพับลีกัน นั่งคุยกันในร้านฟ้าดฟู้ดส์ พอลที่เป็นเหมือนคนปั้นสตีฟและสนิทกับสตีฟมาก กลับไล่สตีฟออก ผู้ว่าฯไมค์ที่สั่งไล่สตีฟออกกลับแต่งตั้งสตีฟแทนพอล พอลที่ถูกสตีฟมาแทนที่ตำแหน่งเขากลับเดินคุยกับสตีฟสบายๆ หลังงานศพมอลลี่ หรือหากเป็นชีวิตจริงบ้านเรา พรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตายในสภา แต่เมื่อจบการประชุม กลับเดินคุยกันออกไปหน้าตาเฉย พักกลางวันก็มีนั่งรับประทานอาหารด้วยกันอีก ดูเหมือนเรื่องชวนหดหู่นี้จะเป็นเรื่องธรรมดาในวงการธุรธิจหรือการเมือง ซึ่งหนังนำหลักสัจธรรมนี้มาเล่าได้สนุกอย่างเหลือเชื่อและรู้สึกน่าหดหู่ไปพร้อมๆกัน เฉกเช่นที่สตีฟได้รับซัดโถมจากพิษการเมือง จนเขาแทบจะแข็งขายืนต่อไม่ติด ขนาดนักข่าวก็ยังเสแสร้งทำเป็นมิตรหรือกระทั่งยอมขึ้นเตียงได้ด้วยเลย เพียงเพื่อได้ข่าวที่ต้องการ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการเมืองที่ต้องแลกมาด้วยผลประโยชน์ทั้งนั้น ใครจะทำอะไรให้ใครฟรีๆ กันล่ะ

                    สุดท้าย หนังได้สอดแทรกความน่ากลัวของการเมืองที่ว่า ไม่ใช่แค่ตาสีตาสาหรือใครหน้าไหนจะเข้ามาเป็นนักการเมืองได้ง่ายๆ ถ้าคุณไม่เก๋าพอ ไม่รู้จักคนมากพอ ไม่มีไหวพริบพอ ไม่ฉลาดพอ และ...แสดงละครไม่เก่งพอ คุณก็อาจตายคาสนามเกมส์การเมืองโดนถีบส่งออกไปโดยปริยาย หากคุณมีสิ่งเหล่านี้ คุณจะสามารถอยู่ในวงการได้นานและกอบโกยผลประโยชน์ทั้งเงินทั้งอำนาจได้เท่าที่คุณต้องการ ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันอยู่ในชีวิตจริงหรือหน้าจาทีวี แต่ยิ่งมีเงินและอำนาจมากเท่าไหร่อันตรายจากคนรอบข้างก็มากขึ้น คนใกล้ตัวที่อยู่ด้านหลังอาจเสียบมีดทะลุท้องได้ทุกเมื่อ สุดท้ายความไม่ไว้ใจใครเลย ความต้องการแค่ผลประโยชน์ จะเข้าครอบงำคุณโดยเลี่ยงไม่ได้  ทีนี้ก็ชั่งน้ำหนักดูสิ ว่าได้คุ้มเสียหรือเปล่า...