ค้นหาหนัง

Godzilla vs. Kong ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง (2021) [บรรยายไทยพิมพ์ตามพากย์ไทย]

Godzilla vs. Kong ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง (2021) [บรรยายไทยพิมพ์ตามพากย์ไทย] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Godzilla vs. Kong ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง (2021) [บรรยายไทยพิมพ์ตามพากย์ไทย]

    ชื่อภาพยนตร์: Godzilla vs. Kong ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง (2021)
    ผู้กำกับภาพยนตร์:  อดัม วิงการ์ด
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Eric Pearson, Max Borenstein
    นักแสดง: Alexander Skarsgård , Millie Bobby Brown , Rebecca Hall
    แนว/ประเภท: Action , Sci-Fi , Thriller
    ความยาว: 1 ชม. 53 นาที
    วันที่ฉาย: 24 มีนาคม 2564


     

    โลกได้ค้นพบคิงคองยักษ์ที่อาศัยอยู่บนเกาะกะโหลก แต่เพราะความโลภหรืออะไรสักอย่าง พวกเขาจึงจับคองยักษ์มาขังไว้ โดยมี ดร. แอนดรูวส์ (Rebecca Hall จากหนังเรื่อง Professor Marston and the Wonder Women, The BFG และ Transcendence) คอยควบคุมดูแล และวิธีการที่เธอใช้ก็คือ เจีย (Kaylee Hottle) เด็กหญิงตัวน้อยที่สามารถสื่อสารกับคองได้ ความสัมพันธ์และสายใยที่แสนพิเศษหนึ่งเดียวในโลกนี้

    เมื่อ ดร.ลินด์ (Alexander Skarsgård จากหนังเรื่อง The Legend of Tarzan, Straw Dogs และ Battleship) บอกว่า โลกต้องการคอง เพื่อหยุดยั้งสิ่งที่กำลังมา นั่นคือ ก็อดซิลล่า พวกเขาจึงจับตัวคองไว้และขนย้ายไปยังที่แห่งหนึ่งเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

    แต่ดูเหมือนจะมีสิ่งไม่ชอบมาพากล และเป็นหญิงสาวผู้น่ารักอย่าง เอมม่า (Millie Bobby Brown จากหนังเรื่อง Enola Holmes, Godzilla: King of the Monsters และซีรีส์เรื่อง Stranger Things) ลูกสาวของพี่มาร์ก (Kyle Chandler จากหนังเรื่อง The Midnight Sky, First Man และ Game Night) ที่สนใจคลั่งไคล้และติดตามพอดคาสต์ของเบอร์นีย์ (Brian Tyree Henry) พวกเขารวมตัวกันเพื่อสืบเสาะหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่

    แต่ชะตาขีดกำหนดไว้แล้ว ให้ราชันทั้งสองต้องมาห้ำหั่นกัน ก็อดซิลล่า จะต้องปะทะกับ คอง น่าสนใจแล้วสินะ ว่าบั้นปลาย ใครจะเป็นฝ่ายกำชัย และเบื้องหลังจะเหตุยักษ์ครั้งนี้คืออะไรกันแน่?



IMDB : tt5034838

คะแนน : 7.2

รับชม : 1918 ครั้ง

เล่น : 964 ครั้ง



  •  

    ก็ต้องชื่นชมวอร์เนอร์และทีมงาน ที่สามารถหยิบข้อผิดพลาดจาก Godzilla: King of the Monsters (2019) มาแก้ไขรอยแผลต่าง ๆ ได้อย่างหมดจดโดยเฉพาะ เรื่องราวทางฝั่งมนุษย์ที่เป็นปัญหามาตลอดในหนังตระกูล Monsterverse ใน Godzilla vs Kong ก็เลยลดเวลาบนจอของเหล่ามนุษย์ทั้งหลายลงไป แล้วเพิ่มเวลาบนจอของก็อดซิลลา และ คิงคอง ให้อย่างจุใจ แต่ถ้าดูชื่อของผู้กำกับ อดัม วินการ์ด (Adam Wingard) แล้ว ก็ยังมองว่า วอร์เนอร์นี่ก็ยังกล้าเสี่ยงกับผู้กำกับหนังสยองขวัญเกรดบี อยู่อีกนะ เพราะภาษีของ อดัม วินการ์ด นี่ก็ไม่ได้เครดิตดีไปกว่า ไมเคิล โดเฮอร์ตี้ (Michael Dougherty) จาก Godzilla: King of the Monsters เท่าไหร่เลย เคยกำกับแต่หนังทุนสร้างไม่ถึง 10 ล้าน อยู่ดี ๆ ก็ก้าวกระโดดมาคุมหนังทุนสร้าง 200 ล้านกันเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าโชคดีที่วอร์เนอร์ไม่พลาดซ้ำสอง Monsterverse ยังได้มีอนาคตไปต่อ

     



    และอีกอย่างจากที่ผ่านมา เนื้อหาของเหล่ามนุษย์ก็มักจะวนเวียนเกี่ยวกับอดีตสามี-ภรรยา หรือดราม่าครอบครัว พ่อแม่ลูก ใน Godzilla vs Kong นี่ยิ้มได้เลยครับ ไม่มีดราม่าเหล่านี้ให้เห็นอีกต่อไป บทหนังวางหน้าที่ของตัวละครฝ่ายมนุษย์ได้ดีในภาคนี้ ด้วยการทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงปริศนาการปรากฏของก็อดซิลลา กับภารกิจจำเป็นของคิงคอง และแผนการร้ายขององค์กร APEX

     



    อีกจุดหนึ่งที่หนังทำหน้าที่เอาใจผู้ชมได้ดีก็คือ รอบนี้ไม่ต้องรอไปอีก 20 – 30 นาที กว่าจะได้เห็นคิงคอง หรือ ก็อดซิลลา อีกแล้ว เพราะคราวนี้เราได้เห็นหน้าคิงคองก่อนมนุษย์เสียอีก แม้ชื่อหนังจะเอา Godzilla ขึ้นนำ แต่เอาเข้าจริง ๆ เลย พูดได้เต็มปากเต็มคำล่ะว่าคิงคองดูมีความเป็น ‘พระเอก’ อย่างเด่นชัด เพราะหนังเล่าเรื่องโดยมีคิงคองเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ส่วนก็อดซิลลาก็โผล่มาพะบู๊ด้วยเป็นพัก ๆ ถ้าวิเคราะห์ตามแล้ว จากหนัง King Kong และ Godzilla ที่ผ่านมานั้น จะให้คนดูเชียร์ก็อดซิลลามากกว่าก็คงทำได้ยากล่ะนะ เพราะด้วยพื้นฐานที่เป็นลิง แสดงสีหน้าสายตาสื่ออารมณ์ได้ หน้าตาก็ดูเป็นมิตรกว่าก็อดซิลลา และที่สำคัญคนดูตั้งแต่อดีตจดจำความรู้สึกว่าคิงคองถูกมนุษย์รังควาญและรังแกมาโดยตลอด แม้กระทั่งภาคนี้ก็เหอะนะ เดี๋ยวก็ลากคองไปนู่นไปนี่ ไม่ถามมันซักคำว่าอยากไปมั้ย

     



    ถึงแม้ว่าคิงคองจะได้เปรียบในเรื่องได้ใจคนดูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ขอชื่นชมทีมเขียนบทอีกที ที่ฉลาดในการวางสถานะของ ‘ก็อดซิลลา’ ที่แม้ไม่ได้เป็นพระเอกจ๋าแบบคิงคอง แต่ก็ไม่ใช่ผู้ร้ายเสียทีเดียว แม้เห็นหน้าแล้วจะให้ทำใจเชื่อว่าเป็นสัตว์ยักษ์ฝ่ายดีได้ยากเต็มทีเหอะนะ ก็อดซิลลานี่ก็ประมาณเจ้าพ่อขาเก๋าที่ขี้หงุดหงิดประมาณนั้นล่ะ ก็ค่อยไปดูแล้วกันว่าบทหนังพลิกสถานะก็อดซิลลาให้กลับมาเท่ได้อย่างไร
     

    ถึงแม้ว่าบทหนังจะมีการปรับเรื่องราวฝั่งมนุษย์ได้ดีขึ้น แต่กระนั้นพลอตเรื่องโดยรวมก็ยังค่อนข้างเบา และดำเนินไปบนสูตรสำเร็จของหนังแนวบล็อกบัสเตอร์เอาใจตลาดอยู่ดี ฝ่ายดีก็ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนฝ่ายร้ายก็ร้ายแบบชัดเจนไม่ต้องแอบแฝง เรื่องราวเดินเป็นเส้นตรงไม่มีหักมุมให้เหวอแต่อย่างใด บทหนังก็ยังคงเต็มไปด้วยช่องโหว่เต็มไปหมด ซึ่งถ้าจริงจังคิดหาเหตุผลตามก็คงหมดสนุกล่ะ เพราะเต็มไปด้วยความเวอร์วังแทบจะทุกนาที ก็ปลอบตัวเองไป ว่านี่เราดูหนังฮอลลีวูดอยู่นะ

     



    ภาคนี้ตัวละครส่วนใหญ่จะเป็นหน้าใหม่ รีเบ็กก้า ฮอลล์ (rebecca Hall) มาเป็น ดร.ไอลีน แอนดรูว์ ผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลคิงคองบนเกาะกะโหลก ที่ดูมีอำนาจมากมายล้นฟ้าจัง คนเดียวสามารถตัดสินใจเคลื่อนย้ายคิงคองไปไหนมาไหนได้ หนำซ้ำยังเอาเรือบรรทุกเครื่องบินลำมหึมามาร่วมขบวนได้เป็นสิบ ๆ ลำเลยด้วย ตัวละครสำคัญในภาคนี้คือ ‘เจีย’ เด็กน้อยชาวเกาะ ที่โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ก็ยังดีที่ดูไปสักพัก ดร.ไอลีน ก็เล่าที่ไปที่มาของหนูน้อยให้คนดูรับทราบ ‘เจีย’ ได้หนูน้อย เคย์ลี ฮอตเทิล (Kaylee Hottle) มารับบท เป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักมากกก หน้าตาขึ้นกล้อง ทำให้หนังดูสดใสขึ้นได้เยอะเลย บทของเธอนั้นเป็นเด็กที่หูหนวก เลยต้องใช้ภาษาใบ้ และที่ชวนอึ้งก็คือน้อง เคย์ลี เธอหูหนวกตั้งแต่กำเนิดจริง ๆ

     



    ส่วนน้องหนู มิลลี บ็อบบี้ บราวน์ ในภาคนี้ทิ้งห่างจาก Godzilla: King of the Monsters แค่ 2 ปี แต่เธอดูเป็นสาวขึ้นมาก ทำเอากังวลว่าจะกลับไปเล่นเป็นสาวน้อย Eleven ใน Stranger Things ได้อยู่หรือ บทบาทของเธอในภาคนี้ถูกลดความสำคัญไปมาก เธอรับผิดชอบเนื้อหาทางฝั่งก็อดซิลลา ซึ่งตลอดเรื่อง มนุษย์ฝั่งก็อดซิลลา กับมนุษย์ฝั่งคิงคอง นี่ก็ไม่ได้มาเจอกันเลยนะ อีกคนที่ขอพูดถึงหน่อยเถอะคือ เอซา กอนซาเลซ (Eiza Gonzalez) ในบท มายา ซิมมอนด์ ลูกสาวของ วอลเทอร์ ซิมมอนด์ วายร้ายเจ้าของบริษัท Apex แม้ว่าเธอจะโผล่มาไม่นาน แต่ขอยกให้เป็นตัวละครที่เจริญตาที่สุดในเรื่องนี้แล้ว…แจ่มจริง

     



    ย้อนกลับมาที่ คิงคอง กับ ก็อดซิลลา ก็ทำหน้าที่ตามที่เส้นเรื่องปูมาว่า ทั้งคู่เป็นสัตว์ยักษ์ในตำนานที่เป็นคู่แค้นกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ พอเจอหน้าก็ไม่ทักทาย เซย์ฮัลโหลเลย ซัดกันหนุบหนับทุกครั้งไป เป็นกำไรคนดู และจริงตามที่โฆษณาไว้ว่าภาคนี้สะใจคนดูแน่นอน เพราะ 2 บิ๊กนี่ซัดกันแต่ละทีลากยาวไม่ต่ำกว่า 10 นาที เครื่องบิน เรือรบ ตึกระฟ้าพังราบเป็นหน้ากลอง ดูแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหนังต้องใช้ทุนสร้างถึง 200 ล้านเหรียญ

     



    งานซีจีนี่เป๊ะสุด ๆ ไม่มีแผลให้เห็นเลย โดยเฉพาะรายละเอียดบนหน้าตาคิงคอง ที่เอาหน้ามาจ่อเต็มจอให้เห็นกันจะ ๆ อยู่บ่อยครั้ง แล้วคิงคองมาครั้งนี้ มาแบบโชว์งานยาก เพราะมีทั้งลงน้ำ ลุยหิมะ คลุกดินคลุกฝุ่น คนเขียนบทนี่ก็ไม่เกรงใจคนทำซีจีกันเลย เพราะแต่ละฉากนี่เราจะได้เห็น คิงคองสะบัดขนแล้วน้ำกระจายออกจากร่าง สะบัดหิมะ สะบัดฝุ่น ถอนหายใจเป็นไอฟืดดดออกจากจมูก ยอมรับเลยว่างานซีจีได้พัฒนามาถึงขั้นสุดแล้วจริง ๆ ตอนเครดิตท้ายเรื่องนี่ชื่อคนทำซีจีอย่างเดียวน่าจะเป็นหลักพันคนเลยล่ะ แต่ที่เห็นชื่อเด่น ๆ ก็คือทีมงาน Weta นี่ล่ะ ที่น่าจะรับผิดชอบมากสุด