ค้นหาหนัง

The Mitchells vs. the Machines บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

The Mitchells vs. the Machines บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : The Mitchells vs. the Machines บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล (2021) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์:  The Mitchells vs. the Machines บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล (2021)
    ผู้กำกับภาพยนตร์: Michael Rianda, Jeff Rowe
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Michael Rianda, Jeff Rowe
    นักแสดง: Abbi Jacobson, Danny McBride, Maya Rudolph
    แนว/ประเภท: แอนิเมชัน , ผจญภัย , ตลก
    ความยาว:
    วันที่ฉาย: 30 เมษายน 2564

     

     

    ครอบครัวมิทเชลล์ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน คุณแม่ผู้มองโลกในแง่ดีและพร้อมสนับสนุนทุกคน คุณพ่อผู้รักการผจญภัย ลูกสาวผู้รักการทำภาพยนตร์และลูกชายที่ชอบไดโนเสาร์เป็นชีวิตจิตใจ เป็นสมาชิกครอบครัวที่ดูไม่น่าเข้ากันได้ โดยเฉพาะลูกสาวที่รู้สึกว่าตัวเองแปลกและเข้ากับใครไม่ได้เลย จนตัดสินใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัยศิลปะ คือสถานที่ที่เธอจะได้เจอพวกเดียวกัน คุณพ่อที่ความสัมพันธ์กับลูกสาวในช่วงนี้ไม่ดีสักเท่าไหร่เลยตัดสินใจจัดโร้ดทริป พาทั้งครอบครัวไปส่งลูกสาวที่มหาวิทยาลัย ระหว่างทางดันเกิดเหตุการณ์ Robot uprising หุ่นยนต์ยึดครองโลก และครอบครัวเพี้ยนๆ นี้กลายเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษย์อย่างงงๆ พวกเขาจะกอบกู้โลกได้หรือไม่


     

IMDB : tt7979580

คะแนน : 8.1

รับชม : 18346 ครั้ง

เล่น : 8036 ครั้ง



  •  

    อนิเมชั่นเรื่องนี้มีความโดดเด่นมากตรงการเล่าเรื่องที่แบ่งสัดส่วนออกอย่างลงตัว โดยในช่วงแรกหนังจะใช้เวลาปูตัวละครต่าง ๆ  ใส่ปมความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นระยะ พร้อมทั้งผลักดันประเด็นความสำคัญของเทคโนโลยีเข้ามาเล่าแบบแทรก ๆ ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ก็มีฉากให้เศร้าใจ น้ำตารื้นพอ ๆ กับประเด็นของครอบครัวที่อาจจะยังไม่คลี่คลาย ก่อนที่หนังจะเปลี่ยนตัวเองเป็นหนังแนวโร้ดทริปสไตล์ขับรถไปตามที่ต่าง ๆ และมีการใส่ฉากความสัมพันธ์ของครอบครัวแบบที่เห็นกันอย่างชัด ๆ ซึ่งช่วงนี้จะยังไม่ค่อยมีอะไรมาก กระทั่งหนังจะปาฉากไซไฟสุดอลังที่ไม่มีให้เห็นในตัวอย่างมาเริ่มเดินเรื่องอย่างรวดเร็ว เมื่อตัวละครต้องพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด กลายเป็นหนังแบบวันสิ้นโลก แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นของครอบครัว อีกทั้งยังรักษามุกตลกที่ใส่มาอย่างถูกจังหวะที่บางครั้งตอนดูก็ไม่ได้คิดว่าจะขำ แต่ก็ขำออกมาได้หลายฉาก อาจเพราะจังหวะจะโคนของเรื่องราวมันมีความตลกบนความจริงจัง เมื่อหนังต้องการให้เรารู้สึกตามตัวละครนั้น ๆ ซึ่งผมมองว่านี่เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในอนิเมชั่นดิสนีย์ที่ผมมองว่าพยายามโฟกัสประเด็นหนึ่งจนดูเป็นอนิเมชั่นสำเร็จรูป แต่มันมีเอกลักษณ์การเล่าเรื่องของตัวเองเป็นแบบที่ว่า ถ้าตอนแรกอนิเมชั่นเรื่องนี้ตั้งใจทำเป็นหนังเวอร์ชั่นคนแสดงก็ไม่มีอะไรกังขาเลย เพราะพล็อตกับส่วนผสมมันลงตัวมากตั้งแต่ต้นจนจบ

     

    รีวิว The Mitchells vs. the Machines บ้านฉันฟัดจักรกล (ไม่สปอยล์) 3



    ตอนที่เห็นตัวอย่าง ผมนึกมาตลอดว่าจะได้เห็นแค่ปมความสัมพันธ์ระหว่างเคที่กับพ่อของเธอ ริค แต่จริง ๆ มันมีประเด็นของตัวละครครอบครัวแต่ละคนด้วย  ทั้งลินดา แม่ที่ไม่กล้ามีปากเสียงกับสามี และทำทุกอย่างแบบขอไปที ทั้งแอรอน น้องชายคนเล็กที่มีนิสัยแปลกและมีความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ และแต่ละคนก็จะมีซีนเด่นประจำตัวและเป็นประโยชน์กับเรื่องราว แม้แต่จักรกลเองก็มีประเด็นที่น่าสนใจที่ทำให้มันไม่ได้เป็นแค่ตัวร้ายแต่ยังสะท้อนถึงปัญหาสังคมปัจจุบัน ซึ่งผมก็พยายามจะไม่บอกว่าซีนเหล่านี้คืออะไร แต่บอกได้เลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้คอยเซอร์ไพรส์ในเรื่องตลอด และหนังก็สามารถเก็บประเด็นเหล่านี้ครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่อง ว่าง่าย ๆ คือมันเจาะลึกไปถึงปมตัวละครที่มากกว่าในตัวอย่างเยอะ บางครั้งก็เชื่อมโยงกับสิ่งของในเรื่อง หรือแม้แต่ในวิดีโอ ซึ่งมันน่าสนใจตรงที่อนิเมชั่นนี้ไม่ได้มาจากค่ายดิสนีย์ และมันทำให้เกิดความแปลกใหม่ เมื่อเทียบกับผมที่รู้สึกผิดหวังกับดิสนีย์ที่เดี๋ยวนี้ทำอนิเมชั่นเฉลี่ยบทตัวละครไม่ค่อยดี หรือเน้นไปที่ตัวละครใดตัวละครหนึ่งมากเกินไป อาจเป็นเพราะตัวละครหลักสำคัญคือครอบครัวมิตเชลล์ด้วยละมั้งที่ทำให้หนังสามารถเฉลี่ยความสำคัญของตัวละครครอบครัวอย่างเท่าเทียมกันจนสามารถทำให้องค์ประกอบของเรื่องมีชีวิตชีวา และลุ้นว่าจะสามารถทำภารกิจพิทักษ์โลกสำเร็จหรือไม่ ด้วยความที่พวกเขาไม่ใช่คนเก่งกาจมีความสามารถแบบที่ตัวละครในหนังแนวนี้มี แต่เป็นคนธรรมดาที่พยายามประคับประคองครอบครัว 



     

    รีวิว The Mitchells vs. the Machines บ้านฉันฟัดจักรกล (ไม่สปอยล์) 4



    ปมของตัวละครในเรื่องนี้ถูกเฉลี่ยกันหลายเรื่องเลย นับตั้งแต่ เรื่องแรก ความฝันและความชอบในสิ่งที่ทำ โดยเฉพาะเคที่ ที่ตลอดชีวิตเธอเจอสิ่งที่ตัวเองชอบแต่กลับไม่ได้รับความชื่นชมจากครอบครัวจนค่อย ๆ ผลักให้เธอหนีห่างจากครอบครัวโดยเฉพาะ ริค พ่อของเธอไปเรื่อย ๆ จนตัดสินใจจะไปจากครอบครัว ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องโลกถูกจักรกลเข้ายึดครอง เธอจึงต้องจำใจทำเป็นว่าเธอชอบในสิ่งที่ครอบครัวชอบก่อนที่มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเธอและครอบครัวภายหลัง เรื่องสอง ความรักของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่คอยเสนอทุกอย่างให้ลูกโดยเชื่อว่ามันเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่ตัวเองมีให้ จนลืมฟังเสียงของกันและกัน เรื่องสาม ครอบครัวที่อิจฉาครอบครัวอื่นว่าดีกว่าตัวเองก่อนจะได้เรียนรู้ว่าความไม่เหมือนใครอื่นนี่แหละที่ทำให้พวกเขาวิเศษ เรื่องสี่ การให้เห็นผลร้ายของเทคโนโลยีที่มีผลกระทบทั้งในทางที่ดีและไม่ดี เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาตัวเองขึ้นมาและมนุษย์ทอดทิ้งสิ่งที่ตัวเองมี มนุษย์จะต้องรับผลอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น มนุษย์ใช้ชีวิตโดยหวังพึ่งจักรกลเป็นเหมือนผู้ช่วยจนลืมมองความสัมพันธ์จริง ๆ ของมนุษย์ที่ต้องการความเข้าใจและพึ่งพาอาศัยกัน และครอบครัวมิตเชลล์จึงเป็นภาพสะท้อนที่ว่า หากครอบครัวมีความสามัคคีเชื่อมั่นในกันและกันไม่ว่าปัญหาจะเลวร้ายระดับโลกแค่ไหน พวกเขาก็จะผ่านมันไปจนได้อยู่ดี เสียอย่างเดียวคือปมตัวร้ายมันโต้ง ๆ แบน ๆ ไปหน่อย คิดว่ามันสามารถนำเสนอได้ดูน่าสะพรึงกว่านี้ แต่เพราะมันเป็นหนังครอบครัวจะให้ระดับไซไฟจ๋า ๆ เด็กก็คงไม่รู้เรื่องแน่นอน 



     

    รีวิว The Mitchells vs. the Machines บ้านฉันฟัดจักรกล (ไม่สปอยล์) 5



    ความแปลกใหม่ที่หาไม่ได้จากอนิเมชั่นดัง ๆ คือความคิดสร้างสรรค์ที่ผู้สร้างรังสรรค์ให้ตัวละครไม่เหมือนใคร ไม่ใช่งาน 3D ที่ตัวละครต้องตาโตออกอินเนอร์โอเวอร์แอ็คติ้ง แต่ยังผสมผสานไปด้วยงานอาร์ตสไตล์วาดเขียนด้วยสีที่สอดแทรกเข้ามา แสง สีสันที่ฉูดฉาดตัดกับอารมณ์วันสิ้นโลก และเงาที่สมจริงราวกับเป็นภาพยนตร์คนแสดง ภาพสะท้อนต่าง ๆ ทำออกมามีเงาสะท้อน การเคลื่อนไหวของตัวละครก็เหมือนคนจริง ๆ จนน่ากลัว แถมยังมีฉากงานภาพสวย ๆ อีกมากมายที่สามารถแคปเป็นภาพวอลเปเปอร์อาร์ต ๆ อีกด้วยแน่นอนนี่คืออนิเมชั่นคุณภาพฉายโรงที่ถูกย่อลงมาที่เน็ตฟลิกซ์ เรียกได้ว่านึกถึงตอนดูงานระดับแบบ สไปเดอร์-แมน: ผงาดสู่จักรวาล-แมงมุม เลยทีเดียว งานดนตรีก็ไม่น้อยหน้าจัดเต็ม เสียงกระหึ่มรอบทิศทาง เพลงประกอบที่เข้ากับฉาก ทั้งเพลงแทรกสไตล์หนังครอบครัวที่สามารถบิวต์เราให้อินไปกับจังหวะของหนัง ทั้งสุขและเศร้า และดนตรีที่ชวนให้นึกถึงหนังหลายสไตล์ทั้งแบบซูเปอร์ฮีโร่ หรือแนวไซไฟ ซึ่งทำให้ดนตรีประกอบมีความหลากหลายและแหวกแนวไม่เหมือนใครมาก ยิ่งบวกกับเสียงพากย์ที่ถึงใจถึงอารมณ์มันยิ่งเสริมให้หนังดีมาก ๆ เลยทีเดียว 



    The Mitchells vs. the Machines



    ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าถ้าคุณข้ามไม่ดูเรื่องนี้ คุณจะต้องเสียใจมาก ๆ ผมยกให้เป็นอนิเมชั่นยอดเยี่ยมประจำปี 2021 ที่ควรค่าแก่การรับชมอย่างแท้จริง ดูได้ทั้งครอบครัว ครบทุกรส ไอเดียสุดใหม่ในทุกฉาก มุกทันสมัยไม่มีตกยุค โซนี่ได้งานมาสเตอร์พีชอีกชิ้นต่อจากสไปเดอร์เวิร์สแล้ว องค์ประกอบในด้านงานภาพอนิเมชั่นที่แปลกใหม่ ตัวละครที่น่าสนใจ ดนตรีประกอบที่หลากหลาย ประเด็นครอบครัวที่สามารถเข้ากันได้กับแนวไซไฟ ผมว่าหลังจากนี้ไปอนิเมชั่นเรื่องนี้จะต้องได้รับการพูดถึง แม้ไม่ใช่ในประเทศไทยไทยก็ต้องเป็นในวงการต่างประเทศแน่นอน เพราะเท่าที่ไปดูกระแสมามีแต่คำชมมากมาย จนแอบเสียดายที่หนังไม่ได้ฉายในโรง ไม่งั้นมันจะมีความอลังการ ตื่นตาตื่นใจมากกว่านี้ แต่ยังไงก็เป็นกำไรของคนที่มีเน็ตฟลิกซ์มาก ๆ ยิ่งมีเสียงไทยแล้วก็อยากจะให้เน็ตฟลิกซ์โปรโมทมากกว่านี้จริง ๆ อย่าลืมไปหามาดูกันนะครับ ผมบอกได้อย่างเดียวว่างานชิงรางวัลอนิเมชั่นปีนี้ ดิสนีย์มีหนาวบ้างแล้วนะครับ


     

หนังแนะนำ GOVMOVIE