ค้นหาหนัง

ดูหนัง TRANSSIBERIAN หนังที่ควรได้คำชม 2007 เต็มเรื่อง

ดูหนัง TRANSSIBERIAN หนังที่ควรได้คำชม 2007 เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดูหนัง TRANSSIBERIAN หนังที่ควรได้คำชม 2007 เต็มเรื่อง

    เรื่องย่อ : TRANSSIBERIAN หนังที่ควรได้คำชม 2007


    คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันรอย (Woody Harrelson) และเจสซี (เอมิลี่มอร์ติเมอ ร์ ) นั่งรถไฟจากปักกิ่งไปยังกรุงมอสโกในบ้านของพวกเขากลับมาจากภารกิจที่นับถือศาสนาคริสต์ในประเทศจีน รอยมาตีเพื่อนในห้องโดยสารของพวกเขาชายชาวสเปนคาร์ลอส (Eduardo Noriega) และแฟนแอ๊บบี้ที่เกิดในซีแอตเทิลของเขา (เคทมารา) เจสซีไม่ได้แบ่งปันความอบอุ่นของสามี แต่คาร์ลอสแสดงให้เห็นว่าเจสซีของเธอเป็นตุ๊กตาที่ระลึกของเขา
    เมื่อรอยพลาดรถไฟในอีร์คุตสค์ขณะเที่ยวชมเมืองเจสซีอยู่คนเดียวกับคาร์ลอสและแอ๊บบี้ เธอลงจากรถไฟที่Ilanskayaเพื่อรอ Roy คาร์ลอสกับแอ๊บบี้ก็ออกไปด้วยโดยอ้างว่าเธอจะไม่ปลอดภัยคนเดียว ในร้านอาหารเจสซี่เห็นตุ๊กตาเกือบจะเหมือนกับของคาร์ลอส แอ๊บบี้อารมณ์เสียเมื่อเธอพูดถึงเรื่องนี้และเข้านอน เจสซีขอร้องให้คาร์ลอสไม่เกี่ยวข้องกับแอ๊บบี้ในกิจกรรมของเขา เช้าวันรุ่งขึ้นคาร์ลอสมาที่ห้องของเจสซีบอกให้เธออาบน้ำเสียและขอให้เธอใช้ เจสซีได้รับหมายเรียกจากฝ่ายต้อนรับและออกจากคาร์ลอสไปที่ห้องของเธอ ที่แผนกต้อนรับเธอได้รับโทรศัพท์ยืนยันว่ารอยจะเข้าร่วมกับเธอและคาร์ลอสกล่อมให้เธอออกไปเที่ยวในถิ่นทุรกันดารซึ่งพวกเขาพบโบสถ์ที่ถูกทำลาย

IMDB : tt0800241

คะแนน : 6.7

รับชม : 147 ครั้ง

เล่น : 23 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



  • 1) การดูหนังเรื่องนี้ทำให้เราตระหนักได้อย่างหนึ่งว่าการกำกับหนังทริลเลอร์มันยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีชั้นเชิงได้เฉกเช่นอัลเฟรด ฮิตช์ค็อก

    2) พล็อตหนังครึ่งแรกเป็นโทนลึกลับไม่น่าไว้วางใจ เล่าเรื่องของ 'เจสซี่' (Emily Mortimer) และ 'รอย' (Woody Harrelson) คู่รักชาวอเมริกันได้พบ 'คาร์ลอส' (Eduardo Noriega) และ 'แอีบบี้' (Kate Mara) คู่รักแปลกหน้าสองคนบนรถไฟสายจีน-มอสโคว์ ส่วนครึ่งหลังเป็นทริลเลอร์ลุ้นระทึกที่คู่รักชาวอเมริกันต้องเอาตัวรอดจากตำรวจรัสเซียก็คือ 'กริงโก' (Ben Kingsley)

    3) ชอบที่หนังสร้างบรรยากาศรัสเซียให้ดูไม่น่าไว้วางใจเลยสักอย่าง เรื่องเล่าเกี่ยวกับตำรวจรัสเซียยิ่งส่งให้ความโหดของดินแดนนี้ทวีคูณขึ้นไปอีก แต่ก็นั่นแหละบรรยากาศดีแต่เนื้อเรื่องไม่ส่งให้เราสนุกไปกับมันเลย

    4) ช่วงหนังที่เล่นความเป็น mystery ลึกลับเนี่ยยอมรับว่าทำออกมาได้น่าสนใจมาก มันกระตุ้นให้เราอยากรู้อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นตอนที่ 'รอย' ตกรถไฟโดยภาพสุดท้ายที่คนดูรับรู้คือเขาอยู่กับ 'คาร์ลอส' มันชวนให้เราอยากรู้มาก ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเฉลยถึงกับเซ็งกับมุกที่หนังใช้พอสมควร เพราะกลายเป็นเขาตกรถไฟเพราะมัวไปดูเครื่องจักรรถไฟ คือทิ้งภรรยา ตกรถไฟเพียงเพราะหนังปูทางมาว่าเขาชอบรถไฟมาก ๆ เนี่ยนะ

    5) ด้วยความที่ตัวละครในหนังมันมีไม่มาก แถมยังเปิดเรื่องภาพแก๊งค้ายาเสพติดฆ่ากันเอง และตลอดการเดินทางยังใส่ภาพการตรวจค้นยาเสพติดมาโดยตลอด จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนดูโฟกัสคนร้ายไปที่คู่รักแปลกหน้า แต่มันไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ความสนุกลดลงหรอกนะ เพราะหนังหลาย ๆ เรื่องก็เฉลยตัวร้ายตั้งแต่เริ่มแต่เรากลับสนุกเพราะลุ้นว่าเมื่อไรคนร้ายจะถูกจับได้ หรือบางครั้งยังเอาใจช่วยตัวร้ายด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ใน Transsiberian แน่นอน

    6) ช่วงท้ายหนังพยายามเล่นตามสูตรทริลเลอร์ทั้งหลายคือตัวละครเอกไร้ทางสู้ถูกไล่ล่าโดยคนร้ายที่มีอาวุธปืน ซึ่งผู้กำกับก็ได้ประเคนเทคนิคการทำทริลเลอร์มาใช้เต็มสูบ คนดูอย่างผมได้ลุ้นว่าจะหนีได้ไหม สรุปแล้วเป็นช่วงที่เหมือนจะดีแต่ก็จบลงอย่างรวดเร็ว

    7) ตัวละครอย่าง 'เจสซี่' ยังสร้างความน่ารำคาญเป็นอย่างมาก การตัดสินใจของเธอมันพาหนังดิ่งลงเรื่อย ๆ เราเห็นความพยายามสร้างปมของผู้กำกับที่จะให้คนดูมองว่าเธอตัดสินใจเก็บความลับว่าเธอฆ่า 'คาร์ลอส' เอาไว้เพราะกลัวความผิด กลัวสามีโกรธที่เธอไปเที่ยวกับเขาสองต่อสอง กลัวกิตติศัพท์ของตำรวจรัสเซีย แต่เมื่อดูสิ่งที่เธอกำลังเผชิญและโอกาสต่าง ๆ ของเธอที่จะรอดข้อกล่าวหามันจึงเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดมากจนทำให้การดูช่วงท้ายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ

    8) ยิ่งฉากที่เธอคิดว่าจะทำยังไงกับตุ๊กตา โอเค เธอกลัวตำรวจรัสเซีย เธอกลัวความผิดที่ฆ่าชายแปลกหน้า เธอจึงหาทางทิ้งตุ๊กตา แต่หนังกลับเขียนบทให้เธอทิ้งไม่สำเร็จแม้ว่าจะพยายามสักกี่ครั้งแล้วก็ตาม เช่นเดียวกับผู้กำกับที่พยายามทำให้อารมณ์หนังเป็นทริลเลอร์ลุ้นระทึกว่าเธอจะถูกจับได้หรือไม่นั่นแหละ

    9) แน่นอนว่าการพยายามปูพื้นดราม่าความสัมพันธ์ระหว่าง 'รอย' กับ 'เจสซี่' ย่อมล้มเหลวไม่เป็นท่า หนังลงน้ำหนักปูมหลังของหญิงสาวว่าเคยเหลวแหลกมาก่อน แต่มาได้ดีเพราะเธอพบกับ 'รอย' ในขณะที่ 'แอ๊บบี้' ก็เหมือนกระจกส่องตัวเธอ เพียงแต่เธอพบคนเลวอย่าง 'คาร์ลอส' ทำให้ชีวิตไปในทางที่ผิด ดังนั้นฉากจบของหนังที่เธอได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามฝันจึงเหมือนจะสวยงามท่ามกลางหิมะขาวโพลนอยู่เหมือนกัน

    10) จุดโหว่หลายจุด (เช่นรถไฟชนกันช่วงท้าย) พล็อตหนังที่ขาดความน่าเชื่อถือ การพยายามชวนให้ลุ้นระทึกแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งหมดทำให้ Transsiberian สอบตกทั้งความเป็น thriller และ mystery แต่ก็ยังนับว่าเป็นความพยายามที่น่าสนใจและเชื่อว่าผู้กำกับยังมีโอกาสเอาดีด้านหนังแนวนี้ได้อยู่