ค้นหาหนัง

First They Killed My Father เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า (2017) [บรรยายไทย]

First They Killed My Father เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า (2017)  [บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : First They Killed My Father เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า (2017) [บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์ : First They Killed My Father เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า
    แนว/ประเภท : Biography,  Drama,  History
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Angelina Jolie
    บทภาพยนตร์ : Angelina Jolie,  Loung Ung
    นักแสดง : Sareum Srey Moch,  Phoeung Kompheak,  Sveng Socheata
    วันที่ออกฉาย : 15 September 2017

     

     

     

    จากคำบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์อันเลวร้ายที่เด็กหญิงชาวกัมพูชาวัย 5 ปีต้องเผชิญ สู่ภาพยนตร์ดราม่าอัตชีวประวัติที่สร้างจากหัวใจของ Angelina Jolie ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศกัมพูชาที่บอกเล่าผ่านมุมมองของชาวกัมพูชา แทนที่จะเล่าผ่านคนผิวขาวซึ่งเป็นคนนอกที่เข้าไปแทรกแซง

     

    First They Killed My Father: A Daughter of Cambodia Remembers Theatrical  Trailer (2017)

IMDB : tt4882376

คะแนน : 7.2

รับชม : 1161 ครั้ง

เล่น : 293 ครั้ง



  •  

    พูดเสียตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า ในฐานะที่หนังเรื่อง First They Killed My Father (2017) ผลงานกำกับของ แอนเจลินา โจลี (ซึ่งล่าสุดผู้ชมสามารถดูแบบสตรีมมิงทางช่อง Netflix) ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจากประเทศกัมพูชาเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศประจำปีล่าสุด โอกาสที่หนังจะติด 1 ใน 5 หรืออย่างน้อย 1 ใน 9 (ซึ่งเปรียบเหมือนรอบรองชนะเลิศ) ก็สูงลิบลิ่วเลย ทั้งนี้ก็ด้วยแต้มต่อและความเหนือกว่าหนังจากชาติอื่นๆ หลายประการด้วยกัน

         หนึ่งก็คงหนีไม่พ้นสถานะของความเป็นคนที่อยู่ในแสงสปอตไลต์ของตัวโจลีเอง ซึ่งย่อมดึงดูดความสนใจของใครต่อใคร และรวมถึงกรรมการที่โหวตคัดเลือก อีกทั้งหนังที่เธอสร้างกับบทบาทของการเป็นทูตพิเศษของสำนักงานข้าหลวงผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติก็ช่างเสริมส่งซึ่งกันและกัน

         แต่พูดอย่างให้ความเป็นธรรม ฝีไม้ลายมือของโจลีในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ก็พัฒนาอย่างมีนัยสำคัญจริงๆ จากผลงานแรกๆ เรื่อง Unbroken (2014) ที่มีลักษณะยัดเยียดและหมกมุ่นอยู่กับการนำเสนอความรุนแรงอย่างค่อนข้างขาดการขัดเกลา ปรากฏว่าทักษะในการบอกเล่าและถ่ายทอดตามที่ปรากฏในหนังเรื่อง First They Killed My Father ก็แนบเนียนและแยบยลมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา (แต่จริงๆ แล้ว เธอแสดงให้เห็นวี่แววตั้งแต่ By the Sea (2015) หนังเรื่องก่อนหน้าแล้ว) และไม่มีข้อสงสัยว่านอกจากนี่จะเป็นผลงานกำกับที่ดีที่สุดของโจลียังเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ จินตนาการ และรสนิยม

       

     

     อีกหนึ่งได้แก่การใช้ทุนสร้างก้อนโตพอสมควร ข้อมูลระบุว่าสิริแล้วงบประมาณของหนังสูงถึง 24 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 858 ล้านบาท กระนั้นก็ตาม ผลลัพธ์ที่ปรากฏเบื้องหน้าก็สมน้ำสมเนื้อทีเดียว หนังมีฉากแบบเอพิกหลายฉาก หนึ่งในนั้นได้แก่ช่วงเวลาที่เหล่าทหารเขมรแดงบังคับให้ทุกคนต้องอพยพออกจากกรุงพนมเปญ และภาพแบบโดรนช็อตก็ตอบสนองความอลังการ ตลอดจนความประณีตพิถีพิถันของงานสร้างได้อย่างสอดประสานกลมกลืน

         ไม่ว่าจะอย่างไร ความได้เปรียบสูงสุดจริงๆ ของหนังได้แก่เนื้อหาที่นำเสนอ มองในมุมของคนอเมริกัน (เพื่อเป็นข้อมูล หนังเรื่องนี้ถือสองสัญชาติคืออเมริกันและกัมพูชา อีกทั้งผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างหลายคนก็เป็นอเมริกัน) นี่เป็นเหมือนกับหนังที่ผู้สร้างต้องการ ‘ไถ่บาป’ จากกรณีที่รัฐบาลของประเทศตัวเองเข้าไปแทรกแซงกิจการของชาวบ้านทั้งๆ ที่ธุระไม่ใช่ หรือพูดอย่างเจาะจง ในกรณีของกัมพูชา อารัมภบทในช่วงราวๆ 10 นาทีแรกของหนังและถ้อยคำส่งท้ายชวนให้สรุปเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากว่า หนึ่งในต้นเหตุของความฉิบหายวายป่วงที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการที่กองทัพอเมริกันขยายแนวรบเข้าไปในกัมพูชา (ทั้งๆ ที่ปากบอกว่าต้องการถอนตัว) อันส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยถูกผลักไสให้ไปเข้ากับฝ่ายเขมรแดง ไม่มากก็น้อย หนังของโจลีก็น่าจะช่วยปลดเปลื้องความรู้สึกผิดให้บรรเทาเบาบางลงไป

     ส่วนที่ทำให้หนังมีสัมผัสที่พิเศษจริงๆ ได้แก่การวางปมเรื่อง ซึ่งแทนที่จะบอกเล่าผ่านมุมมองแบบสัพพัญญูของคนทำหนังโดยตรง กลับเลือกร้อยเรียงเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านสายตาที่ไม่ประสีประสาของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ผู้ซึ่งไม่ว่าจะดีหรือเลวอย่างไร โลกเบื้องหน้าของเธอก็เป็นอะไรที่น่าพิศวงและชวนให้สงสัยใคร่รู้อยู่ตลอดเวลา ข้อสำคัญ นี่เป็นสายตาที่ไม่ได้แปดเปื้อนวิธีคิดแบบผู้ใหญ่จนนำไปสู่การตัดสินหรือพิพากษาผู้คนด้วยอคติและความโกรธเกลียดชิงชัง

       

     

     ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ไม่น้อยกว่าสองหรือสามฉากที่ผู้ชมได้เห็นว่า ทหารระดับปฏิบัติการของฝ่ายเขมรแดงที่ถูกจับจ้องผ่านมุมมองของหลวงจึงดูเหมือนเจือปนความเมตตา หรืออย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้เป็นคน และไม่ได้โหดเหี้ยมทารุณเหมือนกันไปหมด หรือพูดอย่างครอบคลุม หนังไม่ได้ยัดเยียดสถานะผู้ร้ายให้กับตัวละครคนใดคนหนึ่งจริงๆ จังๆ กระทั่งฉากหนึ่งในช่วงท้ายที่ทหารเขมรแดงคนหนึ่งโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ด้วยความคลั่งแค้น ภาพของใครคนนั้นในมุมมองของสาวน้อยก็ช่างน่าสมเพชเวทนาและมีสถานะของการเป็นเหยื่อไม่น้อยไปกว่าใคร แต่ในทางกลับกัน สามารถพูดได้เต็มปากว่าผีห่าซาตานของเรื่องได้แก่ตัวระบบและอุดมการณ์แบบเขมรแดงที่ถูกเผยแพร่ผ่านเสียงตามสายภายในคอมมูน ผ่านเสียงเพลงที่ร้องปลุกระดม ผ่านละครโฆษณาชวนเชื่อที่ถูกจัดแสดง และผ่านถ้อยคำของบรรดาทหารทั้งชายและหญิงของ ‘อองกา’ (Angkar) (หรือ ‘องค์การ’ นั่นเอง) ที่พร่ำบอกทำนองว่าอองกาคือผู้กอบกู้และปลดปล่อยชาวกัมพูชา เป็นทั้งพ่อ แม่ ครอบครัว และทุกคนต้องเชื่อฟัง

         และว่าไปแล้ว ความชั่วช้าสามานย์อย่างสุดลิ่มจริงๆ และเป็นวิธีการที่ระบอบการปกครองแบบปีศาจร้ายเช่นนี้เลือกฉกฉวยประโยชน์เหมือนๆ กัน (นาซี, เขมรแดง, ไอซิส ฯลฯ) ได้แก่การหลอกใช้เด็กๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นเครื่องมือ และนั่นคือตอนที่หนังทำให้เห็นว่าหลวงและเด็กคนอื่นๆ ถูกพวกผู้ใหญ่ฝึกฝนให้ฝังกับระเบิดในป่าลึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมื่อนึกย้อนกลับไป มันทั้งรบกวนและบั่นทอนความรู้สึกอย่างรุนแรง ประเด็นก็คือ หนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ซึ่งนั่นทำให้ ‘การจำลองเหตุการณ์’ เบื้องหน้าผู้ชมไม่ได้เป็นเรื่องล่องลอย และสอง เหตุผลที่เขมรแดงเลือกใช้เด็กๆ ก็เพราะนอกจากชีวิตของพวกเขาไม่มีค่า ประสบการณ์ชีวิตอันอ่อนด้อยก็ยังทำให้พวกเขาไม่กลัวตาย

         แต่ก็นั่นแหละ หนังไม่ได้มีแต่ด้านที่สร้างความรู้สึกกระอักกระอ่วนและหยาบกระด้าง ส่วนที่หมดจดงดงามอย่างยิ่งได้แก่การถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างหลวงกับผู้เป็นพ่อ (คอมเพียก พวง) ที่ผู้ชมรับรู้ได้โดยที่หนังไม่ต้องบอกกล่าวตรงๆ ว่าเธอเป็นลูกสาวคนโปรด และแม้ว่าตัวละครทั้งสองคนจะสื่อสารกันด้วยคำพูดไม่มากนัก แต่สายตาที่สอดประสานก็บ่งบอกถึงความห่วงหาอาทร หลายๆ ฉากชวนให้ซาบซึ้งตื้นตัน อีกทั้งวิธีที่คนทำหนังนำเสนอภาพของพ่อในหลายครั้งหลายคราผ่านสายตาของเด็กหญิงที่มองเห็นเขาในท่ามกลางแสงยามเย็นที่ฟุ้งกระจายก็กลายเป็นเสมือนช่วงเวลาอันมหัศจรรย์ที่น่าเชื่อว่า สำหรับสาวน้อย มันจะไม่มีวันหลุดลอกไปจากความทรงจำ

     ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของหนังเรื่อง First They Killed My Father ส่วนหนึ่งมาจากนักแสดงที่ถ่ายทอดบทบาทกันอย่างวิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้องนางเอกวัย 9 ขวบที่ต้องแบกหนังเอาไว้ทั้งเรื่อง และทำให้ภาพของตัวละครที่โลดแล่นเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ แต่จริงๆ แล้วก็ต้องนับรวมนักแสดงทุกคน และไหนๆ ก็ไหน คนที่ควรได้รับการปรบมืออย่างกึกก้องก็คือแอนเจลิน่า โจลี หนังอาจจะยังเรียกไม่ได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยมันก็บรรลุเป้าประสงค์ในการถ่ายทอดความโหดร้ายของสงครามและผลลัพธ์อันน่าเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาโดยที่ไม่ต้องเทศนา สั่งสอน หรือตั้งหน้าตั้งตาโหมกระพือและกระตุ้นเร้าอย่างหน้ามืดตามัว ตรงกันข้าม กลวิธีการนำเสนอของหนังมีลักษณะที่ค่อนข้างยับยั้งชั่งใจ ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ อันส่งผลให้เหตุการณ์ต่างๆ นานาที่ค่อยๆ คลี่คลายเบื้องหน้าผู้ชมดูหนักแน่น สมจริง และโน้มน้าวชักจูง

         กล่าวในที่สุดแล้ว First They Killed My Father จะได้เข้าชิงออสการ์หรือไม่ก็ไม่น่าจะใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป และว่าไปแล้ว เป้าประสงค์ของการดูหนังเรื่องนี้ก็เหมือนกับการเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่ว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทั้งหลายทั้งปวง ที่ไม่ว่าเนื้อหาข้างในจะก่อให้เกิดความรันทด หดหู่ หรือบีบคั้นและสะเทือนอารมณ์เพียงใด แก่นสารหรือพุทธิปัญญาจริงๆ ก็ล้วนแล้วเป็นเรื่องเดียวกัน นั่นก็คือ ‘พวกเราต้องไม่ลืม’

     

หนังแนะนำ GOVMOVIE