ค้นหาหนัง

อโยธยา มหาละลวย Om! Crush on Me (2021)

อโยธยา มหาละลวย Om! Crush on Me (2021) เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : อโยธยา มหาละลวย Om! Crush on Me (2021)

    ชื่อภาพยนตร์ : อโยธยา มหาละลวย Om! Crush on Me
    แนว/ประเภท : Action, Comedy,  Drama
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Nasorn Panungkasiri
    บทภาพยนตร์ : Nasorn Panungkasiri
    นักแสดง : Jirayu Tangsrisuk , Maylada Susri , Sapol Assawamunkong
    วันที่ออกฉาย : 2 December 2021






    ภาพยนตร์ อโยธยา มหาละลวย นำแสดงโดย เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และ โบว์-เมลดา สุศรี ภาพยนตร์รัก-แอ็กชั่นแฟนตาซี เต็มไปด้วยกลิ่นไอความรักและมนต์คาถา ที่มีฉากหลังเป็นความขัดแย้งในสมัยอยุธยา เล่าเรื่องราว “สมัยอโยธยา” ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ ที่มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติมากเป็นพิเศษ ทำให้อโยธยาช่วงนั้นมีความหลากหลายด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม

    อโยธยามหาละลวย Archives - CBNT CHANNEL

IMDB : tt16124362

คะแนน : 0

รับชม : 1946 ครั้ง

เล่น : 1050 ครั้ง



  •  

     

     

     

    หนังเซ็ตตัวเองในยุคสมัยอโยธยาที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยใหม่ ทั้งเปลี่ยนสู่ราชวงศ์ใหม่ บ้านเมืองลุกเป็นไฟด้วยการฆ่าล้างโคตร ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุให้เรียว หรือเรียวสึ ต้องกำพร้าพ่อที่เป็นคนญี่ปุ่น สายเลือดยามาดะคนสุดท้ายที่ถูกขอชีวิตไว้และถูกเลี้ยงดูพร้อมถ่ายทอดวิชาทั้งคาถาและการต่อสู้

     

    เริ่มต้นเรื่องดูน่าสนใจ อิงไปกับเหตุการณ์จริง ตัวละครหลายตัวมีชีวิตอยู่ในพงศาวดารเอกสารประวัติศาสตร์

    สิ่งที่หนังเติมต่อเพื่อเล่าเรื่องในเชิงโรแมนซ์ ก็คงเป็นการเซ็ตสร้างโรงชำเราที่ดำเนินการโดยเจ้เกียวขึ้นมา และมีตัวละครสำคัญในนั้น เป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดในสถานประกอบการ นั่นคือ ออสร้อย (หรือชื่อเต็มคือ ออสายสร้อย) ผู้เป็นทั้งนางระบำและนักร้องตัวท็อป หญิงสาวผู้เป็นยอดรักของเรียวสึ เธอมีเพื่อนสนิทเป็น อออิน ผู้โดดเด่นในเชิงการดนตรี

    เนื้อหาของหนังเริ่มจากการตามหาหญิงสาวของเรียวสึ ก่อนจะนำมาซึ่งการแย่งชิง เมื่อมีชายอีกคนเข้ามาพัวพันกับออสร้อย หวังเอาไปเป็นเมีย รักสามเส้าจึงบังเกิดขึ้น

    โปสเตอร์หนัง อโยธยา มหาละลวย

    ช่วงแรกของหนังภาพดูมืดมากจนต้องหรี่ตาดู แถมหนังเล่าเรื่องอย่างขาดๆ เกินๆ มีบางช่วงที่ย้วยไปย้วยมา โดยเฉพาะฉากภายในโรงชำเราที่พยายามจะทำเหมือนละครเวทีสักเรื่อง มีร้องรำทำเพลงเหมือนจะอิงว่าคนอโยธยามีความเจ้าบทเจ้ากลอน แต่ก็ทำให้โทนหนังดูแหวกแตกต่างจากส่วนที่เหลือไปโดยปริยาย

    บางช่วงก็ดูคล้ายหนังจะตัดเรื่องราวไปบางส่วน จนทำให้นึกสงสัยในเหตุการณ์ระหว่างนั้นอยู่ครามครัน ประเด็นความรักและคาถาก็ดูจะไม่ถูกบอกเล่าอย่างมีนัยสำคัญ มองเห็นความพยายามในการสร้างเรื่องอิงประวัติศาสตร์ การสร้างฉากเพื่อจำลองภาพของโลกในยุคนั้น ดูจากพล็อตหนังก็เหมือนจะเข้มข้น แต่เมื่อได้ชมจริงก็พบว่าการเล่าเรื่องดูธรรมดาเกินไป ประเด็นของความรักที่มีตัวเลือกระหว่างการใช้มนต์คาถากับความรักที่เกิดจากใจจริงก็ยังไม่ค่อยจะหนักแน่นเท่าใดนัก แม้กระทั่งฉากจบดูจะลงเอยง่ายดายไปเสียหมด

    ทำให้ความประทับใจในหนังเหลืออยู่เพียงการใช้เสน่ห์และเคมีของพระนาง

    โบว์ เมลดา กับบทนางระบำในโรงชำเราของหนังเรื่องนี้

    นอกเหนือจากนี้ หนังก็ยังมีดีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น CG ที่ค่อนข้างดีพอสมควรมาช่วยในการเล่าเรื่อง งานเซ็ตฉากจะดูดีในฉากกลางแจ้งเสียเป็นส่วนใหญ่ ฉากต่อสู้ก็พอจะถือว่าทำได้ดี เสียแค่มุมกล้องยังดูธรรมดาเกินไป