ค้นหาหนัง

Red Dot เป้าตาย (2021) [บรรยายไทย]

ดูหนัง Red Dot เป้าตาย (2021) เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Red Dot เป้าตาย (2021) [บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์ : Red Dot เป้าตาย
    แนว/ประเภท : Drama,  Horror,  Thriller
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Alain Darborg
    บทภาพยนตร์ : Alain Darborg,  Per Dickson
    นักแสดง : Nanna Blondell,  Anastasios Soulis,  Johannes Kuhnke
    วันที่ออกฉาย : 11 February 2021


    เรื่องราวของคู่รักที่ได้ไปเล่นสกีบนภูเขา เพื่อพยายามปรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ดีขึ้น แต่แล้วเรื่องราวก็กลายเป็นฝันร้ายเมื่อมีจุดเลเซอร์สีแดงปรากฏขึ้นในเต็นท์ จนกระทั่งทั้งคู่ต้องหนีเตลิดเข้าไปในป่าที่หนาวเย็นและโหดร้าย และต้องอยู่กันตามลำพังกลางป่าเขา

     

    Red Dot ending explained: Exploring the twist of the 2021 Netflix movie

IMDB : tt11307814

คะแนน : 0

รับชม : 762 ครั้ง

เล่น : 195 ครั้ง



  •  

    หนังเปิดเรื่องช่วงต้นด้วยชีวิตคู่ที่พึ่งเริ่มต้นอยู่ด้วยกันของสองสามีภรรยาที่ระหองระแหงกัน แม้ตอนแรกจะเปิดเรื่องด้วยฉากขอแต่งงานแบบโรแมนติกแปลกๆ ซึ่งหนังเสียเวลาปูตรงนี้ไม่นานแค่ 10 กว่านาที (แต่ก็เป็นจุดสำคัญของเรื่อง) เพื่อจะเข้าไปสู่สถานที่หลักทุ่งหิมะชมแสงเหนือของสวีเดน ซึ่งระหว่างทางก็เปิดปมดราม่าเหยียดผิว เมื่อทั้งคู่ไปเจอกับคนในถิ่นนั้นที่เหยียดคนผิวดำ ซึ่งนาเดียภรรยาของเดวิดก็ตกเป็นเป้า ก่อนจะทะเลาะตอบโต้กันไปมา และก็กลายมาเป็นปมต่อเนื่องมายังทุ่งหิมะเมนหลักของเรื่อง แม้จะดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็มีความสมเหตุผลในตัว ซึ่งหนังแนวทริลเลอร์ใช้พล็อตความขัดแย้งกับคนท้องถิ่นแบบนี้มีบ่อย คนดูเข้าใจได้เมื่อหน้าหนังเผยให้เห็นแล้วว่ามือปืนในเรื่องมันโรคจิตขนาดไหนกับการเอาเป้าเลเซอร์ไล่ส่องคนในเวลากลางคืน ถึงตัวเรื่องในตอนแรกแม้จะไม่ได้มีฉากยิงกันตรงๆ มีแค่เลเซอร์ที่กวาดไปมาบนตัวจนถึงหัวของทั้งคู่ก็ทำให้คนดูลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าจะปังปืนลั่นกันตอนไหน แถมสุนัขที่ทั้งคู่พามาด้วยก็ตกเป็นเป้าอีก



    ซึ่งก็แน่นอนว่าคนดูเห็นเจ้าหมานี่ก็รู้เลยว่า นี่คือเหยื่อสังเวยความโรคจิตให้คนดูเห็นก่อนจะมาถึงคิวของตัวละครหลักแน่นอนหลังเรื่องเริ่มเปิดให้เห็นแล้วว่ามีการล่าจริงไม่ใช่หยอกๆ แบบใช้เลเซอร์ส่องในตอนแรก หนังก็พาให้เดวิดกับนาเดียต้องหนีตายแบบไม่รู้สาเหตุ ระหว่างทางที่หนีตายในทุ่งหิมะก็ต้องเจอกับธรรมชาติสุดโหดไปด้วย ทั้งพายุหิมะ น้ำแข็งแตก แต่หนังก็ไม่ได้ใช้พวกนี้มาก เพราะหลักๆ แล้วคือการตามล่าของมือปืนปริศนา ที่ดูชำนาญในเกมล่ากลางทุ่งหิมะกลางคืนมาก ถึงขั้นมีพลุไฟส่องแสงไว้ล่าเหยื่อที่หนีไปในความมืดด้วย ซึ่งพอมาเป็นการล่าคนแล้วกลายเป็นแค่พลุก็น่ากลัวไปในทันที ทั้งยังมีการวางกับดักล่อให้ทั้งคู่ไปติด ประหนึ่งว่านี่เป็นเกมล่าสัตว์ที่เปลี่ยนมาเป็นคนแทนจุดสำคัญของเรื่องคือการปกปิดมืปืนคนนี้อยู่ตลอดเวลาโดยให้เห็นแค่ลางๆ ในบางครั้งเท่านั้น ซึ่งนี่คือความแยบยลของเรื่องมาก จากที่เรื่องเหมือนจะเดาง่าย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ใช่ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งที่เรื่องเริ่มเผยอะไรแปลกๆ ให้เห็น จากมุมมองของเดวิดที่บาดเจ็บหนักกับภาพหลอนปริศนา พร้อมกับแฟลชแบ็คไปยังเหตุการณ์อื่นในอดีตของนาเดียที่เป็นปริศนาเช่นกัน รวมถึงบทสนทนาแปลกๆ เรื่องลูกในท้องของนาเดียที่พึ่งมาบอกเดวิดในตอนนี้ ทำให้คนดูเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเรื่องมีอะไรมากกว่าที่ปูมาในตอนแรก ซึ่งหนังก็มาเฉลยเอาช่วงครบชั่วโมงเป็นอีกด้านของเรื่องราวที่ซุกซ่อนอยู่ในช่วง 10 นาทีแรกเปิดเรื่อง ซึ่งเรื่องราวหลังจากนั้นผิดคาดและแตกต่างจากเกมล่าในตอนแรกกลายมาเป็นความโหด ซาดิสม์ ของคนร้ายที่ทรมานเหยื่อด้วยมือของพวกเขาเอง ไอเดียบรรเจิดแบบน้องๆ SAW เลยทีเดียว จนดูโหดกดดันมากกว่าตอนแรกเข้าไปอีก แต่เรื่องก็ยังเซฟตัวเองไว้ไม่ถึงขั้นมีฉากแหวะ เพราะยังต้องตั้งอยู่ในสมมุติฐานของความเป็นไปได้จริงในเรื่องอยู่ด้วย (ไม่ได้เป็นแบบหนังเน้นแหวะ)

    แต่จุดที่เด็ดสุดของเรื่องคือตอนจบที่ชวนช็อค นอกจากจะแหวกแนวสูตรสำเร็จทั่วไปแล้วยังกล้าจบแบบแตกต่าง โดยการให้ความหวังกับคนดูก่อนว่าจะจบแบบที่คิด แต่หนังกลับฉีกตัวเองออกไปจบอีกแบบ แม้จะไม่ได้แปลกใหม่ เคยมีแล้ว แต่ก็เป็นฉากจบที่คนทำต้องกล้า เพราะมันค่อนข้างหักหาญใจคนดูพอสมควรเลย แต่ก็ทำให้สมเหตุผลในตัวเองเช่นกันที่จบแบบนี้ครับ

    แม้เรื่องจะเขียนบทได้ค่อนข้างสมเหตุผลมีที่มาที่ไปจนจบได้ดี แต่ก็มีจุดบอดใหญ่ของเรื่องคือ เหตุการณ์ระหว่างทางที่ไม่สมเหตุผล มี 2 ครั้งในเรื่อง เมื่อตัวเอกสู้กลับทำร้ายคนที่มาตามล่าได้แล้ว แต่กลับไม่ชิงปืนหรือซ้ำคนที่มาตามล่าให้ตาย แม้แต่จับมัดไว้ก็ยังดี แต่กลับให้ทั้งคู่วิ่งหนีต่อไปอีก ซึ่งถือว่าไม่สมเหตุผลมากจนชวนงงว่าเขียนบทแบบนี้เพื่ออะไร กลัวหนังจบไวงั้นหรือ แม้ต่อมาหนังจะพยายามเฉลยความจริง และนำตรงนี้กลับมาใช้ในเหตุการณ์สำคัญตอนหลังอีกครั้ง แต่มันก็กลายเป็นจุดบอดสำคัญของเรื่องที่แย่ชวนให้ไม่สมเหตุผลเพิ่มเข้าไปอีก (แอบตลกกับความไม่สมเหตุผลด้วยนิดๆ)

    สุดท้ายแม้หนังจะมีจุดบอดใหญ่ แต่โดยรวมก็เป็นหนังที่มีความแตกต่างจากสูตรสำเร็จโดยทั่วไปมาก (อาจจะเพราะเป็นหนังสวีเดน) ถ้าใครต้องการความสดใหม่ของเรื่องราว พร้อมฉากจบที่ชวนช็อค แนะนำเลยว่าควรค่าแก่การดูเลยครับ