ค้นหาหนัง

The Dig กู้ซาก (2021) [บรรยายไทย]

ดูหนังThe Dig กู้ซาก (2021) เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : The Dig กู้ซาก (2021) [บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์: The Dig / กู้ซาก
    ผู้กำกับภาพยนตร์:  Simon Stone
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Moira Buffini (screenplay), John Preston (novel)
    นักแสดง: Carey Mulligan, Ralph Fiennes, Lily James, Johnny Flynn
    ดนตรีประกอบ: Stefan Gregory
    แนว/ประเภท: Biography, Drama, History 

    เรื่องย่อ: The Dig กู้ซาก (2021)
    เรื่องราวที่สร้างมาจากเรื่องจริงของ สมาชิกนักขุดซากสิ่งของโบราณที่ได้ร่วมมือกันจนหาซาก จนกระทั่งพวกเขาได้เจอกับเศษซากเรือลำเก่าจากยุคโบราณของชาวอังกฤษ โดยได้ขุบพบในพื้นที่ของ ซัตตัน อู ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกของโบราณในอังกฤษ และ ยังถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ของทั่วทั้งโลกเลยทีเดียว

IMDB : tt3661210

คะแนน : 7.3

รับชม : 356 ครั้ง

เล่น : 78 ครั้ง



  • ซีรีส์ดัดแปลงจากหนังสือของ จอห์น เพรสตัน โดยนำเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ยิ่งใหญ่ในการขุดค้นพบทางโบราณคดีของอังกฤษและของโลกมาบอกเล่าได้อย่างลึกซึ้งและละเมียดละไมอย่างมาก ไดอาล็อคหรือบทพูดของตัวละครในเรื่องได้ผ่านการกลั่นกรองและแฝงนัยยะลึกซึ้ง ผนวกกับการแสดงชั้นยอดของทีมนักแสดงในเรื่อง การเดินเรื่องที่แม้ว่าจะเรียบง่าย แต่ก็มีชั้นเชิงและน่าติดตาม ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของ Netflix ที่แนะนำให้รับชมเลยครับ

    ก่อนอื่นต้องขอคารวะผู้กำกับ Simon Stone ว่านี่คือภาพยนตร์แนวดราม่า กึ่งชีวประวัติและอิงประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ที่บอกเล่าเรื่องราวการขุดค้นพบครั้งสำคัญทางโบราณคดี ที่นำเสนออกมาได้อย่างละเมียดละไมและเต็มไปด้วยไดอาล็อคที่ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าการตีความ รวมถึงการนำเสนอกระบวนการขุดค้นทางโบราณคดีในโลกความจริง และปัญหาภายในวงการที่คนนอกก็อาจไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่หนังก็ทำออกมาให้ดูง่าย

    โปรดักชั่นของหนัง จัดว่าอยู่ในระดับที่สร้างออกมาได้ดีมาก ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้ว ฉากเกือบทั้งหมดในเรื่องมากกว่า 90% วนเวียนอยู่ในสถานที่แค่ 2-3 แห่งเท่านั้น แต่การเล่าเรื่องกลับทำให้มันสนุกและน่าติดตามได้อย่างเหลือเชื่อเลยสำหรับคนที่ไม่รู้พื้นเพและบริบทของประวัติศาสตร์อังกฤษในช่วงก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือไม่ค่อยรู้เรื่องความสำคัญของการขุดค้นพบทางโบราณคดีครั้งนี้แล้วกลัวว่าจะดูหนังไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะต้องยอมรับว่าตัวหนังมีศักยภาพสูงในการบอกเล่าให้คนดูทั่วไปเข้าใจได้ง่ายโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ซึ่งภาพรวมของหนังจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในการขุดค้นพบนี้ ผ่านทางสามตัวละครหลักที่มีตัวตนอยู่จริงๆ ได้แก่
     

     

    อีดิธ พริตตี้ หญิงม่ายลูกติดหนึ่งคนที่ยังเปี่ยมเสน่ห์ เธอเป็นเจ้าของสถานที่ของซัตตันฮู แต่กลับถูกโรคร้ายรุมเร้าและอาจจะเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ

    บาซิล บราวน์ นักขุดค้นพบที่หลงใหลในวิชาโบราณคดีที่ศึกษาศาสตร์ต่างๆด้วยตนเอง แม้ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่สันชาตญาณและความสามารถของเขาก็เป็นที่ยอมรับจากอีดิธ

    เพ็กกี้ พิกก็อต (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น มากาเร็ต กุยโด) หญิงสาวหัวกะทิที่เป็นภรรยาของนักโบราณคดีที่ได้โอกาสเข้ามาร่วมขุดค้นครั้งประวัติศาสตร์

    ตัวหนังในช่วงแรกจะเล่าในมุมของ อีดิธ และ บาซิล สลับกันไปมา ซึ่งเมื่อดูไปสักระยะจะรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังรักดราม่าของชายสูงวัยและหญิงม่ายที่กำลังสนใจกันและกันระหว่างงานขุดค้น ซึ่งถือว่าเป็นความรักต้องห้ามแบบหนึ่ง เพราะบาซิลก็มีภรรยาแล้ว แม้จะไม่มีลูกด้วยกันก็ตาม จากนั้นเรื่องราวจึงเริ่มมาเจอดราม่าที่งานขุดค้นดังกล่าว เมื่องผลของการขุดมันเริ่มใหญ่โตและค้นพบสิ่งสำคัญอย่างคาดไม่ถึง แล้วกลายเป็นว่างานนี้ต้องมาถูกกระทรวงโยธาธิการของอังกฤษเข้ามารับผิดชอบแทน แต่อีดิธก็ยังยืนกรานให้บาซิลได้มีส่วนร่วมในงานขุดต่อไป

    พอเข้ากลางเรื่อง เพ็กกี้ ที่เข้ามาร่วมงานขุดค้นก็จะกลายมาเป็นตัวละครสำคัญอีกคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนักโบราณคดีหญิงคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในวงการนี้ แต่กลับพบปัญหาชีวิตคู่กับสามีในระหว่างขุดค้นที่เธอได้ค้นพบความลับของสามีบางอย่าง ซึ่งสุดท้ายเธอก็ต้องเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป

    จุดเด่นมากๆของหนังมีหลายจุดที่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นงานด้านโปรดักชั่น งานภาพ มุมกล้อง ที่เมื่อเราดูแล้วรู้สึกได้เลยว่านี่คือผลงานที่ทีมสร้างมีความตั้งใจอย่างมากในการสร้างสรรค์ การกำกับ การตัดต่อ และการแสดงของทีมนักแสดงในเรื่องที่เรียกได้ว่าเอาหนังอยู่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบทดราม่าแรงๆ ไม่มีฉากดราม่าเชือดเฉือนทางอารมณ์มากมายนัก แต่คนดูสามารถรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ในเรื่องที่เต็มไปด้วยความอึดอัด กระอักกระอ่วน ตรงนี้ยังต้องขอชมการแสดงของ ราฟ ฟินน์ และ แครี่ มัลลิแกน โดยเฉพาะราฟ ฟินน์ ที่คนส่วนใหญ่อาจจะติดภาพของเขามาจากบทบาทของลอร์ดโวลเดอร์มอร์จากเรื่อง Harry Potter ซึ่งการแสดงของเขาในเรื่องนี้ทำได้ดีเอามากๆ

    ส่วนการเดินเรื่องในครึ่งหลัง ต้องชื่นชมการแสดงของ ลิลลี่ เจมส์ ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาทางสีหน้า แววตา และนำ้เสียงในการพูดได้อย่างน่าทึ่ง ใบหน้าสวยๆของเธอที่แม้ว่าจะใส่แว่นตาและดูเป็นสาวเนิร์ด ก็ไม่สามารถบดบังเสน่ห์ของเธอได้ เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่เชื่อว่าจะสามารถขึ้นมารับบทใหญ่ๆได้ในอนาคต

    นอกจากนี้ยังมีอีกจุดเด่นของเรื่องก็คือ นัยยะแฝงมากมายที่อยู่ในบทพูดของตัวละคร ซึ่งต้องขอชื่นชมทีมเขียนบทที่ทำได้ลุ่มลึกมาก โดยที่ตัวละครไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาตรงๆ แต่คนดูสามารถรับรู้ถึงความเป็นของเรื่องราวและการตัดสินใจต่างๆของตัวละครได้ผ่านนไดอาล็อคที่คลุมเครือเหล่านั้น ต้องขอคารวะเลยครับ

    ส่วนจุดด้อยของหนังก็มีอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะการตัดต่อและจังหวะเล่าเรื่องของหนังในช่วงท้ายที่อาจจะทำให้คนดูมีช่วงสับสนหรืองงๆ อยู่บ้าง และการที่ตัวหนังทำออกมาเหมือนเพื่อให้คนอังกฤษที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์อยู่บ้างได้ชมกัน อาจจะทำให้คนดูหลายคนไม่ค่อยเข้าใจว่า การค้นพบซากเรือโบราณของชาวแองโกล-แซกซัน มันสำคัญขนาดไหน

    สำหรับความสำคัญที่ว่านั้น เป็นเพราะชาวแองโกล-แซกซัน คือบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวอังกฤษ การค้นพบครั้งนี้สำคัญมาก แล้วมันเป็นการล้างความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าชาวแองโกล-แซกซันเป็นพวกป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม แต่มีอารยธรรมขึ้นมาได้เพราะการเข้ามาของพวกโรมัน ซึ่งการค้นพบนี้ล้างความเชื่อดังกล่าวหมด

    ในภาพรวมแล้ว นี่คือหนังดราม่าอิงประวัติศาสตร์และเรื่องราวของตัวละคร ทั้งความรักและมิตรภาพ โดยผ่านเหตุการณ์การขุดค้นทางโบราณคดี ซึ่งต้องถือว่าเป็นพลอตหนังที่ไม่เคยมีมาก่อน และผู้สร้างทำได้ยอดเยี่ยม ถือว่าเป็นหนังระดับคุณภาพของ Netflix ที่สมควรได้รางวัลอะไรสักอย่างในปี 2021 นี้เลยครับ แนะนำเลย