ค้นหาหนัง

ดูหนัง The Pink Panther (2006) เดอะพิงค์แพนเตอร์ เต็มเรื่อง

ดูหนังออนไลน์ The Pink Panther (2006) เดอะพิงค์แพนเตอร์ master - GoVMovie ดูหนังออนไลน์ ดูหนังใหม่ ซีรี่ย์ ชัด เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดูหนัง The Pink Panther (2006) เดอะพิงค์แพนเตอร์ เต็มเรื่อง

    ดูหนัง The Pink Panther (2006) เดอะพิงค์แพนเตอร์ เต็มเรื่อง

     

    เรื่องย่อ

    เพียงเอ่ยชื่อ นักสืบแจ๊ค คลูโซ่ ผู้ร้ายทั้งแผ่นดินก็สั่นกลัวจนหัวหด แล้วใครที่เคยพบเจอเขาแล้วก็พลอยขนพองสยองเกล้าสุดสะพรึงตามไปด้วย ที่เป็นเช่นนั้นก็น่าจะมาจากผลงานการสืบสวนสอบสวนของ คลูโซ่ ที่แสนจะไม่เอาไหน แถมยังเป็นคนเข้าใจอะไรยากชนิดปวดขมับสุดมึน ทักษะการใช้ภาษาก็อ่อนด้อยเข้าขั้นปวกเปียก มิหนำซ้ำขนาดอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเขาเองแท้ ๆ ยังทำงานไม่ประสานกันเลย
    ถึงแม้วิธีการของเขาอาจจะพลิกแพลงหลุดจากกรอบ แถมบ่อยครั้งยังสับสนชุลมุน แต่เขาก็สามารถแก้คดีอาชญากรรมได้ ตามสไตล์ที่เป็นตัวของเขาเองสุด ๆ อย่างน้อย ๆ ก็รอดตัวมาได้จนถึงทุกวันนี้ ในภาพยนตร์ตลกพกแอ็คชั่นมาเต็มล้นเรื่อง The Pink Panther นักสืบคลูโซ่ขี้โอ่ (สตีฟ มาร์ติน) จะต้องสืบคดีที่สำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา
    ขณะที่อีเวส กลูออน (เจสัน สเตทแธม) โค้ชฟุตบอลชื่อดังระดับโลกที่เพิ่งนำทีมชาติฝรั่งเศสไปคว้าชัยชนะเหนือทีมชาติจีนมาหมาด ๆ กำลังถูกห้อมล้อมแสดงความยินดีจากบรรดาแฟน ๆ อยู่นั้น ข้างกายของเขามีแฟนสาวแสนสวย ซันย่า (บียอนเซ่) ศิลปินป๊อปชื่อดังระดับโลกประกบอยู่ตลอดเวลา ทันใดนั้นเขาก็ร่วงผล็อยล้มลงด้วยฤทธิ์ของลูกดอกอาบยาพิษ ช่วงที่ผู้คนแตกตื่นชุลมุนกันอยู่แหละ "เดอะ พิ้งค์ แพนเธอร์" แหวนเพชรมูลค่ามหาศาลของ กลูออน ก็หายไปอย่างลึกลับ
    คดีฆาตกรรมตกเป็นเป้านำเสนอข่าวของสื่อมวลชนทุกแขนง และผู้คนทั้งชาติจับตามองจ้องเขม็ง ผู้บัญชาการกองสืบสวนสอบสวน เดรย์ฟัส (เควิน ไคลน์) ต้องรับภาระหนักไขคดีสำคัญนี้ให้สำเร็จ ในขณะเดรย์ฟัสที่กำลังจะได้รับ รางวัลเกียรติยศ Medal of Honor เป็นครั้งที่เจ็ด และเขาก็รู้ตัวดีว่า ช่วงเวลาพิจารณาใกล้เข้ามาทุกขณะอย่างนี้จะทำผิดพลาดตรงไหนไม่ได้เลยแม้สักนิดเดียว หรือถ้าจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นที่ไหนก็อย่าให้เชื่อมโยงมาถึงตัวของเขาได้เป็นดีที่สุด เดรย์ฟัสจึงโยนเผือกร้อนคดีสำคัญไปให้กับ นักสืบคลูโซ่ ผู้ที่ไม่เคยเหนื่อยหน่ายจากการทำคดีรับใช้ประชาชนเลยแม้แต่น้อย
    คลูโซ่ กับผู้ช่วยคนใหม่ สารวัตรปองตอง (ฌอง เรโน) ที่แสนจะเด็ดเดี่ยวมั่นคง และอึดมีน้ำอดน้ำทนสุด ๆ มาช่วยกันสะกดรอยตามล่าคนร้ายที่ทิ้งเบาะแสไว้ให้ชวนสับสนวุ่นวายคลายปมลำบากสุด ๆ ชนิดทั่วทั้งกรุงปารีสยังไม่สาแก่ใจข้ามไปมหานครนิวยอร์กอีกด้วยซ้ำ ซึ่งที่มหานครนิวยอร์กนี่ คลูโซ่ กับ ปองตอง ก็ไปตะลุยย่านไทม์สแควร์ ใกล้ ๆ ตลาดค้าเพชรเลื่องชื่อ ถิ่น Fifth Avenue และโรงแรม Waldorf Astoria Hotel ชื่อดังด้วย
    โดยตลอดเส้นทางของทั้งคู่ก็ต้องเผชิญหน้ากับ พ่อค้าเพชรขี้ฉ้อ จิ๊กโก๋เกือบจะเก๋าแต่ยังไม่เข้าที่ จอมโจรชื่อกระฉ่อน เจ้าของคาสิโนช่างฉอเลาะ เจ้าหน้าที่สืบราชการลับ เทรนเนอร์น่าสงสัย และเครื่องดื่มเลิศรสมหัศจรรย์ชื่อ "โมฮิโต้ระเริงเพลิง"
    ยิ่งสืบไปทีละน้อย ๆ คลูโซ่ ก็ลดจำนวนผู้ต้องสงสัยลงไปทีละคน จนเหลือกลุ่มผู้ต้องสงสัยน่าหมายหัวเป็นที่สุดอยู่แค่ ซันย่า แฟนสาวข้างกายเหยื่อ บิซู (วิลเลี่ยม แอ็บบาดี้) นักฟุตบอลดาวรุ่งที่ถูกเขี่ยออกไปจากทีม ลาโร้ค (โรเจอร์ รีซ) มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโน กับ เชอรี่ (คริสติน เชโนเว็ธ) ประชาสัมพันธ์สาวที่อ่อยให้ท่าสุด ๆ
    กระบวนการสืบสวนสอบสวนของ คลูโซ่ น่าทึ่งมาก ถึงจะวกเวียนไปมาจนน่าปวดขมอง แต่เขาก็ไม่เคยวอกแวก ไม่เคยละทิ้งอุดมการณ์ ไม่เคยเสียเกียรติแลกกับสิ่งใดทั้งสิ้น ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้เดรย์ฟัส อกสั่นขวัญผวา ไม่ว่าเขาจะใส่ใจ คลูโซ่ หรือไม่ก็ตาม ด้วยความช่วยเหลือของ ปองตอง และนิโคล (เอมิลี่ มอร์ทิเมอร์) เลขาสาวที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในที่สุด คลูโซ่ ก็กระชากหน้ากากฆาตกรได้สำเร็จ และไม่ยอมให้ เดรย์ฟัส มาแย่งเอาหน้ารับความดีความชอบไปได้ด้วยนะ

IMDB : tt0383216

คะแนน : 5.6

รับชม : 620 ครั้ง

เล่น : 192 ครั้ง



  • pink_00

    กับหนังเรื่องนี้ผมก็รอดูมานานน่ะนะครับ เพราะมีนักแสดงสุดยอดที่ผมชอบมากอย่าง Steve Martin มาแสดง และเหนืออื่นใดคือ นี่เป็นการกลับมาอีกครั้งของสารวัตรจอมเปิ่น ฌ๊าค คลูโซแห่ง The Pink Panther ด้วยครับ ซึ่งผมก็ตามดูหมดแล้วทุกภาค และผมก็ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวครับ เฉพาะอันที่ Peter Sellers นะ เพราะภาคหลังจากนั้นออกจะฝืดเสียมากกว่า

    สำหรับภาคนี้ก็ลุ้นน่ะครับ ว่ามันจะออกมาอย่างไร ซึ่งลึกๆ แล้วผมก็เชียร์ลุง Steve แกเหมือนกันฮะ

    เรื่องราวในตอนนี้เริ่มขึ้นเพราะ อีฟ กลูอองค์ (Jason Statham) โค้ชฟุตบอลชื่อดังโดนฆาตกรรมต่อหน้าต่อตาคนทั้งสนาม และแหวนเพชรพิงค์แพนเตอร์ที่เขาสวมเอาไว้ก็หายสาปสูญไปเช่นกัน มันก็เป็นคดีใหญ่ล่ะครับ ซึ่งก็ตกอยู่ในความรับผิดชอบของผบ. ตร. ชาร์ลส เดรย์ฟัส (Kevin Kline) แต่พอดีที่พี่ท่านได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลเกียรติยศ ดังนั้นเขาเลยไม่อยากจะให้เกิดเรื่องใดๆ ให้ต้องด่างพร้อย จึงตัดสินใจโยนคดีให้นายตำรวจจอมเปิ่น ฌ๊าค คลูโซ (Martin) ทำแทน โดยเดรย์ฟัสได้ส่ง จิลแบร์ พอนซัวร์ (Jean Reno) คอยทำหน้าที่ติดตามคลูโซไปทำคดีด้วย

    ก็มาดูกันต่อไปแล้วกันครับว่าเขาจะทำได้หรือไม่

    อืมม์ โอเค ขอเวลารวมความคิดแป๊บนะครับ เพราะมันตีกันนิดนึงน่ะ … เอางี้แล้วกัน แบ่งพูดเป็นสองระดับแล้วกันครับ ถ้าว่ากันทั่วๆ ไป หนังมันก็ตลกนะครับ อันนี้พอจะวางใจลุง Steve แกได้อยู่แล้วล่ะ ขานี้เป็นจอมตลกท่าทางสไตล์ยึกยักอีกรายหนึ่ง และเรื่องราวต่างๆ มันก็มีอะไรให้ฮาอยู่เป็นพักๆ คือถ้าดูแบบไม่คิดมากก็คงสนุกสนานดีล่ะครับ

    ดังนั้นโดยรวม หนังก็ฮาครับ พอสมควร พอขำได้ ถ้าอยากดูคลายเครียดก็ไม่เลวเลยครับ เป็นหนังที่มีตัวเอกติงต๊องๆ คอยทำท่าบ้าๆ ให้ดูกัน ถ้าชอบสไตล์นี้ก็ไม่น่าจะผิดหวัง

    เอาล่ะ เมื่อกี้ว่ากันแบบทั่วๆ ไปนะครับ ทีนี้ขอลงลึกตามประสาคนบ้าอย่างผมหน่อยล่ะนะครับ ถ้าขี้เกียจอ่านก็ไม่เป็นไรครับ รู้แค่ว่าหนังตลกคลายเครียดได้ก็แล้วกัน

    ที่ผมรู้สึกเลยก็คือ หนังมันตลกจริง มีมุขเจ็บตัว มุขคำพูด แต่มันยังไม่เนียนเท่าไหร่ เหมือนจงใจให้ฮาอ้ะครับ ซึ่งไอ้ที่ฮาก็ฮาไปครับ แต่ถ้าไม่ก็แป๊กไปเลยก็มี ปริมาณมุขที่ฮากับที่แป๊กมันพอๆ กันเลยครับ ดังนั้นหนังแม้จะตลก แต่ก็ไม่ได้ฮาแตกตลอดแบบเต็มเหนี่ยว ไม่เหมือนพวก Johnny English หรือ The Pink Panther ตอนเก่าๆ ที่มันจะปล่อยมุขเนียนกว่าน่ะครับ ซึ่งไอ้อะไรเหล่านี้ทำให้หนังฮาแต่ยังไม่สุด ไม่ลื่นเต็มที่ และไอ้การที่มุขไม่เนียน ดูเหมือนจงใจ ก็น่าจะมาจากตัวละครคลูโซนี่แหละ

    จุดนี้ผมมองว่าก็มาจากลุง Steve ด้วย เพราะเขาได้ตีความคาแร็คเตอร์คลูโซขึ้นมาใหม่ในแบบของเขาเองครับ และคลูโซเวอร์ชั่นนี้ก็คือประหลาดโดยเจตนาเลยล่ะ เหมือนตัวการ์ตูน พฤติกรรมหลายๆ อย่างมันก็จงใจให้ขำ โดยไม่ค่อยมีที่มาที่ไปเท่าไหร่ อย่างไอ้ตอนจอดรถต้นเรื่องนั่นน่ะ ไม่รู้พี่แกจะไปถอยหน้าถอยหลังอยู่ทำไม แทนที่จะฮามันกลายเป็นสงสัยว่า “พี่แกเต็มหรือเปล่าวะ” แล้วไอ้การกระทำแบบต๊องๆ นี่ก็มีตลอดทั้งเรื่อง จนเหมือนกับคลูโซคนนี้เป็นตำรวจที่ไร้ความสามารถยังไงก็ไม่ทราบ แต่พอมาตอนท้าย ตามสูตรจริงมั้ยครับ พระเอกต้องสามารถคลี่คลายคดีได้ด้วยปมต่างๆ เอามาประมวลแล้วก็วิเคราะห์ แต่ปัญหาคือ ไอ้ค่อนเรื่องที่ดูมา มันไม่ได้รู้สึกว่าพี่คนนี้จะเก่งหรืออะไรเลย ไอ้เหตุเจ็บตัวทั้งหลายก็ดูเหมือนจะเกิดจากความไม่เต็มมากกว่าความซุ่มซ่ามน่ะครับ อันนี้เลยทำให้ช่วงท้ายมันแปร่งๆ ไปไม่น้อย

    อันนี้มันต่างกับคลูโซคนเก่าเยอะครับ ฉบับที่ Peter Sellers แสดงนั้น พี่แกไม่ได้ทำท่าว่าโง่เลยนะครับ แกวางมาดและรู้เรื่องต่างๆ มีความสามารถพอตัว แต่แกแค่ซุ่มซ่ามเท่านั้นเองน่ะ ดังนั้นพอตอนท้ายแกจะคลี่คลายคดีก็เลยพอจะทำใจเชื่อได้ หรืออย่าง Johnny English ก็เหมือนกันครับ รายนี้ก็ซุ่มซ่ามพอกัน แต่ท่ามกลางความซุ่มซ่าม เขาก็แฝงสัญชาตญาณตำรวจเอาไว้นะครับ ผมล่ะจำได้แม่นเลยมีอยู่ฉากหนึ่งพี่จอห์นนี่เดินในที่จอดรถกับลูกน้อง ระหว่างเดินไปเขาก็เอ่ยคำทักทายกับพนักงานที่นั่น แต่พอพนักงานตอบเสียงกลับมาเขารู้ได้ทันทีว่านั่นไม่ใช่เสียงของพนักงานที่นี่ ซึ่งก็จริงตามนั้นครับ ฉากต่อมาก็เลยเป็นการยิงกันแหลกตามประสา

    ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเสน่ห์ของตัวละครน่ะครับ จริงๆ คลูโซของลุง Steve ผมว่าก็ดีนะ เพียงแต่ดันดูต๊องจนมากไปหน่อย คือซุ่มซ่ามแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะครับ แต่น่าจะเพิ่มความฉลาดลงไปหน่อย คนดูจะได้เอาใจช่วยหรือเห็นใจมากขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งคือทำให้คนดูรักตัวละครคลูโซคนนี้มากขึ้นนั่นเอง

    ที่พูดตรงนี้ ก็เพราะมีอยู่ฉากหนึ่งในเรื่องครับ ที่พอคลูโซทำพลาดมากๆ ก็เลยโดนถอดจากคดี (เหมือน Johnny English จริงๆ แฮะ) ซึ่งตอนแรกผมก็เฉยๆ ครับ เพราะพี่คลูโซแกน่าโดนถอดออกจริงๆ นี่หว่า หลายอย่างที่พลาดก็ไม่ได้น่าเห็นใจเท่าไหร่

    แต่ขอโทษครับ ไอ้ฉากหลังจากโดนถอดนี่แหละที่ผมอึ้ง นั่นก็เพราะ พอคลูโซได้ยินคำว่า “ผมถอดคุณจากคดีปุ๊บ” แววตาสีหน้าลุง Steve แกเปลี่ยนไปเฉยเลยครับ คือแมร่งเศร้าอ้ะ ดูน่าสงสารทันที แล้วยิ่งฉากต่อมาตอนพอนซัวร์ไปส่งคลูโซถึงบ้าน ไอ้ฉากนี่ก็เข้าข่ายบ้าน่ะครับ เพราะมันสื่อว่าสองคนนี้ซี้กันไปแล้ว และดาราสองคนก็ดันเล่นได้ถึงด้วย อันนี้ไม่น่าแปลกครับ สองคนนี้ดาราเจ้าบทบาทอยู่แล้ว แต่ฉากที่ว่านี่บอกได้ตรงๆ ว่า ซึ้งว่ะ!

    ทีนี้ผมเลยเสียดายน่ะครับ เพราะถ้ามันทำตัวละครคลูโซให้เป็นการ์ตูนน้อยกว่านี้ เป็นตัวโง่งมน้อยกว่านี้ ให้เป็นประมาณว่าแกมีหัวคิดแต่ซุ่มซ่ามมากๆ ฉากที่ว่านี่รับรองครับว่าตัวละครคลูโซของลุง Steve แกจะสามารถเข้าไปอยู่ในอ้อมอกอ้อมใจของคนดูได้อย่างแน่นอน อันนี้ฟันธงเลยครับ

    ก็ นี่แหละครับ ผมมันคนเรื่องมากคนหนึ่ง แต่จริงๆ ก็เพราะผมเชียร์ลุง Steve แกสุดๆ ครับ เขาเป็นดาราระดับ Top 5 ตลอดกาลสำหรับผมเลยนี่ครับ อยากให้แกมีงานดังๆ หากินได้อีกนานๆ แต่พอมันพร่องตรงไหนก็ขอว่าตามนั้นน่ะแหละ ด้วยอารมณ์เสียดายน่ะครับ

    ร่ายยาวจัง แต่ถ้าไม่ร่ายก็ไม่ใช่ผมล่ะครับ สรุปว่าก็เสียดายอยู่นะครับ เพราะเรื่องการแสดงของลุง Steve ของผมนี่บอกได้เลยครับว่าไม่เป็นรองใคร บทตลกได้ บทซึ้งก็ได้ ซึ่งสำหรับบทคลูโซที่เขาเล่นนี้ ตอนตลกก็ตลกครับ ต๊องดีไม่มีปัญหา หรือแม้แต่มุขตลกเกี่ยวกับสำเนียงพูดนี่ก็ยังทำได้ดีครับ (ซึ่งคลูโซดั้งเดิมของ Sellers ก็มีจุดเด่นตรงสำเนียงเพี้ยนๆ นี่แหละ) แต่มาเสียตรงที่เขาดูโง่ไปหน่อยน่ะครับ

    เอาล่ะ มาว่ากันที่อย่างอื่นบ้าง ตัวละครอื่นๆ ก็มี Kevin Kline ที่มาเล่นเป็นเดรย์ฟัส นี่ถ้าว่าตามจริงก็ถือว่า Kline เล่นไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่เลยครับ บทนี้ไม่ยักกะเด่น เหมือนเป็นบทหัวหน้าตำรวจตามหนังตลกทั่วๆ ไปที่มีบทแค่ไม่เชื่อใจลูกน้อง แล้วก็คิดอะไรผิดพลาดเท่านั้นเอง (ซึ่งตัวเดรย์ฟัสของฉบับก่อนนั้นออกจะต๊องและฮาแบบสติแตกครับ … เนื่องมาจากโดนคลูโซซุ่มซ่ามใส่มากๆ นี่แหละ จนมีอยู่ภาคหนึ่งพี่แกกลายเป็นตัวร้ายไปเลยครับ บ้าดี)

    ส่วน Beyoncé Knowles ก็สบายครับ มา Sexy เป็นหลักเลย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย

    แต่รายที่เข้าท่ากลับเป็น Jean Reno ที่เล่นเป็นพอนซัวร์มือขวาของคลูโซนี่แหละครับ ปกติเราจะเห็นแกในโทนจริงจังกับชีวิต แต่มางานนี้พี่แกฮาหน้าตายได้เฉยเลยครับ แล้วหน้าเขานิ่งจริงๆ นะครับ นิ่งมาก แล้วผมถือว่าเข้าท่ามากที่แกโกนหนวดมาเล่นบทนี้ เพราะหน้าแกกลายเป็นจิ้มลิ้มไปเลยน่ะครับ ผมเชื่อว่าคนดูต้องรักตัวละครตัวนี้แน่ๆ

    ส่วนอีกรายที่เข้าท่าก็คือ Emily Mortimer ในบทนิโคล เลขาของคลูโซ เฮ่อ ……. เธอคนนี้น่ารักมาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับผม มาเรื่องนี้ก็น่ารักไม่มีตก แม้บทเธอจะไม่ถึงกับเด่นในเรื่อง แต่ผมชอบแววตาเธอตอนมองคลูโซน่ะครับ มันเป็นแววตาเทิดทูนจริงๆ เหมือนเด็กผู้หญิงมองฮีโร่หรือดาราที่พวกเธอชอบน่ะครับ น่ารักจริงๆ

    ออ ใช่ และโปรดจับตาดารารับเชิญท่านหนึ่งที่มาเล่นเป็นสายลับ 006 ครับ นี่ก็ล้อ 007 โดยตรง เพราะคนที่รับเชิญเนี่ยเขาก็ขึ้นชื่อว่าเกือบจะได้เล่นเป็น 007 ในหนังบอนด์ตอนใหม่เหมือนกันครับ ก็โผล่มาฮาใช้ได้ กัดหนังบอนด์กันไปล่ะครับ (ซึ่งเผอิญเป็นหนังของ MGM เหมือนกันด้วย)

    ไอ้พวกเรื่องคลายปมอะไรก็โอเคล่ะครับ ออ ใช่ ดนตรีก็ดีครับ เพลงธีมดั้งเดิมของ Henry Mancini ผู้ล่วงลับก็ไม่ต้องพูดถึงล่ะครับ คลาสสิคจะตาย ส่วนคนที่มาเพลงใหม่ในฉบับนี้ก็คือ Christophe Beck ก็สามารถรับช่วงต่อได้ดีครับ โดยเฉพาะไอ้ฉากซึ้งๆ ที่ผมบอกน่ะ Beck เขาสามารถเอาทำนองดั้งเดิมของธีมหนังมาทำให้ช้าลงได้ และช้าแบบซึ้งเสียด้วย เก่งมากครับผม

    ผมก็ชอบหนังนะครับ ดูแบบเพลินๆ ได้ แต่ก็ไม่ได้ชวนดูซ้ำอะไร ขำก็ขำอยู่ คลายเครียดได้ แต่ก็ไม่ได้สุดยอดเจ๋งทุกเม็ดขนาดนั้นหรอกนะครับ เป็นหนังตลกที่ใช้ได้เรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะถ้ามองโดยเปรียบกับหนังแนวเดียวกัน ผมว่าเรื่องอื่นๆ ที่มันเนียนกว่านี้ก็มี (อย่าง Johnny English)

    และครับ และหากพูดเทียบกันในบรรดาหนัง The Pink Panther ด้วยกัน ก็ถือว่ากลางๆ ครับ ยังไงก็ตาม 4 ตอนแรกที่แสดงโดย Peter Sellers นั้นก็สุดยอดแล้วครับ ดูกี่ทีก็ฮา (ตอนที่ผมชอบสุดๆ คือ A Shot in The Dark ครับ บ้ากันสุดๆ ไปเลย) ถ้าจัดอันดับ ผมคงชอบเรื่องนี้เป็นลำดับที่ 5 น่ะครับ (จาก 9 ตอน) กลางๆ จริงๆ นั่นแหละ

    ก็ แล้วแต่นะครับ ผมเชื่อว่าท่านคงไม่เรื่องมากอย่างผมหรอก ถ้าดูแบบสบายๆ หนังก็ฮาครับ ขำขำ เน้นบันเทิงอย่างเดียวเลย

    อ้อ ใช่ ได้ข่าวว่าเขาจะสร้างภาค 2 นะครับ เพราะหนังค่อนข้างทำเงินไปพอตัว (ตอนนี้ก็ราว 80 ล้านครับ เท่ากับทุนสร้างพอดี) ก็ดีครับ เชื่อว่าหนังน่าจะสนุกกว่านี้น่ะครับ ขอให้ได้สร้างแล้วกัน … ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เพราะผมชอบ ลุง Steve อ้ะดิ และชอบ The Pink Panther ด้วย ตอนนั่งดูไตเติ้ลผมละยิ้มตลอดเลยครับ ที่ได้เห็นภาพการ์ตูนเจ้าเสือสีชมพูได้กลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้ง อิ่มใจพิลึกเลยล่ะครับ ซึ่งก็ดีที่ผู้สร้างเขารักษาภาพดั้งเดิมไว้ เพราะตอนแรกเห็นเขาว่าจะทำการ์ตูนช่วงไตเติ้ลนี่เป็นกราฟฟิคครับ แต่พวกคนเก่าคนแก่และทีมงานส่วนมากยืนกรานว่าต้องเป็นตัวการ์ตูนเขียนมือเท่านั้นจึงจะสมกับเป็น Pink Panther .. อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างมากครับ