ค้นหาหนัง

ดูหนัง Memories of Murder (2003) ฆาตกรรม ความตาย และสายฝน เต็มเรื่อง

ดูหนัง Memories of Murder (2003) ฆาตกรรม ความตาย และสายฝน เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดูหนัง Memories of Murder (2003) ฆาตกรรม ความตาย และสายฝน เต็มเรื่อง

    เรื่องย่อ : Memories of Murder (2003) ฆาตกรรม ความตาย และสายฝน

    ประเทศเกาหลีอูรีนาราของเรานั้นแสนสงบร่มเย็น จนกระทั่งเดือนตุลาคม 1986 พบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรม
    ทิ้งไว้ที่ริมท้องนา ศพนั้นถูกมัดมือไขว้หลัง ในปากคาบสิ่งของเอาไว้ และมีกางเกงในของผู้ตายครอบไว้ที่ศีรษะ ตรวจสอบสภาพศพพบว่ามีร่องรอยของการโดนข่มขืนและสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในการก่อคดีล้วนแต่เป็นทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น หลังจากนั้นไม่นานก็พบศพที่ 2 ศพที่ 3... ตามมาอีกเรื่อยๆ กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องคดีแรกของเกาหลีใต้

    (based on true story: ลองเสิร์ชไปว่า "คดีHwaseong" ดูได้)

    ตัวละครหลักประกอบด้วยนักสืบ 3 คน คนที่หนึ่งเล่นเป็นคุณพ่อในเรื่องปรสิต อีกคนเป็นลูกสมุนของคุณพ่อ คนสุดท้ายเป็นเจ้าหน้าที่จากโซลที่เข้ามาช่วยทำการสอบสวน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร? จะมีอีกกี่ศพที่ถูกสังเวยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในครั้งนี้?

IMDB : tt0353969

คะแนน : 8.1

รับชม : 2594 ครั้ง

เล่น : 983 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



  • ดังที่เป็นข้อมูลซึ่งผู้ชมได้รับการบอกกล่าวตั้งแต่เริ่มต้น Memories of Murder สร้างมาจากเรื่องจริง นั่นคือเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องอันอื้อฉาวที่เกิดขึ้นที่เมืองชนบทชื่อ ฮวาซอง ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ ระหว่างเดือนกันยายนปี 1986 ถึงเดือนเมษายน 1991เหยื่อเคราะห์ร้ายซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดอย่างน้อยสิบคนล้วนแล้วเป็นผู้หญิงที่อยู่ในสภาพถูกจับปิดปาก มีร่องรอยการถูกข่มขืน และรัดคอด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ของพวกเธอเองจนถึงแก่ความตาย แต่อะไรก็คงไม่เป็นปริศนาและเรื่องที่ค้างคากระทั่งน่าขุ่นเคืองเท่ากับในท้ายที่สุดแล้ว ผู้ร้ายก็ยังคงเล็ดรอดการจับกุมจวบจนปัจจุบัน


    ไม่มากไม่น้อย ความท้าทายของหนังเรื่อง Memories of Murder อยู่ตรงนี้เอง กล่าวคือ เนื้อหาว่าด้วยการปะติดปะต่อข้อมูลต่าง ๆ นานาเพื่อให้ได้รูปพรรณสันฐานของตัวฆาตกร ตลอดจนการเสาะแสวงหานักฆ่าต่อเนื่องรายนี้ ถือเป็นแบบแผนการเล่าเรื่องสำเร็จรูปของหนังแนวลึกลับตื่นเต้นที่ดึงดูดและเรียกร้องความสนใจในตัวของมันอยู่แล้ว และวิธีการที่หนังของบงจุนโฮค่อย ๆ นำพาผู้ชมร่วมแกะรอยคนร้ายไปกับบรรดาบรรดาตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน ก็สร้างทั้งความฉงนสนเท่ห์ตลอดจนยกระดับของความคาดหวังให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างชนิดไม่อาจละสายตา ทว่าจนแล้วจนรอด ด้วยเงื่อนไขของข้อเท็จจริงดังที่กล่าวข้างต้น หนังไม่สามารถหยิบยื่นบทสรุปในแบบที่คนดูอยากจะเห็นและควรจะเป็น อันได้แก่คนกระทำผิดถูกลงโทษ ชุมชนกลับคืนสู่ความสงบสุขร่มเย็น และสังคมได้รับอุทาหรณ์และบทเรียน กระทั่งกลายเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ผู้ชมจะสิ้นสุดการดูหนังเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกค้างคา


    แต่มองในมุมกลับกัน ข้อที่ชวนให้ครุ่นคิดก็คือ สมมติเล่น ๆ ว่าตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายและปิดคดีสะเทือนขวัญนี้ได้จริง ๆ ก็เป็นไปได้ว่าบงจุนโฮอาจจะไม่เลือกดัดแปลงเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นภาพยนตร์ และสามารถกล่าวได้ว่า ยิ่งเวลาผ่านพ้นไป เป้าประสงค์จริง ๆ ก็ค่อย ๆ เบี่ยงตัวมันเองออกจากการพยายามเปิดเผยโฉมหน้าของฆาตกรซึ่งเป็นเรื่องป่วยการ ไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนภาวะความวุ่นวายสับสนทางการเมืองในประเทศเกาหลีใต้ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ทั้งประเทศต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และน่าเชื่อว่าคนดูเกาหลีน่าจะ เก็ท สิ่งที่คนทำหนังสอดแทรกได้อย่างลึกซึ้งกว่าผู้ชมที่อาจจะไม่มีพื้นเพภูมิหลังโดยตรง (แต่ก็อีกนั่นแหละ พูดแบบไม่ต้องอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ผู้ชมบ้านเราก็ไม่ได้ห่างไกลจากการอยู่ภายใต้รูปแบบการปกครองในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด) ส่วนที่นับว่าน่าทึ่งก็คือ แทบไม่มีเนื้อหาตรงไหนของหนังพาดพิงประเด็นการเมืองตรง ๆ กระนั้นก็ตาม การเอ่ยถึงอย่างอ้อมค้อม (ผ่านฉากประท้วงของนักศึกษากลางเรื่อง หรือภาพข่าวในโทรทัศน์) กลับยิ่งทำให้ผู้ชมมองเห็นวาระซ่อนเร้นของหนังอย่างแจ้งชัด