ค้นหาหนัง

Made You Look: A True Story About Fake Art ศิลป์สร้าง งานปลอม (2020) บรรยายไทย

Made You Look: A True Story About Fake Art ศิลป์สร้าง งานปลอม (2020) บรรยายไทย เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Made You Look: A True Story About Fake Art ศิลป์สร้าง งานปลอม (2020) บรรยายไทย

    ชื่อภาพยนตร์: Made You Look: A True Story About Fake Art ศิลป์สร้าง งานปลอม (2020)
    ผู้กำกับภาพยนตร์: Barry Avrich
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Barry Avrich , Melissa Hood (บรรณาธิการเรื่อง)
    นักแสดง: Patty Cohen , Domenico De Sole , José Carlos BergantiñosDíaz
    แนว/ประเภท: สารคดี
    ความยาว:
    วันเข้าฉาย: 16 เมษายน 2020 (แคนาดา)

     

     

     

    Made You Look is an American crime documentary about the largest art fraud in American history set in the super rich, super obsessed and super fast art world of New York.

     

     

IMDB : tt11994750

คะแนน : 7.1

รับชม : 410 ครั้ง

เล่น : 45 ครั้ง



  •  

     

    ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีดราม่าในวงการศิลปะ ซึ่งก็เป็นประเด็นเดิมๆ ที่ถกเถียงกันไม่รู้จักจบสิ้น นั่นคือการที่ศิลปินสร้างผลงานที่เสียดสีผู้มีอำนาจ ก็มักจะมีคนบางกลุ่มออกมาต่อต้านว่าไม่เหมาะสม ศิลปินที่เป็นคนรุ่นใหม่หลายคนก็ออกมาโต้แย้งว่า งานศิลปะนั้นมีไว้เพื่อสะท้อนปัญหาสังคม ณ ขณะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ผมกำลังพูดถึงคุณค่าของศิลปะที่ไม่ได้มีไว้แค่ให้เรามองดูเพื่อจรรโลงใจ ฉะนั้นภาพวาดของศิลปินดังๆ หลายคนของโลกจึงมีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ไปจนถึงประเมินค่ามิได้ จากที่ได้ เรื่องหนึ่งที่เล่าถึงนักต้มตุ๋นแอบอ้างขายศิลปะปลอมให้กับคนรวย หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “Made You Look A True Story About Fake Art ศิลป์สร้าง งานปลอม”

    Made You Look: A True Story About Fake Art ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย แบร์รี่ แอฟริช เรื่องราวการต้มตุ๋นครั้งใหญ่ของวงการศิลปะ ซึ่งเริ่มต้นในโนดเลอร์แกลเลอรี่ที่ตั้งอยู่ในมหานครนิวยอร์กและมีอายุยืนยาวถึง 165 ปี 

     

    สารคดีเริ่มต้นด้วยการเปิดประโยคว่า “นี่เป็นเรื่องจริงเกี่ยวกับงานศิลปะปลอม ไม่มีการเปลี่ยนชื่อเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ เพราะบางคนก็ไม่ได้บริสุทธิ์”  มีข่าวการปิดตัวของพิพิธภัณฑ์ “โนดเลอร์” ซึ่งเป็นเรื่องช็อคของใครหลายคนเพราะมันเป็นสถาบันที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในโลกศิลปะ เอ็มเอช มิลเลอร์ นักข่าวจากเดอะนิวยอร์กไทม์ส มาเล่าว่ามีข่าวอื้อฉาวเรื่องการปลอมแปลงงานศิลปะที่รั่วไหลมาถึงเขา เนื่องจากมูลค่าเสียหายกว่า 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้สร้างความโกลาหลในโลกศิลปะเป็นอย่างมาก การต้มตุ๋นดังกล่าวคือการวาดรูปเลียนแบบภาพจากศิลปินดังแล้วนำมาขายทอดว่าเป็นของจริง การต้มตุ๋นนี้กินเวลามาเกือบ 20 ปีแล้ว โนดเลอร์เป็นแกลเลอรีที่ถูกนับหน้าถือตามากที่สุดในนิวยอร์กในแง่ของอายุที่ยืนยาว มันรอดจากสงครามกลางเมือ สงคราวโลกครั้งที่ 2 ตลอดศตวรรษที่ 20 ผู้ก่อตั้งเริ่มต้นจากการเป็นดีลเลอร์ผลงานจิตรกรชั้นครูและขายให้คนรวยอย่าง เจพี มอร์แกน, เฮนรี่ เคลย์ ฟริค หรือขายให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน หรือแม้กระทั่งลูฟวร์ ในช่วงต้นยุค 1970 อาร์มานด์ แฮมเมอร์ หนึ่งในสุดยอดนักอุตสาหกรรมและผู้ฝจบุญแห่งอเมริกาในศตวรรษที่ 20 เข้ามาถือหุ้นโนดเลอร์แกลเลอรี่ หลานชายของเขา ไมเคิล แฮมเมอร์ เข้ามาเป็นเจ้าของช่วงปี 2001 และให้แอน ฟรีดแมนเป็นคนดูแล ซึ่งเธอมีชื่อเสียงด้านการขายงานศิลปะออกได้ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักสะสมหลายคน เจ้าหน้าที่ระบุว่าศูนย์กลางของการต้มตุ๋นคือผู้หญิงชาวนิวยอร์กชื่อ กลาฟิร่า โรซาเลส ที่ระบุว่าตัวเองเป็นดีลเลอร์งานศิลปะ 

     

     

    Made You Look A True Story About Fake Art

     

    ความวุ่นวายทั้งหมดเริ่มต้นในปี 1995 เมื่อโนดเลอร์แกลเลอรี่ได้ซื้อผ้าใบจากมาร์ก รอธโก ในราคา 750,000 ดอลลาร์ คนที่นำผ้าใบมาให้แอน ฟรีดแมน กับมือนั้นคือ กลาฟิร่า โรซาเลส เธออ้างว่าเป็นตัวแทนของนักสะสมผู้ร่ำรวยที่ไม่เปิดเผยตัวตน เรื่องราวที่เธอเล่าเกี่ยวกับเขาก็ดูเป็นไปได้มากพอและทำให้แอน ฟรีดแมนเชื่ออย่างสนิทใจ แต่นอกจากคำพูดของกลาฟิร่า อีกสิ่งที่ทำให้น่าเชื่อถือคือภาพวาดที่ลอกเลียนแบบมาอย่างแนบเนียบอย่างไร้ที่ติ แอน ฟรีดแมนเธอก็ไม่ได้ดูถึงที่มาของภาพสักเท่าไหร่ ถ้ามันสวยพอเธอก็ซื้อ และด้วยความน่าเชื่อถือของแกลเลอรี่ทำให้ผ้าใบดังกล่าวขายต่อได้ถึง 5.5 ล้านดอลลาร์และแน่นอนว่าแอน ฟรีดแมนจะได้ส่วนแบ่งถ้าหากเธอสามารถขายมันได้ เรียกว่าได้ว่าความขลังของโนดเลอร์แกลเลอรี่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับงานศิลปะปลอมแปลงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ 

    เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้หนังตั้งใจทำให้ผู้ชมถกเถียงกับตัวเองในใจว่าตกลงแล้วสิ่งที่นักต้มตุ๋นทำสมควรหรือไม่ ในแง่กฎหมายแน่นอนว่ามันผิดเต็มประตู แต่ในขณะเดียวกันการลอกเลียนแบบอย่างประณีตนั้น เราอาจจะตั้งคำถามต่อว่า มันนับรวมเป็นงานศิลปะด้วยหรือไม่ สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกว่าเราชื่นชมมันได้แต่ไม่ควรนำมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ที่แน่ๆ มันคือการไม่ให้เกียรติศิลปินอย่างยิ่ง