ค้นหาหนัง

The Two Popes สันตะปาปาโลกจารึก (2019) [ บรรยายไทย ]

The Two Popes สันตะปาปาโลกจารึก (2019) บรรยายไทย เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : The Two Popes สันตะปาปาโลกจารึก (2019) [ บรรยายไทย ]

    ชื่อภาพยนตร์ : The Two Popes สันตะปาปาโลกจารึก
    แนว/ประเภท : Comedy, Drama
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Fernando Meirelles
    บทภาพยนตร์ : Anthony McCarten
    นักแสดง : Anthony Hopkins, Luis Gnecco, Jonathan Pryce, Juan Minujín
    วันที่เข้าฉาย : 20 ธันวาคม 2562

     

     

     

    สันตะปาปาโลกจารึก หนังชิงรางวัลออสการ์ ที่ว่าด้วยการฟื้นฟูจิตวิญญาณชาวคริสต์ และตีแผ่เบื้องหลังเส้นทางของสันตะปาปาสองพระองค์คือ โป๊ปเบเนดิกส์และโป๊ปฟรานซิส

     

    รูปภาพ

IMDB : tt8404614

คะแนน : 7.7

รับชม : 1144 ครั้ง

เล่น : 324 ครั้ง



  •  

     

    รายชื่อหนังลุ้นรางวัลใหญ่ในช่วงปลายปีนี้ นอกจากตัวเก็งออสการ์ที่เต็งกันมาตั้งแต่กลางปี ก็มีหนังดราม่าพลอตยิ่งใหญ่อย่าง The Two Popes หรือ สันตะปาปาโลกจารึก จากเน็ตฟลิกซ์เข้ามาเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมีนัยยะสำคัญที่อาจสอดแทรกเข้าไปวินในบางสาขาสำคัญได้ หรืออย่างน้อยที่สุดการได้เข้าชิงในสาขาสำคัญก็เป็นไปได้สูงทีเดียว และว่ากันตามตรงหนังก็เป็นส่วนผสมของหนังรางวัลและหนังที่ดูสนุกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจจะเหมาะกับคนที่ชอบดูหนังที่เดินด้วยบทสนทนาสักหน่อย เพราะหนังว่าด้วยการคุยกันระหว่างตัวละครหลัก 2 คนตลอดทั้งเรื่องจริง ๆ

     

     

    The Two Popes

     

    หนังแข็งแรงมาก ๆ ด้วยพลอตที่น่าสนใจ ถ้าเป็นสารคดีก็ต้องบอกว่าซับเจ็กต์เรื่องนี้เดอะเบสต์จริง ๆ ให้เกริ่นนำก็แค่แนะนำตัวละคร 2 คน คนแรกคือพระสันตะปาปาที่อายุมากที่สุดเมื่อเริ่มดำรงสมณศักดิ์นับตั้งแต่พระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 12 (ค.ศ. 1730) ส่วนคนที่สองคือ พระสันตะปาปาพระองค์แรกจากทวีปอเมริกาและซีกโลกใต้ เป็นพระองค์แรกที่ประสูตินอกทวีปยุโรปนับตั้งแต่พระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 3 (ค.ค. 713) เป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกจากคณะเยสุอิต ทั้งยังเป็นพระองค์แรกที่ใช้พระนามใหม่ซึ่งไม่เคยปรากฏตามแบบแผนดั้งเดิมนับตั้งแต่พระสันตะปาปาลันโด (ค.ศ. 913) เทียบกันเพียงนี้ก็ชัดเจนเลยว่านอกจากความเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่แล้ว ทั้งคู่เป็นตัวแทนระหว่างอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยมอย่างชัดแจ้ง ซึ่งเป็นวาระที่โลกยุคใหม่ถูกยกมาปะทะกันบ่อยครั้ง ฝั่งหนึ่งเคร่งในหลักตีความดั้งเดิม อีกฝั่งบอกกรอบกำแพงทำให้ศาสนาออกห่างจากชีวิตจริงควรมองให้กว้างและตีความหลักการให้เท่าทันโลกยุคใหม่ด้วย จากเชื้อไฟแค่นี้ล่ะ โคตรมันเลย

     

    และไม่รู้จะเป็นการสปอยล์ไหม แต่คนที่มาดูเรื่องนี้ต่างก็รู้เรื่องนี้ดีมาก่อนแล้วเป็นสาระสำคัญที่ทำให้หนังน่าดูด้วยซ้ำนั่นคือ สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ยังเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่สละสมณศักดิ์โดยสมัครใจนับตั้งแต่พระสันตะปาปาเซเลสทีนที่ 5 (ค.ศ. 1294) หรือผ่านมากว่า 700 ปีจึงเพิ่งเกิดเหตุการ์ลาออกของพระสันตะปาปาอีกครั้ง แต่ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจอันยากลำบากระหว่างสู้ต่อเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในยุคสมัยตนเอง หรือปล่อยมือให้ฝั่งตรงข้ามมีโอกาสเข้ามาปฏิรูปส่วนเน่าเสียในคริสตจักรแทน ความลังเลนี้หนักจนท่านต้องเรียกให้ศัตรูความคิดเบอร์ 1 มาถกเถียงกันเพื่อตกตะกอนความคิดตัวเองทีเดียว เรียกว่าจนตรอกสุด ๆ แต่การยอมออกนอกกรอบก็ทำให้ได้สิ่งใหม่ ๆ เข้ามา

     

    จุดแข็งของเรื่องถัดมาคงหนีไม่พ้นความคมคายในบทสนทนาที่ทั้งสนุก มีลูกล่อลูกชน ของ แอนโธนี แมกคาร์เทน มือเขียนบทที่เข้าชิงออสการ์มาแล้วจาก The Theory of Everything (2014) บทยังมีการแตะไปยังเรื่องศรัทธาความงมงายที่บางช่วงสะท้อนมายังพุทธศาสนิกชนอย่างเราเองได้ด้วย แล้วยังลากไปยังประวัติศาสตร์ยุคเลือดอาบชาวคริสต์กับความผิดบาปในการล้างคอมมิวนิสต์ภายในอาร์เจนตินาด้วย หนังค่อย ๆ พลิกมุมเดียวของตัวละครในฉากแรก ออกมาเป็นด้านลึกแง่ต่าง ๆ อย่างน่าสนใจ ในบางจุดทั้งสองคนแทบไม่ต่างกัน แม้ฝ่ายหนึ่งจะพูดตลอดเวลาว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับสักอย่างที่คุณพูดเลย แต่..”  คำว่า แต่ นี่สำคัญนะมันใช้เปิดความเป็นไปได้อีกทางของบทสนทนา แน่นอนเรามักชินกับ แต่ ที่สร้างปัญหา ทว่าหากบทสนทนาเริ่มด้วยความขัดแย้งอยู่เดิม แต่ มันจะช่วยให้บทสนทนาเดินหน้าอย่างสร้างสรรค์ต่อไป และอีกคำที่น่าสนใจมาก ๆ ในหนังเรื่องนี้คือ ประนีประนอม ที่ถูกนำมาเปรียบกับคำว่า เปลี่ยน ได้อย่างมีชั้นเชิงและถูกเน้นย้ำหลายรอบ ใครที่สนใจการสร้างบทสนทนาที่ดีในหนัง ควรศึกษาจากเรื่องนี้เหมือนกัน