ค้นหาหนัง

ดูหนัง Red Cliff II (2009) สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ 2 เต็มเรื่อง

ดูหนัง สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ 2 Red Cliff II (2009) มันๆ - GoVMovie ดูหนังออนไลน์ ดูหนังใหม่ ซีรี่ย์ ชัด เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดูหนัง Red Cliff II (2009) สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ 2 เต็มเรื่อง

    ดูหนัง Red Cliff II (2009) สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ 2 เต็มเรื่อง

     

    เรื่องย่อ

    ถึงแม้กองทัพบกของ โจโฉ (จาง เฟิงอี้) จะต้องแตกพ่ายให้แก่แผนการรบแปดทิศของ ขงเบ้ง (ทาเคชิ คาเนชิโร่) อีกทั้งเขายังได้เปิดเผยถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการบุกมาที่ผาแดงครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เขาเองก็ไม่ได้เสียกำลังใจแต่อย่างใด โดย โจโฉ นั้น ก็เตรียมการที่จะบุกเขาใส่ฐานกำลังของ จิวยี่ (โทนี่ เหลียง) อีกครั้งด้วยกองทัพเรือจำนวนมหาศาลมากกว่า 2,000 ลำ ที่รวมตัวกันอยู่ที่ผาแดงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ขงเบ้ง และ จิวยี่ ก็ร่วมมือกันออกอุบายล่อลวงกองทัพเรือของโจโฉ ซึ่งสุดท้ายแล้ว เพราะความโอหังและความประมาทของเขา ก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติจีน โดยนี้เป็นการพูดถึงการร่วมจับมือเป็นพันธมิตรกันของสองก๊ก ที่ทำให้ทหารจำนวนเพียงแค่ 80,000 คน สามารถพลิกเอาชนะทหารจำนวน 1 ล้านคนได้ และมันก็ยังนำไปสู่บทสรุปสำคัญ ที่ทำให้ประเทศจีนต้องแตกออกเป็นสามก๊กโดยสมบูรณ์แบบอีกด้วย

IMDB : tt1326972

คะแนน : 7.6

รับชม : 11656 ครั้ง

เล่น : 5607 ครั้ง



  •  

    หลังจากที่ภาคแรกทิ้งท้ายได้อย่างน่าติดตาม คราวนี้เปิดเรื่องมาหนังก็เดินหน้ากันเต็มที่

     

    หนังเปิดเรื่องด้วยการเท้าความถึงภาคแรกเล็กน้อย ช่วงแรกของหนังเป็นช่วงเวลาของการวางแผนการรบของทั้งสองฝ่าย เราจะเห็นการวางแผน และกลอุบายต่างๆของทั้งสองฝ่าย ที่ชิงไหวชิงพริบกันไปมา ซึ่งหนังก็นำเสนออกมาได้สนุกน่าติดตาม และแฝงด้วยอารมณ์ขัน

    ทั้งการทำสงครามจิตวิทยาของทั้งสองฝ่าย ที่โจโฉ ข่มขวัญศัตรูด้วย ศพทหารที่ติดโรคระบาดอย่าง ในขณะที่อีกฝ่าย ก็มี อุบายยืมธนูแสนดอกของ ขงเบ้ง หรือ อุบายที่ใช้ในการกำจัด แม่ทัพเรือฝ่ายโจโฉ ของจิวยี่

     

     

    อีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเพิ่มเรื่องราวความสัมพันธ์ของ ซุนหยิน ที่เข้าไปเป็นสายสืบในกองทหารของ โจโฉ และได้สานสัมพันธ์กับ นายทหารฝ่ายโจโฉคนหนึ่งที่เล่น ฉูจู้” (คล้ายๆฟุตบอล) ได้เก่ง (หน้าตาละม้ายคล้าย คุณปลื้มอย่างที่เขาว่าจริงๆ) จนได้เป็นหัวหน้ากองพัน

     

    ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้ ทำให้เราได้รับทราบมุมมองของทหารชั้นผู้น้อย เกี่ยวกับสงครามยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ที่หลายคน มาเข้าร่วมทัพ ก็เพื่อ ความเป็นอยู่ที่ดีกว่าของครอบครัว หรือ มีความจำเป็นอื่นๆ

     

     

    นอกจากนี้ หนังยังให้น้ำหนักการเล่าเรื่องไปที่ฝ่ายของโจโฉมากขึ้น นั่นทำให้เรามองเหล่าทหารของโจโฉรวมถึงตัว โจโฉ เอง ดูเป็นคนที่มีเลือดมีเนื้อขึ้น ไม่ใช่แค่ผู้ร้ายที่มีมิติเดียว (แต่ก็ผู้ร้ายอยู่ดี)

    ซึ่งทำให้ จางเฝิงอี้ ผู้รับบทโจโฉ ได้แสดงฝีมือทางการแสดงให้ได้เห็นกัน

    แน่นอน การเพิ่มเรื่องราวของฝ่ายโจโฉลงไป ซึ่งเป็นเหมือนกับการสร้างความผูกพันกับผู้ชม ซึ่งทำให้ผู้ชมได้รับรู้ว่า เหล่าทหารไม่ว่าจะฝ่ายไหน ก็มีเลือดเนื้อ มีจิตใจเช่นกัน

    อีกทั้งยังส่งผลให้ผู้ชม ได้รับรู้ถึงความเลวร้ายของสงครามด้วย ซึ่งเมื่อภาพการล้มตายของทหารไม่ว่าจะฝ่ายไหนเกิดขึ้น ผู้ชมก็คงรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาบ้าง

    ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้เป็นการเพิ่มมิติความลึกให้กับ Red Cliff ในแบบที่ภาคแรกไม่มี ได้เป็นอย่างดี

    ที่สำคัญ วู ให้น้ำหนักเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้อย่างพอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป ไม่งั้นมุมมองเหล่านี้ ย่อมส่งผลถึงอารมณ์ของผู้ชมที่มีต่อหนังแน่นอน

    ต้องชม วู และ ทีมผู้เขียนบทจริงๆ ว่าคุมอารมณ์ผู้ชมได้เก่งมาก

    สำหรับตัวละครหญิงอีกคนของเรื่อง อย่าง เสียวเกี้ยว ที่แม้ภาคแรกจะไม่ค่อยมีบท แต่มาในภาคนี้ได้กลายมาเป็นตัวละครสำคัญ ซึ่งเป็นเหมือนที่เครื่องมือที่สะท้อนให้เห็นลักษณะนิสัยของ โจโฉ มากขึ้นด้วย

     

     

     

     

     

    และแล้วในที่สุดฉากการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายที่ทุกคนรอคอย มาถึง

    หนังทำได้ยิ่งใหญ่อลังการมาก ซึ่งฉากรบครั้งใหญ่นี้ กินเวลานาน และ ลากยาวไปจนจบเรื่อง

    เริ่มด้วยฉาก การโจมตีของเรือไฟ ในเวลากลางคืน ที่น่าตื่นตา ตื่นใจ และยิ่งใหญ่ ก่อนจะเป็น ฉากการรบบนพื้นดิน ที่แสดงให้เห็น กลยุทธ์ต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเหล่านี้ กลายเป็นไฮไลต์ สำคัญของภาคนี้

    ถือว่าคุ้มค่าแก่การรอคอยจริงๆ

    สำหรับ Red Cliff ภาคปิดท้ายภาคนี้ ถือว่าทำได้ดีกว่าภาคแรกเล็กน้อย ซึ่งต้องชมไปที่บทภาพยนตร์ ที่มีมิติ มีความลึกเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเหล่านักแสดงทั้งหลาย ก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งทำให้หนังมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

    กับฉากสงครามก็ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้น และยิ่งใหญ่ ตระการตา แต่ที่พิเศษคือ ไม่ใช่แค่ดูยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว

    หากแต่หนังยังสร้างอารมณ์ร่วมที่หลากหลายกับผู้ชม ทั้งความรู้สึกฮึกเหิม สะใจ เมื่อฝ่ายตรงข้ามถูกทำลาย แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกหดหู่ ด้วยการนำเสนอภาพความโหดร้ายของสงคราม ด้วยเลือดที่สาดเป็นสาย หรือศพทหารที่ถูกกองทิ้งมากมาย บ้างก็จมทะเล ของเหล่าทหารของทั้งสองฝ่าย

    ซึ่งหนังจงใจแสดงภาพเหล่านี้ออกมา อย่างพอเหมาะพอเจาะกำลังดี

     

    แต่จุดด้อยของหนัง ที่ยังคงต่อเนื่องมาจากภาคแรกคือ การให้น้ำหนัก ความเก่งกาจของทั้งสองฝ่าย ไม่สูสีกันเท่าไหร่นัก

    ซึ่งฝ่ายโจโฉ มักจะโดนเล่นงานด้วยกลอุบายของ ขงเบ้ง และ จิวยี่ เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถ้าให้ทั้งสองฝ่าย ฉลาดสูสีกัน หนังน่าจะ สนุกกว่านี้เยอ

     

    โดยภาพรวม Red Cliff Part II ทำหน้าที่ของตัวเองในการเป็นภาคที่เป็นบทสรุปได้อย่างสมบูรณ์