ค้นหาหนัง

Teng Nong Khon Maha-Hia เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย (2007)

Teng Nong Khon Maha-Hia เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย (2007) เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Teng Nong Khon Maha-Hia เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย (2007)

    ชื่อภาพยนตร์ :  Teng Nong Khon Maha-Hia เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย
    แนว/ประเภท : Action,  Comedy
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Choosak Iamsook,  Pongsak Pongsuwan
    บทภาพยนตร์ : Choosak Iamsook,  Pongsak Pongsuwan
    นักแสดง : Pongsak Pongsuwan,  Choosak Iamsook,  Jirada Yohara
    วันที่ออกฉาย : 31 May 2007

     

     

     

    จุดจอดรถบั๊มเบิ้ลหน่อง (ชูศักดิ์เอี่ยมสุข) และเท่ง (พงษ์ศักดิ์พงษ์สุวรรณ) ได้รับมอบหมายจากหัวหน้านักเลง (ไพโรจน์ใจสิงห์) ให้ส่งรูปปั้นจีนอันทรงคุณค่าให้เฮียเส (แอนดี้เขมพิมุก) ระหว่างการเดินทางพวกเขาตัดสินใจที่จะไปเที่ยวข้างทางและสิ่งที่ควรจะเป็นงานง่ายๆกลับกลายเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ด้วยการไล่ล่าของตำรวจ

     

    รวมรูปภาพของ เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย รูปที่ 1 จาก 11

IMDB : tt1058014

คะแนน : 6.3

รับชม : 31623 ครั้ง

เล่น : 14374 ครั้ง



  •  

     

    หลังจากจับคู่กันในงานชิ้นแรกที่เป็นการสร้างของ “เวิร์คพอยท์” และ “สหมงคลฟิล์ม” คือ “โหน่ง-เท่ง นักเลงภูเขาทอง” ที่ต้องบอกว่า เป็นการเปิดตัวดี เพราะคว้าทั้งเงิน และกล่องจากงานแจกรางวัลหนังไทยในรอบปีที่ผ่านมาของสถาบันต่าง ๆ มาคราวนี้น่าจะถือว่า ครั้งที่แล้ว โหน่ง ถูกนำชื่อขึ้นมาหน้าในชื่อหนังไปแล้วมาเรื่องนี้ก็เลยถึงคราวที่ชื่อ เท่ง จะมาขึ้นชื่อในชื่อหนังก่อนชื่อ โหน่ง บ้าง จึงกลายมาเป็น “เท่ง-โหน่ง คนมาหาเฮีย” ที่ฟังกันเผิน ๆ อาจบอกว่า ฟังพ้องเสียงเป็น “เท่ง-โหน่ง คนมหาเอี้ย” (แต่คำหลังอาจเปลี่ยนตัวสะกดเป็นอักษรอื่น) หนังพยายามจะทำออกมาให้เป็น “โร้ด มูฟวี่” ของหนัง “คู่หู” ของ 2 ตลกเอกในสังกัด “เวิร์คพอยท์” ที่จับคู่แสดงร่วมกันเป็นตัวเดินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ในความเป็น “โร้ด มูฟวี่” ครั้งนี้กลับไม่ค่อยได้กลิ่นไอ “โร้ด มูฟวี่” สักเท่าไร เพราะพี่แกเล่นเดินไป ๆ มา ๆ เดี๋ยวก็กลับมาที่เดิม วกวนไม่ถึงจุดหมายสักที เพราะเดี๋ยวก็เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปโน่นไปนี่ซะเรื่อย บางตอนที่อยู่บนถนนเพราะโบกรถชาวบ้าน รถตู้บรรทุกคันนั้นก็ดันเต็มไปด้วยป้ายสปอนเซอร์หนังซะเต็มคัน เลยไม่ค่อยรู้สึกมันเป็น “โร้ด มูฟวี่” แต่คิดว่า เป็นช่วง “เบรค” ตัดเข้าโฆษณาของหนังไป
    แต่ถ้าสังเกตช่วงไตเติ้ลหนังเรื่องนี้ใช้ชื่อผู้กำกับฯว่า พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ กับ ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข (แต่ไม่ได้กำกับฯ 2 คน มีชื่อคนที่ 3 ด้วย) เป็นผู้กำกับฯ แต่พอในชื่อผู้แสดงจะใช้ชื่อ เท่ง เถิดเทิง กับ โหน่ง ชะชะช่า นำแสดง ก็เท่ากับว่า บอกว่า ตอนกำกับฯนี่คือ ตัวจริง แต่คนแสดงมาในคราบของดาราตลกภายใต้สมญาดังกล่าว

     

    Sahamongkolfilm | เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย (Teng-Nong)

     

    พูดถึงเนื้อเรื่องของหนังก็คงรู้กันอยู่แล้ว เพราะหนังก็เล่าเนื้อเรื่องทั้งในโฆษณาตามที่ต่าง ๆ หรือในหนังตัวอย่างให้ไม่ต้องจินตนาการใด ๆ นั่นคือ เท่ง-โหน่ง 2 คู่หูที่ทำงานเป็นเด็กรับรถในคาเฟ่ (ที่หนังแสดงความเป็นบ่อนการพนันมากกว่า) ทำไปทำมาก็เพราะความหลงใหลในการเล่นการพนัน เท่ง-โหน่ง ตกอยู่ในฐานะเป็นหนี้ของ เฮียเปี๊ยก (ไพโรจน์ ใจสิงห์-ซึ่งน่าจะชวนให้เข้าใจว่า เป็นเจ้าของคาเฟ่แห่งนั้นเอง ไม่เช่นนั้น เท่ง-โหน่ง คงมาตะลอนแบบนี่ไม่ได้ต้องถูกไล่ออกจากงานเป็นแน่) จึงถูกมอบหมายให้ทำงานเป็น “เมจเซนเจอร์” หรือ “คนส่งของ” เพราะ เฮียเปี๊ยก มอบหมายให้พวกเขาเอาตุ๊กตารูปอาแป๊ะแก่ ๆ หล่อด้วยปูนปลาสเตอร์นี่แหละไปส่งให้ เฮียสี่ (แอนดี้ เขมพิมุก-ที่นอกจากมาแสดงแล้วยังทำเพลงให้หนังด้วย) ซึ่งมีนิวาสถานอยู่ทางชายทะเลภาคตะวันออกที่เรียกว่า “หาดตาปุ่น”
    โดยตอนแรกบรรดาเฮีย ๆ ทั้งหลายคิดว่า นี่จะเป็นแผนอันแยบยลที่จะซ้อนกลตำรวจที่มาตามดมกลิ่นมิจฉาชีพของพวกเขา แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับมีการผิดพลาด (อย่างแสนจะตลก-ตามประสาหนังตลกละสิ) กลายเป็นว่า ของที่ซ่อนอยู่ในตุ๊กตาอาแป๊ะที่ เท่ง-โหน่ง ได้ไปคือ ตัวจริงที่มีเพชรค่ามหาศาล (ขโมยของต่างชาติ) ซุกซ่อนอยู่ ทำให้เรื่องราวของ เท่ง-โหน่ง ที่มาในสูตรตลกกับมุขงี่เง่า “อีเดียท” มาตลอด กลายเป็นพลเมืองดีที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแกะรอยไปได้ถึงเฮีย ๆ ทั้งหลายจนได้ ซึ่งเอาจริง ๆ ไม่ได้แค่เปิดบ่อนพนัน,ค้าของเถื่อน ยังค้ายาซะอีก
    อย่างที่บอกแหละว่า หนังเดินเรื่องแบบตลก “คู่หู” เพราะฉะนั้นมุขส่วนใหญ่จึงมาแบบเป็นชุดมีคน “ชง” แล้วก็มีคน “ตบ” มุข แต่ก็เหมือนกับหนังตลกอีกหลายอีกนั่นแหละที่ 1 ใน 3 ของมุข (ที่รับประกันไม่แป้ก) ล้วนแต่ถูกตัดมา “ขาย” ในหนังตัวอย่างไปแล้ว งานนี้ก็เหลือมุขให้ขำอีกสัก 2 ใน 3 ที่อาจไม่ขำเท่ามุข 1 ใน 3 ที่มีการ “เทสต์” แล้วว่า ตลกแน่ ๆ
    คาแรคเตอร์ของ เท่ง-โหน่ง ที่ว่าไปแล้วก็ไม่ “คลีน” เท่าไร ตามงาน และสถานที่ทำงาน แต่ความใช้มุขงี่เง่า “อีเดียท” มาใช้ ก็ช่วยทำให้มุขบางมุขที่ดูร้ายกาจ และทำเอาชาวบ้านเดือดร้อน (อย่าง เท่ง นั่งเก้าอี้ทับสายอ๊อกซิเจนยายที่มีอาการ “โคม่า” ที่มานอนอยู่เตียงข้าง ๆ กับเตียงที่ โหน่ง นอนอยู่อย่างนั้นแหละ) ให้ดูผ่อนคลายไม่ซีเรียสนัก
    ในแง่ดูเอาตลกหนังพอจะดูเอาตลกแบบเรื่อย ๆ (แต่ก็ไม่ได้สาระให้แง่คิดกินใจอะไรมากนัก เท่า “โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง” ที่เล่นเรื่องใหญ่ย้อนยุคไปถึงสมัยการสร้างหนังไทย “นางสาวสุวรรณ” และลงทุนกังานโปรดักชั่นมากกว่า) แต่ข้อที่น่าชมเชยก็คือ หนังบระวังในการใช้คำหยาบที่ลดความถี่ของคำหยาบที่พร่ำเพรื่อลงอย่างมากหากจะเทียบกับ “บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2” ของ หม่ำ อีก 1 ตลกค่าย “เวิร์คพอยท์” (ที่ก่อโผล่มา “แจม” อยู่ 2 ฉากตามสูตร)
    แต่มองในแง่การถ่ายทำหนังค่อนข้างขาดความพิถีพิถันในด้านมุมกล้อง การจัดแสง ทำให้สีสันหนังดูหม่น ๆ อยู่หลายตอน ราวกับไม่ได้รับการใส่ใจมากนัก ขณะที่งานกำกับฯหลายฉากที่ “คอนตินิว” หลุดกระจาย
    จริง ๆ แล้วตลกจะมา (ขึ้นชื่อว่า) กำกับฯหนังนะก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตั้งแง่อะไรหรอก เพียงแต่ว่า เมื่อมาทำแล้ว ก็ทำหน้าที่ให้สมกับตำแหน่ง งานก็จะออกมาน่าชื่นชมยิ่งขึ้น...จริงไหม?