ค้นหาหนัง

The High Note ไต่โน้ตหัวใจตามฝัน (2020) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

The High Note ไต่โน้ตหัวใจตามฝัน (2020) [พากย์ไทย บรรยายไทย] ชนโรง เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : The High Note ไต่โน้ตหัวใจตามฝัน (2020) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์: The High Note ไต่โน้ตหัวใจตามฝัน (2020)
    ผู้กำกับภาพยนตร์: Nisha Ganatra
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Flora Greeson
    นักแสดง: Dakota Johnson, Tracee Ellis Ross , Kelvin Harrison Jr.
    แนว/ประเภท: ดราม่า, เพลง, โรแมนติก
    ความยาว: 1h 53min
    วันที่ฉาย: 29 พ.ค. 2563



     

    The High Note คือ หนังแนวดราม่าคอมเมดี้ ฝีมือการกำกับของ นิชา แกนาตรา ผู้เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลไพรม์เอมมี่จากซีรีส์ Transparent เมื่อปี 2014 และเขียนบทหนังโดยนักเขียนมือใหม่ที่ผ่านงานเขียนมาก่อนหน้าเพียงเรื่องเดียวอย่าง ฟลอรา กรีสัน

    โดยมีหน้าหนังที่น่าสนใจเพราะได้นักแสดงนำคุ้นหน้าอย่าง ดาโกตา จอห์นสัน จากหนังตระกูล Fifty Shades ในบท แม็กกี ผู้ช่วยส่วนตัวนักร้องดัง ประกบกับเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำนำแสดงหญิงจากซีรีส์ Black-ish (2014) อย่าง เทรซี เอลลิส รอสส์ ที่มารับบทนักร้องเสียงสวรรค์นาม เกรซ เดวิส และยังได้ ไอซ์ คิวบ์ แรปเปอร์และนักแสดงดังมาแจมในบทโปรดิวเซอร์เพลงของเกรซด้วย



IMDB : tt9308382

คะแนน : 6.4

รับชม : 122 ครั้ง

เล่น : 34 ครั้ง



  •  

    บางทีความฝันที่เราเห็นอยู่แค่เอื้อม แต่การจะไขว่คว้าได้มันมา...ก็ไม่ใช่ง่ายๆ "The High Note ไต่โน้ตหัวใจตามฝัน" น่าจะเป็นหนังชีวิตคลุกเคล้ากับเสียงเพลงที่เต็มไปด้วยจังหวะที่ลงตัวกำลังพอเหมาะพอดี และเป็นหนังแนวเอาใจคนรักเสียงดนตรีที่น่ารักประทับใจได้ไม่ยาก แม้ว่าโดยภาพรวมของหนังจะเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จ แต่เมื่อเครดิตตอนท้ายขึ้นมา หนังเรื่องนี้กลับทำให้เรายิ้มได้แบบไม่รู้ตัว เหมือนกับปลายทางของตัวละครของเรื่องที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง

     



    นี่คือผลงานอีกเรื่องของผู้กำกับหญิง "นิชา แกนาตรา" ที่เมื่อเดือนก่อนเราเพิ่งจะได้ดู 'Late Night' ไปหมาดๆ ปรากฏว่าหนังทั้ง 2 เรื่องที่เข้าฉายไล่ๆ กันมากลับมอบอรรถรสและกลิ่นอายที่คล้ายกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะการเน้นคาแรกเตอร์หลักเป็นเรื่องราวการทำงานของผู้หญิงต่างวัยกันในแง่มุมที่คล้ายกัน เพียงแค่ต่างจากวงการทีวี ย้ายมาเป็นวงการเพลง และฝีมือการเล่าเรื่องของเธอก็ยังกล่อมกลมอยู่เช่นเดิม

    The High Note เป็นเรื่องราวของ แม็กกี้ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของนักร้องดีว่าดาวค้างฟ้าอย่าง เกรซ เดวิส หน้าที่การงานของเธอดูเหมือนว่าจะเปรียบเป็นงานในฝันอันสูงของเธอแล้ว แต่ความจริงยังมีความฝันที่สูงไปยิ่งกว่านั้น เพราะแค่มีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบและเป็นไอดอลมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นแบบอย่างที่ทำให้เธอหลงใหลเสียงดนตรี ทำให้ความฝันที่จะทำให้ชีวิตนี้ของเธอได้สมบูรณ์แบบก็คือได้ทำงานเพลงให้กับตำนานนักร้องหญิงที่ยังมีลมหายใจอยู่ผู้นี้...

     



    แน่นอนว่าหนังมาพร้อมกับสูตรสำเร็จแบบเดิมๆ เต็มไปหมด แต่บนพื้นฐานของความจำเจนั้น ผู้สร้างฉลาดที่จะนำเสนอด้วยการใช้ตัวละครมาขับเคลื่อนเสน่ห์ให้กับหนัง ด้วยบทสนทนาและถ้อยคำที่คมคายในหลายๆ ฉาก โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของผู้หญิงคนละวัยกัน จะว่าไปตัวหนังเองก็มีส่วนประกอบของหนังประเภทนี้อยู่หลายๆ เรื่อง มีกลิ่นไอความเป็น The Devil Wears Prada อยู่หน่อย ใส่ความโรแมนซ์เสียงเพลงจาก Music and Lyrics เข้าไปนิดๆ และใช้เสน่ห์ของ La La Land กับ A Star Is Born เข้าไปเสริม ออกมาเป็นหนังที่ยังลงตัวได้อยู่

    แม้ว่าบทบาทที่ "ดาโกตา จอห์นสัน" ได้รับในเรื่องนี้จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ เคยเห็นคาแรกเตอร์ที่เธอเล่นหนังสไตล์แบบนี้มาบ้างแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเทคนิคการแสดงของเธอก็มีส่วนช่วยส่งเสริมตัวหนังได้เยอะ ด้วยการแสดงออกมาเป็นตัวเอง แต่ไม่ทิ้งคาแรกเตอร์ในหนังไป ออกมาเป็นสาวที่ออกมาตามความฝัน แม้ว่าฝันจะสำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ยังมีอะไรที่เธออยากจะไขว่คว้าอีก และไม่สามารถละสายตาจากเธอได้เลยตลอดทั้งเรื่อง

    แต่ที่ทำให้หนังดูโดดเด่นสุดๆ ก็คือพลังนางพญาของ "เทรซี เอลลิส รอสส์" ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ถ่ายทอดพลังความเป็นดีวาออกมาได้อย่างล้นหลามเพียงนี้ เธอใช้เสน่ห์ของความสูงโปร่งและอินเนอร์ที่น่าจะถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมจากแม่ของเธอ (ไดอานา รอสส์) ออกมาทำให้คนดูเชื่อว่าเธอคือนักร้องในตำนานจริงๆ ขณะที่การแสดงของเธอก็ส่งเสริมกับบทที่ได้รับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะด้วยลักษณะท่าทาง หรือน้ำเสียงคำพูดต่างๆ นุ่มลึกและคล้อยตามได้

    ความโดดเด่นอีกอย่างของหนังก็คือเพลง แม้ว่าจะไม่ได้เน้นอะไรมากมายสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือเป็นองค์ประกอบที่หนังเพลงเรื่องนี้ต้องมี ยอมรับว่าหลายๆ เพลงแต่งออกมาได้สะดุดหูไม่ยาก แต่โดยรวมก็ยังเป็นเพียงเพลงป็อบใส่จังหวะและเสียงแบ็คอัพทั่วๆ ไป พอโยกตัวไปตามทำนองได้ แต่เพลงประกอบหลักอย่าง "Love Myself" ถือว่ามีความหมายที่ลึกซึ่งกินใจดี ขณะที่ก็ยังแอบชอบเพลง "Stop for a Minute" กับ "Bad Girl" ที่ติดหูกำลังพอดี

    The High Note ถือว่าเป็นหนังที่เข้าถึงแก่นสารของเรื่องได้ดี โดยเฉพาะการเจาะลึกเข้าสู่วงการเพลงในยุคดิจิทัล ที่บรรดาดีวาสาวใหญ่ต่างๆ ก็ต้องมองหาช่องทางในการเอาตัวรอดและยังมีจุดยืนอยูู่ในวงการนี้ หนังสะท้อนเรื่องจริงในวงการเพลงได้เป็นอย่างดี ดีวาวัยกลางคน อายุ 40-50 ปี ในทุกวันนี้แทบจะไม่มีมีโอกาสได้ทำเพลงและออกอัลบั้มใหม่เป็นของตัวเองแล้ว เพราะค่ายเพลงก็ไม่สนใจที่จะลงทุน แม้จะมีฐานแฟนคลับอยู่ก็ตาม สุดท้ายพวกเธอก็มักจะไปจบอยู่ที่การเปิดโชว์ที่ลาสเวกัส เพื่อเก็บค่าตั๋วกินแบบยาวๆ โดยที่ไม่ได้บินข้ามทวีปให้เหนื่อย นี่สิ...ความจริงโดยแท้

    โดยภาพรวมแล้ว The High Note อาจจะเป็นแค่หนังชีวิตที่มีกลิ่นความฟีลกู้ดอยู่บ้าง ตัวหนังไม่ได้มีความโดดเด่นพิเศษอะไรสักเท่าไหร่ แต่กลับทำให้คนดูรู้สึกได้กำลังใจและเติมเต็มพลังอะไรบางอย่างหลังจากที่ได้ดูหนังจบลง หนังเหมือนมาช่วยส่งสารและย้ำกลับมาถึงคนดูว่า ความฝันจะทำให้สำเร็จไม่ใช่แค่เพียงใช้ความพยายาม อย่าลืมใช้หัวใจในการขับเคลื่อนในสิ่งที่เราอยากจะเป็นด้วย...