ค้นหาหนัง

Gerald's Game จับตรึงแล้วขึงโซ่ (2017)

ดูหนัง HD จับตรึงแล้วขึงโซ่ Gerald's Game ชัด - GoVMovie ดูหนังออนไลน์ ดูหนังใหม่ ซีรี่ย์ ชัด เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Gerald's Game จับตรึงแล้วขึงโซ่ (2017)

    ชื่อภาพยนตร์ : Gerald's Game จับตรึงแล้วขึงโซ่ (2017)
    แนว/ประเภท : Drama,  Horror,  Thriller
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Mike Flanagan
    บทภาพยนตร์ : Mike Flanagan,  Jeff Howard
    นักแสดง : Carla Gugino,  Bruce Greenwood,  Chiara Aurelia
    วันที่ออกฉาย : 29 September 2017
     
     
     
    เรื่องย่อ
    เจสซี่และเจอราลด์คู่สามีภรรยามาที่บ้านริมทะเลสาบอันห่างไกลผู้คน เพื่อเปลี่ยนรสชาติชีวิตเซ็กส์ของทั้งคู่ที่แสนจืดชืด เขาล็อคมือเธอด้วยกุญแจมือไว้ที่หัวเตียงทั้งสองข้าง และเริ่มเล่นบทรักแฟนตาซีเป็นชายแปลกหน้าข่มขืนหญิงสาวและบอกให้เธอร้องดังๆ โดยรู้ว่าจะไม่มีใครได้ยิน แต่นั่นกลับทำให้เจสซี่อึดอัดและบอกให้เขาหยุดเจอราลด์กลับตอบว่า “แล้วถ้าฉันไม่ทำละ?” หลังจากทั้งสองโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เขากล่าวหาเธอว่าไม่พยายามในความสัมพันธ์ของพวกเขา เจอรัลด์ก็ตายด้วยอาการหัวใจวาย ทิ้งเจสซี่ที่ถูกใส่กุญแจมือเอาไว้เพียงลำพัง…
     
    Gerald's Game]] 2017 Full Movie Online HD | Peatix

IMDB : tt3748172

คะแนน : 6.6

รับชม : 1864 ครั้ง

เล่น : 470 ครั้ง



  •  

     

    Gerald's Game จับตรึงแล้วขึงโซ่ (2017)

    หนัง Gerald’s Game ของ Netflix เป็นเรื่องที่ดัดแปลงจากนิยายของสตีเฟน คิงแล้วผมรู้สึกว่ามันแปลกแตกต่างจากหลายๆเรื่อง อารมณ์มันเหมือนกับ Misery หนัง/นิยายจิตวิทยา-ระทึกขวัญที่นักเขียนถูกแฟนคลับจับทรมาน แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีประเด็นในแบบของตัวมันเอง

    มันเป็นเรื่องของเจรัลด์กับเจสซี่ สองสามีภรรยาพากันไปบ้านติดริมทะเลสาบที่ตัดขาดจากผู้คน เจรัลด์กับเจสซี่ตกลงกันว่าจะเพิ่มเติมสีสันให้กับเซ็กส์ด้วยการคล้องกุญแจมือเจสซี่กับเตียง ทว่าจู่ๆก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจนกระทั่งทำให้เจสซี่ต้องติดแหง็กอยู่กับเตียงเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีใครจะเข้ามาในบ้านเพื่อช่วยเหลือเธอ นอกจากหมาจรจัดตัวหนึ่งที่หิวโซถึงขั้นที่กินได้แม้กระทั่งศพคน!

     

    โอเค…

    ผมอาจจะเขียนเหมือนกับว่า Gerald’s Game เป็นหนังสยองขวัญ แถมตัวอย่างก็นำเสนอในลักษณะนั้นด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคือหนังแนวจิตวิทยา-ระทึกขวัญแบบ Misery เสียมากกว่า

    เพียงแต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจาก Misery ก็คือ… เมื่อตอนที่เจสซี่ติดแหง็กอยู่กับเตียง เธอจะเริ่มจินตนาการเป็นภาพต่างๆนานา หลักๆแล้วคือเจรัลด์และตัวเธออีกคน นั่นเปิดโอกาสให้คนดูได้รู้ถึงอดีตของเจสซี่โดยไม่ต้องใช้ฉากแฟลชแบ็ก (ระลึกความหลัง) แบบเชยๆ

    ในตอนต้นเรื่องคนดูได้เห็นว่า เจสซี่เป็นคนใจดีมาก เธอเห็นใจหมาจรจัด และดูเหมือนจะเป็นคนที่ใสสะอาดเพียบพร้อม แต่เอาจริงๆแล้วเธอกลับมีอดีตอันดำมืดที่ซุกซ่อนไว้ แม้แต่เจรัลด์เองก็ไม่รู้ ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนหนังสือสตีเฟน คิง จะรู้สึกคุ้นเคยดีเลยแหละ (เอาจริงๆนะ สตีเฟน คิงเขียนนิยายเยอะแยะมากมาย แต่มันก็มีส่วนที่คล้ายกันหลายต่อหลายอย่าง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเขาไปเลย…)

     

     

     

    ผู้กำกับที่ดัดแปลงนิยายเรื่องนี้มาเป็นหนังคือ ไมค์ ฟลานาแกน (สะกดถูกหรือเปล่าไม่รู้) ซึ่งผมเคยดูหนังของเขาสามเรื่อง เรื่องแรกคือ Oculus (สองพี่น้องกับผี), Hush (สาวใบ้กับฆาตกรโรคจิต) และ Ouija: Origin of Evil (กระดานผีภาคต้นกำเนิด) ถ้าใครได้ดูผลงานของผู้กำกับคนนี้จะเห็นว่า เขามักจะทำหนังเล็กๆที่เกี่ยวข้องกับตัวละครไม่กี่ตัว และทุกเรื่องก็จะวนเวียนอยู่ในบ้านหนึ่งหลังหรือสถานที่ที่จำกัดขอบเขต ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งสองเรื่องยังเล่นกับสภาวะจิตใจกับตัวละครเป็นหลักเสียด้วย

    ใน Gerald’s Game เองก็เป็นในลักษณะเดียวกับสามเรื่องที่ว่ามาเลย เพียงแต่ว่าผมชอบกว่า Ouija และ Hush พอสมควร เพราะมันเน้นเรื่องจิตวิทยาของตัวละครเป็นหลัก แล้วหมาจรจัดที่คอยจ้องจะตะครุบเธอก็ช่วยทำให้โทนของหนังดูตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย

    ผมชอบที่ผู้กำกับนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงติดอยู่กับเตียงให้ออกมาได้น่าสนใจเกือบตลอดชั่วโมงครึ่ง จังหวะการตัดต่อช่วยทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับจะมีเรื่องฉิบหายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ยิ่งภาพหลอนในใจของเธอทำงานหนักขึ้น หนังก็ยิ่งรู้สึกสนุกขึ้นเรื่อยๆ

    แต่ก็ใช่ว่ามันจะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ปัญหาสำคัญสำหรับหนังเรื่องนี้มีอยู่สองอย่าง

    อย่างแรกคือ จังหวะการเล่าเรื่องในช่วงกลางๆ รู้สึกว่ามันอืดๆไปเสียหน่อย

    อย่างที่สองคือ ซัพพล็อตที่เกิดขึ้นในตอนท้าย ซึ่งเฉลยถึงตัวตนที่เธอได้เห็นในระหว่างเกิดภาพหลอน มันทำให้ตอนจบของเรื่องซับซ้อนและยืดเกินความจำเป็น ขาดความกระชับ

    แต่หากไม่นับทั้งสองประเด็นนี้ Gerald’s Game เป็นหนึ่งในหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือของสตีเฟน คิงแล้วไม่ห่วย แถมยังค่อนข้างจะน่าชมเชยเอาไม่น้อยเลยด้วย หลักๆแล้วมันไม่ใช่แค่หนังแนว “เซอร์ไวเวิล” แต่มันเป็นเรื่องหญิงคนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับอดีตซึ่งซุกซ่อนอยู่ในใจของเธอเอง สถานการณ์อันเลวร้ายนี้ได้บีบให้เธอต้องหันไปมองมันตรงๆ เพื่อจะให้เธอได้ก้าวข้ามมันไปในตอนท้าย ไม่ว่าเธอจะมีชีวิตรอดหรือไม่มีก็ตาม

    ถึงจะน่าผิดหวังที่ประเด็นตรงนี้ไม่ได้ทรงพลังมากนักในช่วงท้ายๆ ทั้งๆที่มีโอกาสจะทำให้รู้สึกว่ามันสุดยอดกว่านี้ได้ แต่ผมก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจเอาไม่น้อยเลย

     

     

     

    ใครเป็นสมาชิก Netflix ผมแนะนำให้ลองดูเรื่องนี้ ส่วนใครยังไม่ได้เป็นสมาชิก จะลองใช้สิทธิ์ดูฟรีเดือนแรกเอาก็ได้ครับ (ถ้ามันจะยังมีโปรโมชั่นนี้อยู่น่ะนะ)

    อ้อ สำหรับหนังของ Netflix ที่ดัดแปลงจากสตีเฟน คิงและฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน ยังมีอีกเรื่องคือ 1922 หากใครยังไม่ได้ดู ผมเองก็แนะนำให้ดูเช่นกัน เพราะมันเป็นหนังที่โอเคทั้งคู่เลย (คือไม่ได้ถึงกับดีสุดยอด แต่ก็ถือว่ามีคุณภาพระดับหนึ่ง) ปีนี้เป็นปีที่ดีของหนังจากหนังสือสตีเฟ่น คิงสินะ? (ถ้าไม่นับ The Dark Tower)