ค้นหาหนัง

Earthquake Bird รอยปริศนาในลางร้าย (2019) พากย์ไทย บรรยายไทย

Earthquake Bird รอยปริศนาในลางร้าย (2019) พากย์ไทย บรรยายไทย เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Earthquake Bird รอยปริศนาในลางร้าย (2019) พากย์ไทย บรรยายไทย

    ชื่อภาพยนตร์ : Earthquake Bird รอยปริศนาในลางร้าย
    แนว/ประเภท : Crime,  Drama,  Mystery
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Wash Westmoreland
    บทภาพยนตร์ : Susanna Jones,  Wash Westmoreland
    นักแสดง : Alicia Vikander,   Kiki Sukezane,   Kenichi Masuda
    วันที่ออกฉาย : 8 November 2019

     

     

     

    เล่าเรื่องราวของลูซี่ ฟลาย (อลิเซีย ไวแคนเดอร์) สาวต่างชาติที่โดนอดีตอันขมขื่นหลอกหลอน เธอกำลังคบกับเทจิ มัตสึดะ (นาโอกิ โคบายาชิ) ช่างภาพรูปหล่อที่มีอดีตแย่ๆ ไม่แพ้กัน ลูซี่ผู้สุขุมเยือกเย็นกำลังจะเสียศูนย์เมื่อลิลี่ บริดเจส (ไรลีย์ โคอี) สาวหน้าใหม่ใสซื่อเริ่มเข้ามาพัวพันกับชีวิตของทั้งคู่และจู่ๆ ก็หายตัวไปจนใครๆ ก็สงสัยว่าเธอตายเสียแล้ว Earthquake Bird มีความนิ่งเนิบ เน้นห้วงอารมณ์ความคิดของตัวเอกอย่างลูซี่เป็นหลัก มากกว่าจะเน้นขายความลึกลับน่าสงสัยของสถานการณ์ หลายช่วงหลายตอนไม่ใช่สิ่งที่ยากต่อการคาดเดานัก แต่ด้วยวิธีการทำให้คนดูจดจ่ออยู่กับตัวละครอย่างลูซี่ จึงเปิดโอกาสให้นักแสดงสาวอลีเซียได้ เผยแง่มุมการแสดงที่เน้นใช้สายตามากกว่าคำพูด ประกอบกับที่ตัวละครมีลักษณะ “อมทุกข์” และเก็บงำความรู้สึกเปลี่ยวเหงาเอาไว้คนเดียว ยิ่งทำให้คนดูทั้งสงสารและเดาทางตัวละครไม่ถูกจริงๆ โดยรวมแล้วนี่เป็นหนังดราม่าสะท้อนชีวิตสังคมญี่ปุ่นผ่านมุมมองสาวตะวันตกในหลายแง่มุม โดยมีเรื่องราวลึกลับเจือจางอยู่หน่อยๆ ให้พอกล้อมแกล้มว่าเป็นหนังทริลเลอร์ระทึกขวัญ ถ้าใครชอบเรื่องราวชีวิตสังคมญี่ปุ่น ชอบ”อลิเซีย ไวแคนเดอร์” นางเอก Tomb Raider ก็ดูได้ไม่น่าผิดหวัง ตัวหนังมีปมเล็กๆ ให้น่าติดตามอยู่ ซึ่งพอเฉลยออกมาตอนท้ายสุดที่ไม่ใช่แค่เรื่องคดีฆาตกรรม แต่เป็นเรื่องปมลางร้ายของนางเอก ก็เป็นอะไรที่ปิดท้ายได้สวยงามลงตัวกับเรื่องราวที่หนังนำเสนอมาทั้งหมด ซึ่งถ้าใครชอบแนวนี้ก็คงจะอินไม่น้อยเลยทีเดียว

     

IMDB : tt8178486

คะแนน : 5.9

รับชม : 851 ครั้ง

เล่น : 205 ครั้ง



  •  

     

    หนังดราม่า ทริลเลอร์ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันกับ Earthquake Bird ผลงานการกำกับของวาช เวสต์มอร์แลนด์ (Still Alice) และนำแสดงโดยอลิเซีย วิกันเดอร์

     

     

    Earthquake Bird มีฉากหลังอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในปี 1989 ว่าด้วยชีวิตการทำงานของ ลูซี่ ฟลาย (อลิเซีย วิกันเดอร์) สาวสวีเดนที่ทำงานเป็นนักแปลภาษา ด้วยชีวิตที่ราบเรียบไม่หวือหวา จนอาจจะกล่าวได้ว่าเธอใช้ชีวิตไปวันๆแบบเดิม กระทั่ง เสื้อผ้า หน้าผม เธอก็ยังแต่งตัวด้วยโทนเสื้อผ้าที่เรียบง่ายจนคล้ายคลึงสาวญี่ปุ่นทั่วไป ลูซี่มีเพื่อนเป็นนักดนตรีอย่างบ๊อบ (แจ็ค ฮิวส์ตัน) และเพื่อนร่วมงานสาวชาวญี่ปุ่นนัตซึโกะ (กิกี้ ซูเกะซาเน่) และยังใช้เวลาว่างในการเล่นเชลโล่กับแม่บ้านชาวญี่ปุ่น คุณคาโต้ (อากิโกะ ไอวาเสะ) แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ชมก็ยังสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยวเหงาของลูซี่ตลอดเวลา

     

     

    กระทั่งวันหนึ่งลูซี่ได้พบกับตากล้องหนุ่มเทจิ (นาโอกิ โคบายาชิ) ที่จับภาพตอนเธอกำลังเดินอยู่บนถนน แม้การถูกถ่ายรูปในที่สาธารณะเธอเป็นเรื่องการเสียมารยาท แต่ดูเหมือนลูซี่กลับรู้สึกถูกใจในรูปลักษณ์ภายนอกของเทจิ จนอาจจะกล่าวได้ว่านั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ไม่นานลูซี่จึงเริ่มคบหากับเขา และค้นพบว่าทั้งสองนั้นล้วนแล้วแต่มีด้านดาร์คๆของตัวเองที่ถูกซุกซ่อนไว้ไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจ

     

     

    แต่แล้วเมื่อเพื่อนชาวอเมริกันของลูซี่ อย่างลิลี่ บริดเจส (ไรลีย์ คีโอ) ได้เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นและก้าวเข้ามาในความสัมพันธ์ระหว่างลูซี่และเทจิ จนกลายเป็นปมสำคัญของเรื่อง เมื่อหนังเผยให้คนดูรับรู้ว่า วันหนึ่งลิลี่ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จนนำไปสู่คำถามที่ว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่”

     

     

     

    อันที่จริงหนังเผยให้คนดูรับรู้ตั้งแต่ฉากแรกของเรื่องแล้วว่าลิลี่ได้หายตัวไปผ่านประกาศคนหาย และลูซี่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ เรื่องราวในหนังจึงเริ่มต้นขึ้นผ่านการให้ปากคำกับตำรวจของตัวลูซี่เอง มุมมองในหนังจึงตกอยู่ภายใต้ความคิดของตัวเอกอยู่ตลอดเวลา ว่าเธอเลือกจะให้คนดูได้เห็นชีวิตของเธออย่างไร จนเมื่อหนังดำเนินไปสักระยะ หนังก็เริ่มเผยความน่าเคลือบแคลงในตัวนางเอกว่าจริงๆแล้วเธออาจจะเป็นคนร้ายและอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของเพื่อนเธอ

     

     

    Earthquake Bird มีความนิ่งเนิบ เน้นห้วงอารมณ์ความคิดของตัวเอกอย่างลูซี่เป็นหลัก มากกว่าจะเน้นขายความลึกลับน่าสงสัยของสถานการณ์ หลายช่วงหลายตอนไม่ใช่สิ่งที่ยากต่อการคาดเดานัก แต่ด้วยวิธีการทำให้คนดูจดจ่ออยู่กับตัวละครอย่างลูซี่ จึงเปิดโอกาสให้นักแสดงสาวอลีเซียได้ เผยแง่มุมการแสดงที่เน้นใช้สายตา มากกว่าคำพูด ประกอบกับที่ตัวละครมีลักษณะ “อมทุกข์” และเก็บงำความรู้สึกเปลี่ยวเหงาเอาไว้คนเดียว ยิ่งทำให้คนดูทั้งสงสารและเดาทางตัวละครไม่ถูกจริงๆ

     

     

    เหนืออื่นใดคือฉากสุดท้ายที่เธอมีโอกาสได้นั่งปรับทุกข์กับแม่บ้านชาวญี่ปุ่นคุณคาโต้ ที่ต่างมานั่งพูดถึง “ความตายของคนใกล้ตัว” การแสดงในฉากดังกล่าว เรียกว่าเป็นฉากจับใจและอธิบายห้วงความรู้สึกของการปลดปล่อยความทุกข์ที่อัดแน่นภายในใจของตัวละครทั้งสองได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าจดจำ