ค้นหาหนัง

A Few Good Men เทพบุตรเกียรติยศ (1992) พากย์ไทย

ดูหนังออนไลน์ เทพบุตรเกียรติยศ A Few Good Men เต็มเรื่อง - GoVMovie ดูหนังออนไลน์ ดูหนังใหม่ ซีรี่ย์ ชัด เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : A Few Good Men เทพบุตรเกียรติยศ (1992) พากย์ไทย

    ชื่อภาพยนตร์ : A Few Good Men  เทพบุตรเกียรติยศ  (1992)
    แนว/ประเภท : Thriller,  Drama
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Rob Reiner
    บทภาพยนตร์ : Aaron Sorkin
    นักแสดง : Tom Cruise,  Jack Nicholson,  Demi Moore
    วันที่ออกฉาย : 11 December 1992

     

    นาวิกโยธินสหรัฐฯLance Corporal Harold Dawson และPrivate First Louden Downey กำลังเผชิญหน้ากับศาลทหารทั่วไปซึ่งถูกกล่าวหาว่าสังหารเพื่อนนาวิกโยธินชั้นหนึ่งส่วนตัว William William ที่ฐานทัพเรืออ่าว Guantanamoในคิวบา ซันติอาโกมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับนาวิกโยธินเพื่อนของเขาเมื่อเทียบกับพวกเขาอย่างน่ารังเกียจและทำลายสายบังคับบัญชาในความพยายามที่จะย้ายออกจากกวนตานาโม พันเอกผู้บัญชาการทหารนาธานเจสซัป ( แจ็คนิโคลสัน ) และเจ้าหน้าที่ของเขาโต้แย้งเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ในขณะที่เจ้าหน้าที่บริหารของเจสซัปผู้พันแมทธิวมาร์กคินสัน ( JT Walsh)) สนับสนุนให้ย้ายซันติอาโกซัพออกจากตัวเลือกและสั่งให้ผู้แทนผู้บังคับบัญชาของซันติอาโกร้อยโทโจนาธานเจมส์เคนดริค ( คีเซอร์ซัทเธอร์แลนด์ ), "ฝึกอบรม" ให้กลายเป็นทะเลที่ดีกว่าซันติอาโก

     

    Handling the Truth: A Few Good Men (1992) — Talk Film Society

IMDB : tt0104257

คะแนน : 7.7

รับชม : 1907 ครั้ง

เล่น : 648 ครั้ง



  •  
    A Few Good Men หลังการตายของนายทหาร

    “You can’t handle the truth!” หรือแปลได้ความประมาณว่า “นายไม่กล้าสู้หน้ากับความจริง!” เป็นประโยคทองในฉากไคลแม็กซ์อันดุเดือดในศาล ซึ่งออกมาจากปากของแจ็ค นิโคลสัน ในบทพันเอกเนธาน เจสเซ็ป หนึ่งในตัวละครสำคัญในหนังดราม่าคอร์ทรูมเรื่อง A Few Good Men ของผู้กำกับ ร็อบ ไรเนอร์ ที่ออกฉายในปี 1992 มีดาราดังอย่างทอม ครูซ และเดมี่ มัวร์ รับบทนำ หนังสร้างจากบทละครเวทีชื่อเดียวกันของแอรอน ซอร์กิน กลายเป็นหนึ่งในงานชิ้นเอกของไรเนอร์และติดลิสต์หนังยอดเยี่ยมตลอดกาล แม้จะออกฉายมานานถึง 25 ปี แต่เรื่องราวในหนังช่างเข้ากับสถานการณ์ในวันนี้เสียจริงๆ

     

    A Few Good Men พูดถึงเหตุการณ์ในกองทัพนาวิกโยธิน เมื่อพลทหารวิลเลี่ยม ซานดิอาโก เกิดเสียชีวิตในฐานทัพจากการถูกพลทหารอีกสองคนคือสิบตรีแฮร์โรลด์ ดอว์สัน และพลทหารเลาว์เดน ดาวนีย์ ทำการ “ซ่อม” รุ่นน้องคนนี้ ด้วยการเข้าไปมัดมือมัดเท้าซานดิอาโก เอาเศษผ้ายัดใส่ปากเขาและเสียชีวิตหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น จากการชันสูตรศพพบว่าเขาถูกวางยาพิษที่ผ้ายัดปาก

         เบื้องลึกเบื้องหลังคือพลทหารซานดิอาโกดันไปรู้เรื่องที่สิบตรีดอว์สันยิงปืนข้ามแนวรั้วเข้าไปในเขตคิวบาและซานดิอาโกขู่ว่าจะเปิดโปง (สถานการณ์การรุกรานเขตแดนเป็นปัญหาร้ายแรงในขณะนั้น) จึงนำไปสู่การลงโทษทางวินัยแบบลับๆ ที่ไม่มีอยู่ในระเบียบของกองทัพ (ก็เหมือนการซ่อมน้องใหม่นั่นแหละ) โดยเรียกกันว่า Code Red หรือรหัสแดง ทีนี้ประเด็นอยู่ที่ว่าสิบตรีดอว์สันและพลทหารดาวนีย์ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมไปโดยปริยาย ทว่าทั้งสองยืนกรานว่า “พวกเขาทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา” พวกเขาจึงไม่ควรจะผิด ทีนี้ใครล่ะที่ออกคำสั่งรหัสแดง?

     

     

     

         ร้อนไปถึงร้อยโทแดเนียล แคฟฟี่ (ทอม ครูซ) ทนายความหนุ่มของกองทัพที่ดูไม่เอาไหน ต้องเข้ามาว่าความเรื่องนี้เป็นคดีแรกด้วยการพยายามสืบสวนหาความจริงว่า “ใครเป็นผู้บงการ” โดยมีนาวาโทโจแอนน์ กัลลาเวย์ (เดมี่ มัวร์) เข้ามาช่วยเหลือ ความยากก็คือแคฟฟี่ที่ดูไร้แต้มบุญและอำนาจต่อรองใดๆ ต้องเข้าไปสืบหาความจริงที่ “โยงใยเข้าไปถึงทหารชั้นผู้ใหญ่” ซึ่งยากที่จะสู้รบตบมือและอาจนำความซวยมาสู่ตัวเขาเองได้ง่ายมาก

         หนังไม่มีพล็อตเรื่องที่สลับซับซ้อน และไม่ได้พยายามปกปิดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังตัวจริงก็คือแจ็ค นิโคลสัน หรือพันเอกเจสเซ็ปนั่นแหละ แต่ความสนุกอยู่ตรงที่แคฟฟี่จะแซะความจริงออกมายังไง? และที่ยากกว่านั้นคือ “จะจับทหารยศพันเอกเข้าคุกได้ยังไง?”

         ฉากสอบสวนในศาลที่กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในตอนท้ายเรื่องคือบทสรุปทุกอย่างและเต็มไปด้วยหลายประเด็นที่น่าสนใจ อย่างตอนที่พันเอกเจสเซ็ปย้อนทนายแคฟฟี่ว่า

         “เราทำตามคำสั่ง ไม่งั้นก็จะมีคนตาย ชัดเจนไหม”

         อีกช่วงหนึ่งคือตอนที่แคฟฟี่ของขึ้นระหว่างซักฟอกและตะโกนถามว่า “คุณออกคำสั่งรหัสแดงหรือเปล่า ผมต้องการความจริง!”

         พันเอกเจสเซ็ปตอกกลับว่า “คุณไม่กล้าสู้หน้ากับความจริงหรอก เราอยู่ในโลกที่มีรั้วล้อมรอบ และรอบรั้วนั้นก็ปกป้องด้วยกลุ่มทหารที่ยืนถือปืนอยู่ ไม่งั้นจะมีใครมาทำ น้ำหน้าอย่างคุณเหรอ...

         “คุณก็รู้ว่าคุณต้องการผมเป็นทหารป้องกันรั้วของชาติ เรามักใช้คำพูดอย่าง เกียรติยศ ออกคำสั่ง จงรักภักดี เราใช้คำพวกนี้เหมือนเป็นกระดูกสันหลังที่จะปกป้องอะไรบางอย่าง แต่คุณเห็นคำพูดเหล่านี้เป็นเรื่องตลกเหรอ ผมไม่มีเวลาที่จะมานั่งอธิบายงานที่ผมทำให้คุณที่นอนสบายอยู่ใต้ผ้าห่มแห่งเสรีภาพที่ผมนี่แหละเป็นคนจัดให้ แล้วยังมีหน้ามาถามผมอีกว่าผมจัดให้ยังไง ทำไมไม่กล่าวขอบคุณผม แล้วรีบไสหัวไปซะ หรือไม่ก็ไปยืนถือปืนเป็นยามรักษาการณ์เสียเองสิวะ”

     

     

       

     

     หนังยังตั้งประเด็นคำถามว่า “ถ้าเราเป็นนายทหารสองนายที่ถูกผู้บังคับบัญชาออกคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง เราจำเป็นต้องทำตามหรือไม่” เราเลือกที่จะขัดคำสั่งผู้มีอำนาจได้ไหม?

         สิบตรีดอว์สันและพลทหารดาวนีย์ถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดข้อหาฆาตกรรมและสมคบกันฆาตกรรม แต่ถูกตัดสินให้มีความผิดในข้อหาทำความเสื่อมเสียให้นาวิกโยธิน โดยให้ได้รับโทษจำคุกเท่าที่ถูกจำมาแล้ว และให้ปลดจากการเป็นนาวิกโยธิน

         ดาวนีย์ไม่เข้าใจว่า “พันเอกเจสเซ็ปเป็นคนออกคำสั่งรหัสแดง แล้วเราทำตามคำสั่งมันผิดตรงไหน”

         ดอว์สันเถียงขึ้นมาว่า “ผิดสิ เราควรจะต่อสู้เพื่อคนที่ไม่มีทางสู้”

         ตอนจบของ A Few Good Men พันเอกเจสเซ็ปตกได้รับโทษตามกฏหมายในข้อหาออกคำสั่งจนเป็นเหตุให้พลทหารซานดิเอโกเสียชีวิต แต่ในโลกแห่งความจริง ตอนจบที่ยุติธรรมแบบนั้นมักจะหาดูได้ยากเต็มที เพราะนายทหารชั้นสูงมักคิดว่าตนเองอยู่เหนือกฎหมาย ต่างไม่รู้สึกรู้สากับนักเรียนเตรียมทหารที่ “ถูกซ่อม” จนเสียชีวิต และดูเหมือนจะไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ

         การกล่าวอ้างของพันเอกเจสเซ็ปว่า ข้านี่แหละคือทหารผู้กล้าหาญที่ถือปืนปกป้องประเทศชาติให้พวกเอ็งมีที่ซุกหัวนอน… แท้จริงแล้วคือคำกล่าวที่ต้องการปกปิดความจริงและไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงมุมมืดของจารีตประเพณีในกองทัพทหาร ที่มุมหนึ่งคือความภาคภูมิใจ ความเข้มแข็ง และความเคร่งครัดในกฏระเบียบ

         แต่บางครั้งบั้งบนบ่าก็ทำให้เกียรติยศค้ำคอ... จนไร้มนุษยธรรม

         “คุณไม่จำเป็นต้องมีบั้งเพื่อแสดงเกียรติหรอก” แคฟฟี่กล่าวกับดอว์สันในตอนจบ