ค้นหาหนัง

Deliver Us from Evil ให้มันจบที่นรก (2020)

ดูหนัง HD ให้มันจบที่นรก Deliver Us from Evil ดูออนไลน์ - GoVMovie ดูหนังออนไลน์ ดูหนังใหม่ ซีรี่ย์ ชัด เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Deliver Us from Evil ให้มันจบที่นรก (2020)

    ชื่อภาพยนตร์ : Deliver Us from Evil ให้มันจบที่นรก
    แนว/ประเภท : Action,  Crime,  Thriller
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Won-Chan Hong
    บทภาพยนตร์ : Won-Chan Hong
    นักแสดง : Jung-min Hwang,  Jung-jae Lee,  Jung-min Park
    วันที่ออกฉาย : 5 August 2020

     

     

    เรื่องย่อ: อินนัม (ฮวังจองมิน) นักฆ่าฝีมือดีพบว่าคนรักเก่าของเขาถูกคนฆ่าตายในประเทศไทย จึงเดินทางมาเพื่อตามหาความจริง ในขณะที่ เรย์ (อีจุงแจ) ก็ถูกอินนัมฆ่าพี่น้องร่วมสาบานของเขาตาย ก็ได้เดินทางมาไทยเพื่อหวังจะล้างแค้นเช่นกัน เกมไล่ล่าสุดอันตรายของ อินนัม กับ เรย์ จึงเปิดฉากขึ้น และทั้งคู่ต้องสะสางให้มันจบที่นรก!

     

    รีวิวหนัง Deliver Us From Evil ให้มันจบที่นรก -  หนังดีเนื้อหาสนุกจากเกาหลีที่รับประกันความมันส์ !

     

IMDB : tt12763920

คะแนน : 0

รับชม : 3470 ครั้ง

เล่น : 1308 ครั้ง



  •  
     
     
    หนังเกาหลีสายแอ็กชันที่เปิดหัวมาด้วยสถิติสุดสวยจากการขายตั๋วได้ถึง 2 ล้านใบภายใน 5 วันที่เกาหลี เอาชนะหนังมาแรงแห่งปีอย่าง Peninsula (ภาคต่อ Train to Busan) ไปได้เป็นที่ประหลาดใจหลายคน แถมขึ้นแท่นหนังแอ็กชันที่ดีที่สุดแห่งปีของเกาหลีจากนักวิจารณ์เกาหลีบางสำนักด้วย
     
    แต่สำหรับคอหนังเกาหลีสายดิบ ความน่าสนใจจะอยู่ที่ว่าหลังจากห่างหายไปกว่า 5 ปี ผู้กำกับ ฮงวอนชาน เขาไปอัปฝีมือมามากขนาดไหนมากกว่า โดยเขาเป็นมือเขียนบทหนังเด่น ๆ ของผู้กำกับ นาฮงจิน มาแล้วทั้ง The Chaser (2007) และ The Yellow Sea (2010) แล้วยังเคยร่วมเขียนบทหนังรางวัลบทยอดเยี่ยมเรื่อง Confession of Murder (2012) ของผู้กำกับ จังเบียงกิล อีกด้วย
     
     
     
     
     
    หนังเรื่องแรกที่เขาทั้งเขียนบทและกำกับเองอย่าง Office (2015) เองก็ได้รับเลือกไปชิงในสาขา Golden Camera ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ด้วย ซึ่งใครได้ดูหนัง Office มาแล้วก็น่าจะจำได้ดีถึงฝีมือการขยี้วัฒนธรรมเกาหลีที่เป็นส่วนสากลอย่างการทำงานในออฟฟิศ ออกมาได้น่าตื่นเต้น เย้ยหยันและปวดใจได้ขนาดไหน การกลับมาหลังจากบ่มไอเดียนานถึง 5 ปีของเขาใน Deliver Us From Evil ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย
     
     
     
     
    ซึ่งในครั้งนี้แม้ความคมคายในบทหนังอาจไม่ได้มีมากอย่างที่เราหวัง แต่มันก็เข้มในแนวทางของหนังบู๊ที่หยิบยืมหัวใจของหนังแอ็กชันฮ่องกง หรือหนังแอ็กชันเอเชียอาคเนย์ทั้งจากบ้านเราและอินโดนีเซีย มาผสานกันได้สนุก จะว่าไป ฮงวอนชาน ก็เป็นสายบทหนังธริลเลอร์เข้ม ๆ ดาร์ก ๆ ตัวพ่อเหมือนกันและทำการบ้านมาได้ดีมาก ๆ จึงทำให้ตลอดเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงของ Deliver Us From Evil เต็มไปด้วยความเท่ ความดาร์ก และเรื่องราวที่ปูมาสำหรับแอ็กชันได้ลุ้นสุด มันสุด เช่นกัน
     
     
     
     
    ว่ากันตามตรงพลอตของหนังเรื่องนี้ไม่ได้ใหม่อะไรเลย หนังจา พนม หนังบู๊ไทย หรือหนังฮ่องกงเมื่อไม่นานนี้ก็กลิ่นอายแบบเดียวกันเลย แต่ความที่ฮงวอนชานทำการบ้านหนังแอ็กชันโซนนี้มาดีมาก มันจึงตกตะกอนเป็นหนังที่มีไอเดียแตกต่าง ใช้ความชั่วหลายฝักฝ่ายไล่ล่ากันแบบตะลุมบอน โดยมีเด็กน้อยตาใสที่แค่ฉากแรกโผล่มาเราก็ตกหลุมรักอยากเอาใจช่วยอยู่กลางสมรภูมิที่ผู้ใหญ่เลว ๆ ห้ำหั่นกัน
     
     
     
     
    และการเสริมพื้นด้านดราม่าของตัวละครก็เป็นงานถนัดฝั่งเกาหลีที่ีมาเติมเต็มจุดอ่อนของหนังบู๊แบบบ้านเราได้พอดิบพอดี ทำให้เรารู้สึกจริงจังขึงขังกับมันได้มาก แม้บางฉากแอ็กชันจะแฟนซีไม่แพ้หนังไทยยุคเวอร์ ๆ ก็ตาม (ระเบิดรถหมุนสามตลบงี้) แต่ด้วยความสร้างสรรค์มันเลยไม่เด๋อแต่กลายเป็นความเท่มาก ๆ ไปแทน
     
     
     
     
     
     
    ยิ่งได้ดาราเบอร์ใหญ่ของหนังเกาหลีอย่าง ฮวังจุงมิน ที่บ้านเราอาจคุ้นหน้าจากหนัง The Battleship Island และ Asura: The City of Madness หรือหนัง The Wailing ก็ด้วย ซึ่งรับประกันฝีมือด้วยรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากเวที Blue Dragon Film Awards มาถึง 2 ตัว และเมื่อมาประชันบทกับ อีจุงแจ ซึ่งก็คุ้นหน้าดีจากหนังใหญ่อย่าง The Housemaid (2010) และ Along With the Gods: The Two Worlds (2017) ซึ่งทั้งสองคนนี้ยังเป็นการกลับมาชนกันในหนังอีกครั้งหลังจากเคยขับเคี่ยวกันมาแล้วใน New World (2013) ด้วย
     
     
     
    และที่น่าพูดถึงอีกคนคือ พักจองมิน ที่สลัดภาพหนุ่มซื่อหนีตายในหนัง Time to Hunt (2020) มาเป็นเลดี้บอยเมืองไทยได้อย่างน่าจดจำ และตัวละครนี้ก็เป็นดอกไม้ของเรื่องที่น่าสนใจมาก ฉากที่เขาคุยเรื่องลูก กับพระเอกทำให้มิติตัวละครนี้ลึกและน่าสนใจขึ้นมาทันที
     
     
    พักจองมิน คือโคตรแห่งการขโมยซีนในฐานะดาราสมทบ
     
     
    หนังโชคดีทีเดียวที่เริ่มถ่ายทำตั้งแต่ปลายปีก่อนและปิดกล้องเรียบร้อยในเดือนมกราคมของปีนี้ จึงทำให้รอดจากปัญหาโควิด-19ไปได้อย่างหวุดหวิด เพราะหนังใช้ฉากหลังถ่ายทำกันถึง 3 ประเทศคือ เกาหลี ญี่ปุ่น และไทย และการที่เลือกไทยเป็นที่ให้ตัวละครมาจบบัญชีแค้นกันก็ชาญฉลาดมาก ๆ เพราะ หนึ่ง มันจะได้ภาพความเอ็กโซติกที่ไม่ซ้ำใครแน่ ๆ สอง มันจะได้ใช้บริการของทีมงานไทยที่ว่ากันไม่อวย สายแอ็กชันนี่คือบ้านเราอันดับต้น ๆ ของโลกจริง แค่ทุนถึงเถอะ ฉากแอ็กชันมัน ๆ ชวนติดตามาได้ทุกเม็ดจริง ๆ อันนี้ไม่เชื่อลองดูหนังอย่าง Extraction ของพี่ธอร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ และในหนังเกาหลีเรื่องนี้ก็มาจัดหนักเช่นเดิมไม่ว่าจะฉากบู๊ในทางเดินแคบ ๆ ตามชั้นบันได ยาวไปถึงบนท้องถนน
     
     
     
     
     
     
    และที่ต้องพูดตามหัวเรื่องเลยคือ ตลอดเวลาที่ดูมันเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียดาย เห็นฉากหลังเป็นเมืองไทย เห็นตัวละครประกอบเป็นดาราไทย เห็นโปรดักชันส่วนแอ็กชันที่รู้ว่างานไทยประดิษฐ์ แล้วมันจุกอก เราเชื่อจริง ๆ ว่าหนังไทยมันทำแบบนี้ได้ ถึงมันจะไม่ใช่หนังที่ดีเลิศไปชิงออสการ์แต่มันเป็นหนังบันเทิงสินค้าส่งออกที่เราเคยทำอยู่มือมาก ๆ แล้วเรื่องนี้ทำให้รู้เลยว่าถ้ามีทุน มีการสนับสนุนดี ๆ จากรัฐ และวิสัยทัศน์ผู้สร้างกับบทที่ดีหน่อย หนังบู๊ไทยยังไปได้อีกไกลมาก เสียดายจริง ๆ ที่จิตวิญญาณหนังบู๊ไทยในวันนี้ต้องไปยืมร่างหนังเกาหลีเขาให้มีตัวตนอยู่เสียแล้ว