ค้นหาหนัง

ดูหนัง Deepwater Horizon (2016) ฝ่าวิบัติเพลิงนรก เต็มเรื่อง

ดูหนัง Deepwater Horizon (2016) ฝ่าวิบัติเพลิงนรก ออนไลน์ - GoVMovie ดูหนังออนไลน์ ดูหนังใหม่ ซีรี่ย์ ชัด เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดูหนัง Deepwater Horizon (2016) ฝ่าวิบัติเพลิงนรก เต็มเรื่อง

    ดูหนัง Deepwater Horizon (2016) ฝ่าวิบัติเพลิงนรก เต็มเรื่อง

     

     

    เรื่องย่อ 
    สำหรับราวราวที่ถูกนำเสนอในภาพยนตร์ จะเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของคนงาน รวมทั้งการทำงานบนแท่นขุดเจาะที่ไม่เคยมีใครเห็น ที่สำคัญก็คือ การถ่ายทอดช่วงเวลานาทีชีวิตที่พวกเขาต้องเผชิญในกองเพลิงมหากาฬ จากการระเบิดรุนแรงของกลุ่มก๊าซมีเทนที่ดันตัวขึ้นมาทางท่อส่งด้วยพลังมหาศาล จนอุปกรณ์ป้องกันระเบิด รวมถึงระบบปลดการเชื่อมต่ออัตโนมัติ (EDS) ไม่อาจต้านทานไว้ได้ 

    เพื่อเป็นการแสดงถึงความกล้าหาญและความพยายามที่จะหยุดยั้งการระเบิด อีกทั้งเป็นการให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 11 คน จากลูกเรือทั้ง 140 คน และเชิดชูผู้เสียสละ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ หนึ่งในนั้นก็คือ ไมค์ วิลเลี่ยมส์ หนึ่งในผู้รอดชีวิต ที่อาสาเป็นที่ปรึกษาให้กับทีมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

IMDB : tt1860357

คะแนน : 7.1

รับชม : 1915 ครั้ง

เล่น : 649 ครั้ง



  • Deepwater Horizon (2016) ฝ่าวิบัติเพลิงนรก

    หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทุ่มทุนสร้างกว่า 160 ล้านเหรียญฯ และทุ่มกับงานโปรดักชันอลังการงานสร้างมาก ทีมงานลงทุนสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมดในแท็งก์น้ำขนาดยักษ์ ด้วยสเกลใหญ่ยักษ์ 85% หรือเกือบเท่าแท่นจริง ๆ กลางทะเล โดยไม่อิงโมเดลหรือ CGI อีกทั้งยังใช้โคลนจริงอีกหลายแสนแกลลอนต่อวัน เพื่อเนรมิตภาพโคลนพุ่ง และใช้ไฟจริงความร้อนกว่า 130 องศาฯ เพื่อให้การถ่ายทำออกมาสมจริงที่สุด

    ดังนั้น หากถามว่า อะไรคือเหตุผลสำคัญที่สุดที่คุณไม่ควรพลาดชม Deepwater Horizon บน IMAX หรือโรงภาพยนตร์คุณภาพใกล้บ้านคุณ เราตอบได้ทันทีโดยไม่คิดเลยว่า… ทีมงานเขาทุ่มทุนและตั้งใจให้ทั้งภาพทั้งเสียงออกมาสมจริงขนาดนี้แล้ว คนดูอย่างเราคงขาดทุนแย่… ถ้าขืนนอนดูหนังเรื่องนี้ที่บ้าน… ด้วยจอที่เล็กกว่าและซาวนด์เสียงที่กระหึ่มน้อยกว่าร้อยเท่า…

    ตามความรู้สึกส่วนตัว ความสมจริงเต็ม 100 ให้ 100 เลยนะ แล้วประเด็นคือ มันไม่ใช่แค่ฉากตอนระเบิดแล้วไหม้แล้วเท่านั้นนะที่โคตรสมจริง (ย้ำว่า โคตรสมจริง ยิ่งดู IMAX ซาวนด์ดีมาก อย่างกับเราไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ ตัวละครหูอื้อ เราก็หูอื้อตามตัวละคร) ฉากก่อนเกิดเหตุการณ์ระเบิดก็บอกเล่าเรื่องราวของคนบนแท่นได้อย่างดีและจำลองเหตุการณ์ให้เราเข้าใจด้วยว่า “ทำไมแท่นระเบิด”

    อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับคนนี้ยังมีข้อควรปรับปรุงอยู่ในส่วนของการทำพาร์ทดราม่า เพราะเราดูแล้วเราเสียดายอย่างยิ่งที่ดราม่าไปไม่สุดเลยสักทาง ไม่ว่าจะดราม่าครอบครัว เพื่อนร่วมงาน การทำงานกับธุรกิจน้ำมัน หรือกระทั่งการชูว่าพระเอกของเรา (Mark Wahlbergคือฮีโร่นั้นก็ยังไปไม่ถึง

    ตอนดูเทรลเลอร์ เราชอบตอนลูกสาวอ่าน essay และเอากระป๋องโค้กมาจำลองการขุดเจาะน้ำมันให้เห็นภาพนะ มันทำให้คนดูอย่างเราเข้าใจงานที่พวกเขาทำได้ง่ายและก็รู้สึกอบอุ่นกับความเป็นแฟมิลี่ไปด้วย แต่พอฉากดังกล่าวมาอยู่ในหนังตัวเต็ม เราก็เฉย ๆ ละ เพราะซีนนี้ดันเป็นซีนครอบครัวที่ดีที่สุดในหนัง ซึ่งซีนนี้เราก็ดูไปเป็นร้อยรอบแล้วในเทรลเลอร์ หรือเพิ่มเติมก็อาจจะมีซีนที่ พระเอกต้องรอดและเอาชิ้นส่วนไดโนเสาร์กลับบ้านมาให้ลูกแหละ แต่ซีนนั้นกลับเป็นซีนที่…ถ้าคุณกะพริบตาทีเดียว คุณอาจไม่เห็นว่าพระเอกให้ฟอสซิลลูก… จบ.

    ส่วนเรื่องราวบนแท่นก่อนเกิดเหตุการณ์ระเบิด คือชอบนะที่เขาพาทัวร์แต่ละแผนกของแท่น ซึ่งเอาจริงก็จำตัวละครไม่ได้หรอกว่าใครทำอะไร เพราะเขาแนะนำแบบบรีฟมาก จำได้ก็แต่ Dylan O’Brien คนงานสุดหล่อคนเดียวนั่นแหละที่มีซีนเยอะหน่อย แต่ที่ทำให้แอบเบื่อในช่วงต้นก็คือ การพาทัวร์เหตุการณ์ก่อนระเบิดของหนังเขามันจริงจังเกินไป จริงจนคนดูทั่วไปที่ไม่ได้เป็นวิศวกร ไม่เก๊ตกับฟิสิกส์ ไม่รู้เรื่องหลักการการทำงานของเครื่องจักรเครื่องกล ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานแท่นหรืองานขุดเจาะน้ำมันเป็นศูนย์อย่างเรานั้น… แอบเบื่อ

    ส่วนประเด็นฮีโร่ เรื่องนี้ก็ยังห่างไกลจาก Sully ที่เราเพิ่งดูไปเมื่อต้นเดือน และดูแล้วก็ไม่ค่อยรู้สึกว่า Mark Wahlberg เป็นฮีโร่อะไรเท่าไหร่ อาจเพราะแบ่งซีนฮีโร่ให้ Kurt Russell กับ Dylan O’Brien เขาไปเยอะ (โดยเฉพาะคนหลังเนี่ย เรารู้สึกว่าตัวจริงเขาไม่น่าจะมีบทบาทกับเหตุการณ์มากขนาดนี้… อาจไม่มีตัวตนจริงด้วยซ้ำ… แต่หนังก็สร้างตัวละครตัวนี้ขึ้น เพื่อให้หนังมีดาราวัยรุ่นหล่อ ๆ ที่กำลังฮอตอย่าง Dylan O’Brien มาเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนดูอีกกลุ่มหนึ่ง)

    นอกจากนี้ คนงานแต่ละคนก็ดูไม่ได้เห็นแก่ตัวแย่งกันขึ้นเรือชูชีพอันจำกัดแบบเรือไททานิคด้วย เลยกลายเป็นว่าพี่ Mark Wahlberg แทบไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากเอาตัวเองให้รอดเพื่อกลับบ้านไปเจอลูกเมีย ช่วยเจ้านายและเพื่อนร่วมงานคนสนิทคนสองคนให้รอดด้วย ก็แค่นั้น สรุปซีนระเบิดผ่านไปอย่างแทบไม่มีเรื่องเล่าอะไร นอกจากขายภาพแท่นน้ำมันระเบิดซึ่งสมจริงอย่างน่ากลัว

     

    โดยสรุป Deepwater Horizon เป็นหนังที่เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก เพราะเขาคงอยากเล่าจากเหตุการณ์จริงจริง ๆ นั่นแหละ คำให้การของ Mike Williams ตัวจริงเขาพูดว่ายังไง หนังก็เล่าแค่นั้น ไม่ได้เน้นขยี้ดราม่ารุนแรงหรือดีงามน้ำตาไหลแต่อย่างใด ตัวละครไม่เป็นที่จดจำแม้แต่พระเอกซึ่งควรจะเป็นฮีโร่ของเรื่อง

    แต่สิ่งที่เป็นพระเอกของเรื่องจริง ๆ เลยคือ แท่นขุดเจาะน้ำมันใหญ่ยักษ์สมจริงและฉากระเบิดเพลิงไหม้ที่จัดเต็มตูมตามไม่ปรานีใครนี่แหละ ที่เลอค่าแก่การดู IMAX โดยไม่รู้สึกเสียดายตังค์แน่นอน