ค้นหาหนัง

Zack Snyder's Justice League จัสติส ลีก {สไนเดอร์คัท} (2021) HBO [พากย์ไทย บรรยายไทย]

Zack Snyder's Justice League จัสติส ลีก {สไนเดอร์คัท} (2021) HBO [พากย์ไทย บรรยายไทย]  เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : Zack Snyder's Justice League จัสติส ลีก {สไนเดอร์คัท} (2021) HBO [พากย์ไทย บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์: Zack Snyder's Justice League จัสติส ลีก {สไนเดอร์คัท} (2021)
    ผู้กำกับภาพยนตร์: Zack Snyder
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Jerry Siegel, Joe Shuster
    นักแสดง: Henry Cavill, Ben Affleck, Gal Gadot
    แนว/ประเภท: แอ็คชั่น , ผจญภัย , แฟนตาซี
    ความยาว:
    วันที่ฉาย: 18 มีนาคม 2564


     

     

    สำหรับ Justice League กำกับโดย แซ็ค สไนเดอร์  {Snyders Cut} เป็นการเล่าเรื่องหลังจากเหตุการณ์เสียสละของ ซูเปอร์แมน (เฮนรี่ คาวิลล์) ที่กอบกู้โลกจากหายนะที่เหล่าวายร้ายอย่าง สเต็ปเปนวูล์ฟ เดอซาด และดาร์คซายด์ ก่อขึ้น ทำให้แบทแมน (เบน แอฟเฟล็ก) ต้องขอความช่วยเหลือจาก วันเดอร์ วูแมน (กัล กาด็อต) เพื่อรวมทีมยอดมนุษย์ในการผนึกกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูและต่อสู้กับมหันตภัยร้ายครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง แต่การรวมทีมเหล่าฮีโร่ที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่าง แบทแมน, วันเดอร์ วูแมน, อควาแมน (เจสัน โมมัว), ไซบอร์ก (เรย์ ฟิชเชอร์) และ เดอะ แฟลช (เอซรา มิลเลอร์) อาจสายเกินไปสำหรับการกอบกู้โลกจากเหล่าร้ายที่บุกจู่โจมในครั้งนี้


     

IMDB : tt12361974

คะแนน : 8.2

รับชม : 8374 ครั้ง

เล่น : 3952 ครั้ง



  •  

    ตัวหนังยังคงเค้าโครงเดิม แต่ระหว่างทาง การเล่าเรื่องตัวหนังนั้นสามารถตอบคำถามที่เรา งง เรา ไม่เข้าใจหนังเวอร์ชันก่อนหน้าได้ทั้งหมด รวมถึงเข้าใจตัวละครได้ดีมากขึ้น มีเหตุผลมากขึ้น จุดเปลี่ยนหลายๆอย่างในเรื่องก็สมเหตุผล รวมถึง ตัวร้ายมีมิติมากขึ้นเยอะ ดีขึ้นเยอะในหลายส่วน แต่ก็ต้องบอกว่าเค้าโครงก็เหมือนเดิม แต่มันคือความสมบูรณ์แบบครับ เนื้อเรื่องนั้นเล่าแบบละเอียด ให้เวลาแต่ละตัวละครให้เราได้รู้จัก เข้าใจตั้งแต่เริ่มแรก จนถึงตอนจบ เนื้อเรื่องเลยทำออกมาได้เนียน ไหลลื่น และมีความธรรมชาติมากขึ้น ช่วงแรกจะเน้นปูตัวละคร ไปช่วงหลังถึงจัดเต็ม เนื้อเรื่อง เนื้อหา การเล่าเรื่องเลยไม่ใช่ปัญหาอีกแล้วใน เรื่องนี้ ทำให้เราเข้าใจและมีส่วนร่วมมากขึ้นเยอะจุดนี้ถือว่า Zack เองทำได้ดี ด้วยเวลาเล่าเรื่อง 4 ชั่วโมงเลยทำให้มันเคลียร์ทุกข้อสงสัยไปได้ทั้งหมดเลยจริงๆครับ และยังคงแทรก Easter Egg และ ตัวละครที่แฟนๆ DC หลายๆคนน่าจะชอบกันใส่เข้ามาให้เล็กน้อยในตัวหนังเรื่องนี้  และตัวหนังมีความจริงจัง โหดเลือดสาดเวลาโดนโยน โดนฆ่า และหลายๆฉากบอกเลยว่า ดุดันกำลังดีและสมจริง

     


    นักแสดงนั้นแน่นอนว่าเป็นชุดเดิม การแสดงอะไรต่างๆนั้นดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่มีมุขตลกแบบฝืดๆของ Joss ใส่เข้ามา แต่มันมีความสดใส และมุขแบบตัวเองที่ไม่ต้องยัดเข้ามามาก ผ่านทางการแสดงและแววตาของแต่ละตัวละครได้ดี ทั้งตัว Henry เอง หรือแม้แต่ ben affleck , Erza , Jason , Gal gadot , และ Ray Fisher เองก็ตามเพราะว่า ตัวหนังมันส่งให้นักแสดงเล่นได้ดีมากขึ้น เข้าขากัน แต่ละตัวละครมี คาแรคเตอร์แตกต่างกันเข้ากันได้ดี ไม่แปลกใจว่านักแสดงหลายๆคนถึงบ่นกันในเวอร์ชันก่อนหน้า โดยเฉพาะ Ray cyborg ของเรานั้นเองครับ ตัวหนังมันคนละเรื่องเลยจริงๆ และนักแสดงรอบนี้คือ เล่นได้ดี เข้าขากัน เป็นธรรมชาติมากครับไม่ได้ตั้งใจให้มันสดใสเกินไป รวมถึง Joker Jared Leto ของเราบอกเลยว่า แสดงแค่ไม่กี่ช่วงของเรื่องนี้ ดีกว่า Suicide Squad จริงๆครับ ฝีมือสุดๆ และ Zack เองดึงในเรื่องนี้ออกมาได้ดี ทำให้ชุดนักแสดงเรื่องนี้เราประทับใจมากขึ้นในหนังเรื่องนี้ การรวมพลังต่อสู้ แบ่งกันสู้ โยนให้แต่ละคนสู้แบ่ง Airtime ของแต่ละตัวละครได้ลงตัวมากๆไม่มีใครเด่นเกินหรือด้อยเกิน
     


    งานภาพ การทำสี อัตราส่วนภาพ และ มุมกล้อง ZACK คือที่สุดของการทำงานภาพแล้ว ทั้งเรื่องของโทนสี ความสวยงาม ความอาร์ตของภาพนั้น ดีขึ้นจากเวอร์ชั่นก่อนแบบจัดเต็ม ภาพโทนหม่นๆแต่ก็สวย CG เนียนตาในตัวละครบ้าง แต่ฉากหลายๆอันอาจจะดูลอยๆครับตามงบของมัน แต่ตัวละคร ตัวร้าย CG เนียนกริ้บมากจริงๆครับ บอกเลยว่างานภาพไม่ผิดหวัง และเทพมากขึ้น แถมใช้งานอัตราส่วนแบบ 4:3 เป็นแนวตั้งแบบจอทีวีสมัยก่อน หรือ คล้าย IMAX 70MM ทำให้มันมีขอบข้างๆเป็นปกตินะครับแต่ถ้าดูในโรงคือเต็มตามากๆแน่นอน และเรื่องของ เสียงเพลงประกอบ แน่นอนว่าดูจริงจัง ดูตื่นเต้นกว่าของ joss เยอะมาก ไม่การ์ตูนแล้ว แต่ก็มีบางช่วงที่แอบขัดๆอยู่บ้างครับ จุดนี้ Junkie XL คนทำเพลงนั้น รู้สึกว่าไม่ได้ดีเหมือนเรื่องก่อนหน้าซักเท่าไร แอบคิดถึง Hans Zimmer เล็กๆครับ
     


    ขอแอบเทียบ สัดส่วนของหนัง และโทนสี และตัวละครตัวร้ายทั้งหมดจะเห็นว่าของ Zack เองนั้นเป็นอัตราส่วนแบบสูง คล้ายกับสี่เหลี่ยมจัตุรัสครับ และโทนภาพมีความหม่นๆ รวมถึงมีเลือด มีฉากนองเลือด แต่ของ Joss เองนั้นตัดหายไปหมดครับไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว รวมถึงโทนภาพไม่ได้สีสดใสเกินไป และที่สำคัญเลยคือตัวร้ายในภาพแรกนั้น STEPPENWOLF เองคนละเรื่องกับในหนังของ Joss เลยครับ ของ Joss เป็นเหมือนลุงใส่หมวก สีสันสว่าง พูดมาก CG ไม่เนียนเท่าไร แต่พอมาเป็นของ Zack นั้น งานภาพสวย เกราะเท่กว่าเดิม โทนสีแววตาจริงจัง และ ไม่พูดมากแต่มีความโหดเยอะมากๆกว่าเดิม และงานออกแบบนั้นแตกต่างกันแบบคนละขั้ว และมีหลายๆฉากที่ปรับเปลี่ยนไปเยอะ ทั้งมุขตลก การล้มทับกันของ The Flash และอีกหลายๆส่วนได้หายไปหมดในเวอร์ชั่นของ Zack ครับ
     


    ทำให้เรื่องนี้เป็นหนัง ฮีโร่ ที่มีความ อลังการ มีความยิ่งใหญ่ ไม่แพ้อีกค่ายเลยจริงๆ ทั้งการต่อสู้ ฉากต่างๆนั้นบอกเลยว่า Justice League ของ Zack ได้ยกระดับไปอีกขั้นของหนัง ฮีโร่ DC และ คนละขั้วกับเวอร์ชัน 2017 ของ Joss ชัดเจนครับ บอกเลยว่าลืม 2017 ไปให้หมด และให้นับแต่เรื่องนี้เป็นภาคต่อของ BVS จะลงตัวที่สุดครับ Zack ได้เติมเต็มความฝันของ แฟนๆ และทำหนังรวมฮีโร่ออกมาได้ดีมากดีที่สุดของค่ายแล้ว และยิ่งใหญ่มากเรื่องนีง