ค้นหาหนัง

A Classic Horror Story สร้างหนังสั่งตาย (2021) [บรรยายไทย]

A Classic Horror Story สร้างหนังสั่งตาย (2021) [บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : A Classic Horror Story สร้างหนังสั่งตาย (2021) [บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์: A Classic Horror Story สร้างหนังสั่งตาย (2021)
    ผู้กำกับภาพยนตร์: Roberto De Feo, Paolo Strippoli
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Lucio Besana, Roberto De Feo, Paolo Strippoli
    นักแสดง: Matilda Anna Ingrid Lutz, Francesco Russo, Peppino Mazzotta
    แนว/ประเภท: สยองขวัญ, ดราม่า, ลึกลับ
    ความยาว:
    วันที่ฉาย: 14 กรกฎาคม 2021



     

    A Classic Horror Story | สร้างหนังสั่งตาย เป็นเรื่องราวของกลุ่มผู้โดยสารและคนขับรถรวม 5 คน เดินทางด้วยกันด้วยการเรียกใช้บริการรถคาร์พูล โดยรถที่ใช้เป็นรถบ้าน จุดหมายปลายทางคือตอนใต้ของอิตาลี ซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลการเดินทางที่แตกต่างกัน เอลีซ่า (แสดงโดย มาทิลดา ลุตซ์) ต้องการเดินทางไปพักอยู่กับพ่อแม่ของเธอ, ฟาบราซิโอ้ (แสดงโดย ฟรานเชสโก รุสโซ) ต้องการเดินทางไปเรียนภาพยนตร์ และชอบบันทึกทุกอย่างลงอินสตราแกรม, ริคาโด้ (แสดงโดย เป็ปปิโน่ มาซซอตต้า) เป็นหมอต้องการเดินทางไปหาครอบครัว, มาร์ก (แสดงโดย วิลล์ เมอร์ริค) และ โซเฟีย (แสดงโดย ยูเลีย โซโบล) คู่รักที่กำลังเดินทางไปงานแต่งงานของเพื่อน ระหว่างเดินทางในตอนกลางคืน เพื่อหลบซากสัตว์ที่ตายกลางถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนเข้ากับต้นไม้ แต่เมื่อตื่นเช้ามาทุกคนต้องตกใจเมื่อถนนหายไป และพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ มีแต่บ้านร้างไร้ผู้คน ตั้งเดียวดายอยู่กลางป่า ในบ้านมีซากหัวและเขากวางแขวนอยู่ที่กำแพง พวกเขาได้พบกับความประหลาดทั้งในบ้านและในป่าแห่งนี้ สรุปแล้วพวกเขามาอยู่ในป่าแห่งนี้ได้อย่างไร แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากรถชนต้นไม้? พวกเขาจะสามารถเดินทางไปถึงปลายทางได้หรือไม่ ต้องไปติดตามชมกัน


     

IMDB : tt12877640

คะแนน : 5.9

รับชม : 1622 ครั้ง

เล่น : 492 ครั้ง



  •  

     หนังเรื่องนี้สมชื่อ A Classic Horror Story เพราะความสยองขวัญและเนื้อเรื่อง มีการอ้างอิงมาจากหนังสยองขวัญชื่อดังหลาย ๆ เรื่อง เช่น The Texas Chainsaw Massacre และ Friday the 13th หนังเรื่องนี้รวมเอาความคลาสสิคของการเป็นหนังสยองขวัญไว้ครบ อย่างฉากที่แสนเรียบง่าย ทั้งฉากในบ้าน โต๊ะกินอาหาร ฉากในรถบ้าน ฉากการตายแบบทรมานและน่าสยดสยอง ปริศนาของการติดกับกลางป่าและการเอาตัวรอด ถึงจะเป็นหนังสยองขวัญแต่ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีโมเมนต์ตลกขำ ๆ เสียดสีอะไรแบบ Scream หรือ Scary Movie เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เป็นหนังสยองขวัญจริง ๆ ถึงจะมีโมเมนต์เสียดสีอยู่บ้างแต่ไม่ขำนะ เนื้อเรื่องโดยรวมทำได้ดี การผูกปม การดำเนินเรื่องเพื่อหาทางเอาตัวรอด การไขปมทำได้ดี  ถึงแม้จะอ้างอิงหนังสยองขวัญหลายเรื่อง แต่ตอนจบ ประมาณ 20 นาทีท้ายของเรื่องถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองค่อนข้างสูง ให้คะแนนตอบจบของเรื่อง 8.5/10 เลย

     

     

    A Classic Horror Story

       

     
    นักแสดงนำมาทิลดา ลุตซ์ ทำได้ดีในบท เอลีซ่า สาวสวยเรียนเก่ง แต่กำลังจะทำสิ่งผิดศีลธรรม เพราะปัญหาการเงินของครอบครัว เมื่อต้องมาเผชิญหน้าเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่ยังคงมีสติ ฮึดสู้ ยืนหยัดเพื่อเอาชีวิตรอด ทั้งฉากร้องไห้ รันทด ต่อสู้ มาทิลดาเอาอยู่ เธอจัดเสิร์ฟมาให้แบบจัดเต็ม ดูแล้วได้ความรู้สึกอึดอัด สะใจ และก็โล่งใจ ส่วนตัวละครตัวอื่น ๆ นั้นบทบาทไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก 


     

    นางเอกยืนในป่า จากเรื่อง สร้างหนังสั่งตาย     


    ฉากที่ผู้เขียนประทับใจการแสดงของมาทิลดา มีด้วยกันหลายฉากแต่ชอบที่สุดเป็นซีนหัวเราะตอนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ รู้สึกว่าเธอหัวเราะได้สะใจมาก จนสงสัยว่าถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์นั้น มันคงอยากจะหัวเราะออกมาอย่างนั้นจริง ๆ  ให้คะแนนนักแสดงนำมาทิลดา 10/10

     


    ในการดำเนินเรื่องช่วงแรก ส่วนตัวคิดว่าใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะถึงจุดระทึก สักประมาณ 30 นาทีแรกเป็นช่วงเวลาทำความรู้จักตัวละครแต่ละตัว สร้างปมให้คนดูสงสัย ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น มีใครในกลุ่มน่าสงสัยไหม ซึ่งระยะเวลาช่วงแรกนี้อาจจะค่อนข้างนานไปสักนิด หากคาดหวังความสยองขวัญสุด ๆ แบบที่ต้องปิดตา ปิดเสียง ทนดูไม่ได้ มีการทรมานอันน่าสยดสยอง อวัยวะจะขาดแหล่ไม่ขาดแหล่ จะตายไม่ตาย จะรอดไม่รอด ในเรื่อง A Classic Horror Story ก็มีนะแต่ไม่ได้เยอะมากจนต้องปิดตาตลอด 


     

    บ้านกลางป่า ดูหลอน     


    แต่ความหลอนความน่ากลัว ของเรื่องมีอย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัย แค่ตัวบ้านไม้ร้างกลางป่าก็ดูหลอนจนบอกตัวเองว่า ถ้าเจอบ้านแบบนี้กลางป่า อยู่ให้ห่าง ๆ ดีกว่า เพราะมองด้านนอก ตัวบ้านก็ดูหลอนคล้ายสัญลักษณ์ปีศาจหน่อย ๆ แล้ว แต่ถ้าคาดหวังฉากหลอนสะดุ้ง อะไรทำนองนั้น เรื่องนี้อาจจะไม่ได้มีให้เยอะ เพราะดูเหมือนจะเน้นที่ตัวเนื้อเรื่อง ให้คะแนนความน่ากลัว 7.5/10



    ภาพฉากที่เป็นกลางวันก็ดูสดใส มีชีวิตชีวา ให้ความหวังท่ามกลางความหดหู่ ยกตัวอย่าง ตอนที่ทุกคนเจอกับบริเวณทิ้งซากรถ ดูมีความหวัง แสงสี ดูสวย ดูเป็นบริเวณที่จะใช้เป็นที่ทิ้งซากรถกลางป่าจริง ๆ ตอนดูยังแอบคิดว่า เวลาเห็นป่ายาวต่อกันแบบไม่สิ้นสุด เราแทบจะไม่รู้เลยว่าตรงกลางป่า อาจจะมีคนเอาซากรถไปทิ้งรวมกันไว้ก็ได้ 


     

    A classic Horry Story ฉากซากรถ


    ภาพกลางคืนก็ดูสยองขวัญ ไม่อยากให้ถึงตอนกลางคืน ยิ่งฉากรวมตัวกันของทุกคน ท่ามกลางเวที มีแสงสีแดง พร้อมหมอกควันต่าง ๆ ทั้งสีแดงสีขาว เพิ่มความหลอน ความเหมือนจริงให้กับหนังได้อย่างดี แต่ไม่ใช่ทุกฉากจะดูเหมือนจริง มีบ้างบางฉากที่คิดว่า เรื่องจริงมันไม่ใช่อย่างนี้หรอก ใครจะทำกันอย่างนี้ แต่ไม่ได้มีเยอะมาก เลือกมองข้ามเพื่อให้เรื่องดำเนินต่อไป เพราะเนื้อเรื่องก็น่าสนใจพอ ๆ กับความสยองขวัญ ให้คะแนนภาพและความเหมือนจริง 8/10


     

    ความทรมานของนางเอก

       

    เอฟเฟกต์และดนตรีประกอบดูมีความหลอน เหมือนจริง ให้คะแนน 8/10 ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้านักแสดงให้ช้ำเลือดช้ำหนอง เสื้อเปื้อนเลือด หน้ากากของตัวร้ายที่ดูเขย่าประสาท การจัดฉากสถานที่ แสงสี ดนตรีประกอบ เสียงไซเรน เสียงแมลงวัน ให้ความหลอน ดูแล้วสยอง อึดอัด อยากไปไกล ๆ จากตรงนั้น ก็ถือว่าเป็นหนังสยองขวัญอิตาลีที่มีความเป็นตัวเองพอสมควร ถึงแม้จะมีบางฉากที่เลียนแบบฮอลลีวู้ด



    นักแสดงชาย ใน A Classic Horror Story

         

    เนื้อเรื่องน่าติดตาม ให้ 8/10 เนื้อเรื่องที่ต้องคลายปม ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แล้วมีตัวละครให้สงสัยว่า คนนี้แหละ มีอะไรแปลก ๆ แต่ไม่รู้ว่าแปลกยังไง แต่รู้ว่าแปลก ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามต่อไปว่า ใช่อย่างที่คิดไว้ไหม แล้วเรื่องทั้งหมดมันคืออะไร ซึ่งหนังไม่ทำให้ผิดหวัง ผูกปม แก้ปมได้ไม่คาใจเท่าไร่นัก ยอมรับว่าเป็นผลงานสยองขวัญของอิตาลีเรื่องแรกที่เคยดู ก็ถือว่าสอบผ่าน ทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ 

         

    ตอนท้ายหนังแอบมี Gimmick การล้อเลียนตัวเอง ยกตัวอย่าง เสื้อที่นักแสดงนำชายใส่ มีคำว่า Spoiler ตอนท้ายมีการตั้งชื่อแพลตฟอร์ม สตรีมมิ่ง ว่า bloodflix สะท้อนความนิยมของระบบสตรีมมิ่ง


     

    ความหลอนน่าติดตาม


    ให้คะแนนในการรับชมโดยรวม 8/10 หนังเรื่องนี้น่าจะถูกใจคอหนังสยองขวัญอยู่บ้าง ทั้งการดำเนินเรื่อง เนื้อเรื่อง ภาพ นักแสดงนำ และตอนจบที่มีความเป็นตัวของตัวเองอย่างคาดไม่ถึง แถมเดาแถบไม่ออกเลย สุดท้ายก็ขอแสดงความยินดีกับผู้กำกับ โรแบร์โต เด เฟโอ และ เปาโล สตริปโปลี ที่ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ในงาน Taormina Film Fest 67 ในประเทศอิตาลี สามารถรับความสยองขวัญเขย่าประสาทจากหนังเรื่อง A Classic Horror Story สร้างหนังสั่งตาย

     

    รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ A Classic Horror Story