ค้นหาหนัง

I'm Thinking of Ending Things อยากให้เธออยู่ดูตอนจบด้วยกัน (2020) [ บรรยายไทย ]

I'm Thinking of Ending Things อยากให้เธออยู่ดูตอนจบด้วยกัน (2020) บรรยายไทย เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : I'm Thinking of Ending Things อยากให้เธออยู่ดูตอนจบด้วยกัน (2020) [ บรรยายไทย ]

    ชื่อภาพยนตร์ : I'm Thinking of Ending Things อยากให้เธออยู่ดูตอนจบด้วยกัน
    แนว/ประเภท : Drama,  Thriller
    ผู้กำกับภาพยนตร์ : Charlie Kaufman
    บทภาพยนตร์ : Charlie Kaufman,  Iain Reid
    นักแสดง : Jesse Plemons,  Jessie Buckley,  Toni Collette
    วันที่ออกฉาย : 4 September 2020

     

     

    หญิงสาวเดินทางด้วยรถไปกับแฟนหนุ่มที่ขับฝ่าพายุหิมะเพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่ของเขาที่บ้านนอก แต่ที่น่าตกใจ น่าฉงน และสุดท้ายฉุดอารมณ์เศร้าเหงา มาจากรายละเอียดอันแปลกประหลาด เช่นการที่ชายหนุ่มเหมือนจะอ่านใจแฟนของตนได้ หรือการที่พ่อแม่ของเขา กลายร่างเป็นคนหนุ่ม คนแก่ สลับไปมาอย่างไร้คำอธิบาย หรือการที่ฝ่ายหญิงพูดเปลี่ยนไปมาว่าตนเองกำลังเรียนอะไร หรือทำงานอะไร (ทั้งนักฟิสิกส์ นักกวี จิตรกร) ก่อนที่สุดท้าย การเดินทางกลับด้วยรถฝ่าพายุหิมะที่ยังไม่หยุด จะพาตัวละครหลักทั้งสองกลับไปยังโรงเรียนมัธยมเก่าของฝ่ายชาย ที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำทับซ้อน

     

    I'm Thinking of Ending Things | Netflix Official Site

IMDB : tt7939766

คะแนน : 7.5

รับชม : 1987 ครั้ง

เล่น : 430 ครั้ง



  •  

     

    แม้ I’m Thinking of Ending Things  จะเป็นหนังที่ดัดแปลงจากนิยายสั่นประสาทเรื่องดัง และได้รับคำชมในปี 2016 ของ เอียน รี้ด (มีแปลในฉบับภาษาไทย ในชื่อว่า “อยากให้เธออยู่ดูตอนจบด้วยกัน” โดย สำนักพิมพ์น้ำพุ) แต่ก็ปฏิเสธไมได้ว่า ชื่อของผู้กำกับอย่างชาร์ลี คอฟแมน นั้นกลับกระตุ้นความสนใจกับคอหนังมากกว่า และเขาก็เปลี่ยนแปลงงานชิ้นนี้ให้กลายเป็นงานแบบของตนเองโดยสมบูรณ์

     

    หากจะกล่าวถึงคนเขียนบทชาวอเมริกันที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในปลายต้นทศวรรษที่ 2000s ชื่อของ ชาร์ลี คอฟแมน จะต้องถูกยกขึ้นมาเสมอ ด้วยผลงานที่เขาร่วมงานกับ สไปค์ จอนซ์ ผู้กำกับมิวสิควิดีโอชื่อดัง อย่าง Being John Malkovich(1999), Adaptaion(2002) และหนังที่เขาเขียนร่วมกับผู้กำกับ มิเชล กอนดรี้ กับ ปิแอร์ บิสมัทธ์ อย่าง Eternal Sunshine of the Spotless Mind(2004) ซึ่งทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขาบทดั้งเดิมมาครอง รวมไปถึงผลงานที่เขาเป็นผู้กำกับและเขียนบทเองอย่าง Synecdoche, New York(2008) งานที่ทะเยอทะยานที่สุดของเขาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแม้จะไม่ได้ผลตอบรับด้านรายได้ แต่ก็กวาดคำชมอย่างมาก ติดสิบอันดับจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ และทำให้เขาได้รับรางวัลหนังยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องแรก ของ Independent Spirit Award รางวัลของวงการหนังอิสระของอเมริกา โดยในปี 2012 นิตยสารภาพยนตร์ชื่อดังจากอังกฤษ Sight & Sound  ยังยกให้หนังเรื่องนี้ติดหนึ่งในสิบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาลอีกด้วย

     

    จุดเด่นในงานบทหนังของคอฟแมนที่มีเสมอมาคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนของเราเอง ด้วยไอเดียแหวกแนวที่คนๆ หนึ่งสามารถเข้าไปควบคุมร่างและจิตใจของดารามีชื่ออย่าง จอห์น มัลโควิช ได้ หรือสะท้อนภาวะตีบตันของคนเขียนบทในวงการฮอลลีวู้ด ผ่านการแสดงแบบคู่แฝดของ นิโคลัส เคจ ผ่านบทสนทนาแบบตลกร้ายที่สะท้อนให้เห็นว่าตัวตนของมนุษย์เรานั้นสูญหาย และเลื่อนไหลง่ายดายแค่ไหน ซึ่งสร้างชื่อให้เขาในฐานะคนที่เขียนบทหนังแนวเหนือจริง(Surrealism) ให้กลายเป็นหนังทำเงิน และได้รับคำชมวงกว้างได้ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาจนสิ่งที่เล่าถูกนำเสนออย่างลุ่มลึก ซับซ้อนขึ้น และยังเน้นประเด็นความเสื่อมถอย ชราภาพในชีวิตมากขึ้น ในงานที่เขากำกับเอง ส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไมได้ว่ามาจากอายุของคอฟแมนนั่นเองที่ปัจจุบัน 61 ปีแล้ว และผ่านความผิดหวังในชีวิตมาไม่น้อยในฐานะคนเขียนบทโทรทัศน์ที่ถูกปฏิเสธผลงาน และมีงานที่ไม่เป็นที่รู้จักเกือบสิบปี กว่าจะมีชื่อก็ตอนเขาอายุขึ้นเลขสี่แล้ว

    รีวิว I'm Thinking of Ending Things จุดจบความสัมพันธ์ในโลกสีหม่น 2

     

    ในการเขียนบทดัดแปลงครั้งแรกอย่าง I’m Thinking of Ending Things  ลายเซ็นดังกล่าวของเขาก็ยังอยู่ครบ และอาจจะเรียกว่าเขาหนักมือชนิดไม่ประนีประนอมใดๆ กลายเป็นงานที่ท้าทายคนดูที่สุดเรื่องหนึ่งของปี

    หากจะให้เล่าเรื่องย่อของหนังนั้นดูเผินๆ ก็เป็นเรื่องพื้นๆ นักศึกษาสาวด้านควอนตัมฟิสิกส์คนหนึ่ง (เจสซี่ บัคลี่ย์) ตัดสินใจนั่งรถเดินทางกับเจค (เจสซี่ พลีมอนส์) แฟนหนุ่มที่เพิ่งหากันได้เพียงเจ็ดสัปดาห์ เพื่อไปหาพ่อแม่ของเขาในชนบทอันห่างไกล แม้ว่าเธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะจบความสัมพันธ์กับเขา ด้วยความรู้สึกว่าเรื่องราวระหว่างเธอกับเขาไม่มีความคืบหน้า เต็มไปด้วยความรู้สึกน่าเบื่อหน่าย

     

     

    รีวิว I'm Thinking of Ending Things จุดจบความสัมพันธ์ในโลกสีหม่น 3

     

    …แต่เพียงผ่านช่วงแรกหนังก็เผยให้เห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่หนังตื่นเต้นเขย่าขวัญทั่วไป, ไม่ใช่หนังโรแมนติค หรือหนังชีวิตใดๆ เพราะตลอดยี่สิบนาทีแรก หนังก็พาเราไปพบกับบทสนทนายืดยาวระหว่างชายหญิงที่บนรถยนต์ท่ามกลางพายุหิมะที่ตกโปรยปราย สลับกับความคิดในใจที่ไม่กล้าพูดของเธอ ตั้งแต่บทกวีของ วิลเลียม เวิร์ดเวิร์ธ การพูดงานเขียนที่แสนเศร้ารำพึงถึงการกลับบ้านที่ไม่ได้มีความสวยงามของหญิงสาว ละครเวทีในอดีตที่ชายหนุ่มเคยดูสมัยก่อน หรือเหตุการณ์ประหลาดชั่ววูบหนึ่งที่หญิงสาวเห็นชิงช้ากลางไร่รกร้างว่างเปล่า ที่หากปรากฏในหนังเรื่องอื่น ก็อาจเป็นได้ทั้งเรื่องที่ไม่มีความสลักสำคัญ หรือถูกเน้นย้ำให้ชัดขึ้นในเวลาต่อมา หากในหนังเรื่องนี้กลับถูกเล่าขึ้นมาเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่จะมาประกอบร่างรวมกันในท้ายที่สุดเมื่อหนังจบ

    ความท้าทายคนดูยังรวมถึงการใส่กิจวัตรของตัวละครภารโรงประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งแทรกเข้ามาตั้งแต่ต้นเรื่อง บางครั้งก็สอดรับกับเรื่องเล่าในวัยเด็กของเจคไม่น้อย รวมไปถึงหนังที่เขาดูซึ่งมีเรื่องราวสอดคล้องกับความรักของหญิงสาวกับเจค เขาเกี่ยวพันอะไรด้วยกันแน่ ?

    ครึ่งเรื่องหลังหนังยังคงตอกย้ำว่านี่คืองานที่เดินเรื่องด้วยบทสนทนาเต็มที่ชนิดไม่ประนีประนอมคนดูระหว่างคู่รักปัญญาชน หญิงสาวกับเจคเดินทางกลับเข้าเมือง พร้อมการพูดคุยสารพัดเช่นเดิมตั้งแต่ ภาพยนตร์อิสระเรื่องดัง A Woman Under the Influence ของ จอห์น คาสซาเวเทส ในปี 1974 ที่ถูกเธอวิพากษ์ในมุมมองใหม่ว่ามันถูกยกย่องด้วยเรื่องเดิมๆ หรือบทเพลงดังในอดีตอย่าง Baby, It’s Cold Outside ที่ถูกโจมตีว่าเป็นเพลงมีนัยยะหวังจะข่มขืนหญิงสาว ฯลฯ ที่กินเวลาบนรถยาวนานเป็นสิบนาที ก่อนจะจบด้วยการหักมุมที่ไร้คำอธิบายที่แน่ชัด

หนังแนะนำ GOVMOVIE