ค้นหาหนัง

ดูหนัง Driven (2001) เร่งสุดแรง แซงเบียดนรก เต็มเรื่อง

ดูหนัง Driven (2001) เร่งสุดแรง แซงเบียดนรก เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : ดูหนัง Driven (2001) เร่งสุดแรง แซงเบียดนรก เต็มเรื่อง

    เรื่องย่อ : Driven (2001) เร่งสุดแรง แซงเบียดนรกจิมมี่ ไบล์ (คิพ พาร์ดูว์)

    จิมมี่ ไบล์ (คิพ พาร์ดูว์) นักแข่งมือใหม่ที่มีพรสวรรค์ แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล กำลังตกอยู่ภายใต้แรงผลักดันจาก เดอมิลล์ (โรเบิร์ต ฌอน ลีโอนาร์ด) พี่ชายผู้เป็นโปรโมเตอร์ ด้วยความผิดหวัง จิมมี่ จึงหันไปมีความสัมพันธ์กับ โซเฟีย ซิโมน (เอสเทลล่า วอร์เรน) แฟนสาวของคู่แข่งของเขาเอง ซึ่งเป็นนักแข่งรถ มือหนึ่งนามว่า โบ บราเดนเบิร์ก (ทิล ชไวเกอร์) เพราะปัญหามากมายของ ไบล์ นี่เอง จึงทำให้เจ้าของทีมอย่าง คาร์ล เฮนรี่ (เบิร์ต เรย์โนลด์) ไปขอความช่วยเหลือจากโจ แทนโต้ (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) อดีตมือหนึ่ง ที่เส้นทางอาชีพต้องปิดลงภายหลังจากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ดีการที่จะผลักดัน ไบล์ ให้ขึ้นสู่จุดสูงสุดได้นั้น แทนโต้ ต้องแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้ได้เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการลบภาพความกลัวในอดีต การหลบหนี การตามตื๊อ ของนักข่าวสาว ลูครีเทีย แคลน (สเตซี่ เอ็ดเวิร์ดส์) หรือแผลคาใจระหว่างเขากับ เคธี่ (จีน่า เกอร์ชอน) อดีตภรรยาที่ปัจจุบันแต่งงานกับนักแข่งรถคู่แข่งที่ชื่อ เมโม ฮีกาย (คริสเตียน เดอ ลา ฟอนเต้) ตกอยู่ท่ามกลางความสำเร็จ, ความล้มเหลว, ความผิดหวัง และความเร็ว นักแข่งทั้ง 4 ถูกบีบให้ ต้องไล่ล่า หาเกียรติยศ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

IMDB : tt0132245

คะแนน : 4.6

รับชม : 2642 ครั้ง

เล่น : 984 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



  • DRIVEN...นิยามแห่งชัยชนะของลูกผู้ชายในโลกความเร็ว

    ภาพลักษณ์ของ Sylvester Stallone ที่เหล่าคอหนังส่วนใหญ่จะคุ้นเคยคือ

    "ดาวบู๊ค้างฟ้าแห่งโลกมายา"

    หรือภาพที่คุ้นเคยในบท "ร็อคกี้"และ "แรมโบ้"

    ฉะนั้นคงจะยากถ้าเขาลองพลิกบทบาทไปเล่นแนวอื่นดูบ้าง ทั้งแนวตลกโศกเศร้า เคล้าน้ำตาบ้าน้ำลาย ซึ่งบางเรื่องก็ใช้ได้ ขณะที่บางเรื่องก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะภาพนักบู๊มันติดตายากที่จะสลัดคราบออกไปให้หมด


    วันนี้ขอพูดถึงหนังที่สตอลโลนต้องการฉีกแนวไปจากเดิม  ซึ่งแกจับมือกับ  Renny Harlin ที่เคยร่วมงานในหนังเรื่อง Cliffhanger ซึ่งคราวนี้ทั้งสองเล่าเรื่องราวดราม่าแห่งโลกความเร็ว ในชื่อเรื่อง "Driven (เร่งสุดแรง แซงเบียดนรก)" ออกฉายในปี2001

    เรื่องราวเล่าผ่านการแข่งของลูกผู้ชายที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กับความเร็ว 250ไมล์/ชม. ผ่านสนามแข่งสุดโหด20สนาม เพื่อหาผู้ชนะเพียง 1เดียว โดยเส้นเรื่องคล้ายคลึงกับ RUSH อัดเต็มสปีดที่เคยเขียนไปเมื่อคราวที่แล้ว เป็นสปีดดราม่า ที่เล่าเรื่องราวทั้งในและนอกสนาม

    จิมมี่ บลาย นักแข่งดาวรุ่งพุ่งแรงที่คนในวงการต่างคาดหวังให้เขาเป็นว่าที่แชมป์คนต่อไป ซึ่งเขาชนะมาแล้วถึง 5 นัด โดยมีคู่ปรับคนสำคัญคือ โบ บอนเดนเบิร์ก แชมป์เก่าที่ต้องป้องกันแชมป์ในปีนี้ ซึ่งทั้งคู่ต่างขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด

    จิมมี่ มีพี่ชายชื่อ เดอมิลล์ เป็นผู้จัดการที่เข้มงวดกับเขา คอยสั่งเขาให้ทำนุ่นนี่นั่น โดยไม่สนว่าน้องชายจะเป็นอย่างไร จนกลายเป็นความกดดันสะสมที่ทำให้เขาไม่มีสมาธิในการแข่งขัน ขณะที่โบ ต้องยอมเลิกกับ โซเฟีย แฟนสาวของเขาโดยมุ่งชัยชนะจนเกินไป

    ในการแข่งที่มิชิแกน จิมมี่ พลาดท่าให้กับโบจนได้ ซึ่งทำให้ คาร์ล เฮนรี่ เจ้าของทีมจอมเก๋าต้องการหาใครซักคนที่จะปลุกไฟในตัวของบลาย และหวยลงล้อคที่นักแข่งวัยเกษียณอย่าง โจ แทนโท่ (บทป๋าสไลนเขาล่ะ ฮา)


    โจ ถูกเรียกตัวจาก คาร์ลให้มาเป็นนักแข่งทีมสอง คอยสอนและแนะนำให้บลาย ตลอดการแข่งขันซึ่งดูเหมือนพี่ชายของบลาย จะไม่ปลื้มที่จะให้คนนอกมาแนะนำ (พี่ชายสนแต่กำไรมากว่าชัยชนะ) ขณะเดียวกันโจก็ต้องเจอปัญหาจาก เคธี่ อดีตภรรยาสุดฮอตที่ชอบจิกกัดโจไม่เลิก และโทษว่าชีวิตพังเพราะเขา ก่อนที่เธอจะคบกับแฟนเด็กอย่าง เมมโม่ นักแข่งทีมสองคนก่อน

    ตั้งแต่โจเข้ามา เขาก็ได้มอบบทเรียนล้ำค่า ให้กับนักแข่งหนุ่มทั้งสองคนให้เขาใจถึงชีวิต โดยเฉพาะ บลาย ที่อยู่มาวันหนึ่งเกิดของขึ้น ก่อนจะควบม้าศึกแล้วซิ่งอาละวาดบนถนน สร้างความวุ่นวายจนโจต้องไล่ล่าเขา
    สุดท้ายเขาได้มอบสิ่งหนึ่งให้กับบลาย
    นั่นคือ ถ้วยรางวัลใบแรกจากการแข่ง ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาได้สนุกกับมันโดยปราศจากความกดดัน เหตุเพราะเขาสนุกที่จะได้ขับเมื่อลงสนามทุกครั้ง


    มาถึงจุดนี้  คงมีหลายคนที่แย้งกลางคันว่า มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะไม่ว่าแข่งสนามเล็กหรือสนามใหญ่ ความกดดันคือสิ่งที่คู่กับคำว่าแข่งขันแต่ความจริงความกดดันมันคือสิ่งสมมุติที่เราสร้างขึ้นมา แต่จริงๆแล้วคู่ต่อสู้ที่ถือว่าเก่งที่สุด คือ "ตัวเราเอง"
    คำคมที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ ไม่ว่าการแข่งจะชนะหรือไม่ เมื่อจบฤดูกาล
    ต่อให้นายไม่ชนะ นายจะพบกับตัวตนที่แท้จริง

    จิมมี่ บลายจึงต้องพิสูจน์ตัวเอง เพื่อพบคำตอบของนิยามคำว่าชัยชนะที่แท้จริง
    แม้ว่าหนังจะไม่ประสบความสำเร็จในด้านคำวิจารณ์และรายได้ แต่ก็เป็นอีกแนวที่ป๋าสไลน
    พยายามจะสลัดให้หลุดจากบทเดิม (เคยรับบทเป็นนักแข่งตอนเล่น Death Race2000) ซึ่งอย่างน้อยแกก็ยังคงอยู่ในภาพของร็อคกี้ แต่เป็นร็อคกี้ฉบับรถซิ่งนี่เอง
    จุดเด่นของหนังคือฉากรถซิ่งที่หลุดมาจากสนามแข่ง แต่ในส่วนดราม่ายังมีบ้างที่เนื้อหายืดเยื้อเกินไป แต่โดยรวมก็ใโอเคในระดับหนึ่งครับ.....

    ป.ล. พอดีเขียนสั้นไปนิด เพราะยังปวดแขนซ้ายอยู่ครับ เลยไม่อยากฝืนครับ