ค้นหาหนัง

เอหิปัสสิโก Come and See (2021) ภาพยนตร์สารคดี

อหิปัสสิโก Come and See (2021) ภาพยนตร์สารคดี เต็มเรื่อง
หมวดหมู่ :
  • เรื่องย่อ : เอหิปัสสิโก Come and See (2021) ภาพยนตร์สารคดี

    ชื่อภาพยนตร์:  อหิปัสสิโก Come and See (2021)
    ผู้กำกับภาพยนตร์:  ณฐพล บุญประกอบ
    ผู้เขียนบทภาพยนตร์: -
    นักแสดง: -
    แนว/ประเภท: สารคดี
    ความยาว: 1 ชม. 25 นาที
    วันเข้าฉายในประเทศไทย: 6 เมษายน 2021





    สำรวจอย่างเป็นกลางถึงมุมมองต่าง ๆ ต่อเหตุการณ์ในปี 2560 เมื่อพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวพันกับคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผ่านการสัมภาษณ์ฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายต่อต้าน รวมถึงสัมภาษณ์มุมมองของนักวิชาการที่มาตั้งข้อสังเกตต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานความเชื่อ ความศรัทธา และหาคำตอบถึงบทบาทของศาสนาและความเชื่อในสังคมไทย


     

IMDB : tt10985730

คะแนน : 8

รับชม : 631 ครั้ง

เล่น : 178 ครั้ง



  •  

    หลายคนคาดหวังว่า นี่จะเป็นสารคดีเปิดโปงวัดพระธรรมกาย แต่ที่จริงแล้วกลับทำหน้าที่เปิดประตูให้คนได้เข้าไปรู้จักวัดแห่งนี้จากมุมมองอันหลากหลาย ทั้งผู้ที่ศรัทธา ไม่ศรัทธา และเลิกศรัทธา รวมถึงนักวิชาการ และภาพจากข่าวที่เคยเห็น เรียงร้อยผ่านทางสายตาของผู้กำกับ ณฐพล บุญประกอบ อีกชั้นหนึ่ง

     



    ความสนุกของ ‘เอหิปัสสิโก’ อยู่ที่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งความเห็นที่ต่างกันและความขัดแย้งในใจของผู้ชม

    สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นตลอดการดูก็คือความคิดที่ว่าถึงแม้ผู้ที่ศรัทธาในวัดจะมีความต้องการจะต่างกันไปบ้าง แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกคนต้องการความสุข ถ้าไม่ใช่ในชาตินี้ก็ชาติหน้า และวัดพระธรรมกายให้ความสุขนั้นได้ในหลายรูปแบบ

    วัดได้สร้างสังคม ‘ยูโทเปีย’ หรือ ดินแดนในอุดมคติ ที่ทุกคนพูดจาดี สุภาพต่อกันเสมอ แต่งกายเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน ทุกคนช่วยกันดูแลสถานที่ให้ทุกที่สะอาดเรียบร้อย ทุกอย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่การเดินแถวของผู้คนในวัดไปจนการจัดวางของ

     



    ด้วยสิ่งนี้เอง สังคมในวัดอาจเป็นสังคมในฝันของใครหลายคน นอกจากความสุขที่เกิดทางกายแล้ว วัดสามารถสร้างความสุขทางใจที่มาพร้อมกับความหวังสำหรับวันพรุ่งนี้ ด้วยแนวคิดที่ว่าบุญที่ทำไปจะตอบแทนคืนกลับมาในรูปแบบของชีวิตที่ดีขึ้น หรือชาติหน้าที่กำหนดได้

    สารคดีก็ยังคงพาให้เราเห็นแนวคิดที่ยังคงน่าสงสัย ซึ่งเป็นด้านที่อาจจะเปลี่ยนยูโทเปียเป็น ‘ดิสโทเปีย’ หรือ ดินแดนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของยูโทเปียได้เช่นกัน แต่ความน่าสนใจคือการที่ด้านที่ชวนตั้งคำถามนั้น ไม่ได้ถูกนำเสนอจากฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามเท่านั้น แต่หลายอย่างก็มาจากตัวผู้ศรัทธาเอง

     



    นอกจากนี้ ‘เอหิปัสสิโก’ ยังเปรียบเทียบให้เห็นว่าที่จริงธรรมกายก็ไม่ได้ต่างกับวัดอื่น มีการบริจาค มีการกราบไว้บูชาพระพุทธรูป ทำกิจกรรมต่างๆที่สะท้อนให้เห็นนรกกับสวรรค์ แต่ชัดเจนกว่ามีระบบการสะสมบุญที่เป็นเหมือนขั้นบันได ไต่ขึ้นไปได้ตามระบบทุนนิยม คล้ายกับการเล่นเกมเก็บแต้มในแต่ละด่าน ซึ่งจะมีภารกิจต่างกัน ทำมากก็ได้บุญมาก เมื่อมีบุญมากก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งง่ายต่อการทำและการเข้าใจ ชวนให้นึกถึงคำพูดที่ใคร ๆ ก็อาจคุ้นเคยตั้งแต่เด็กจนโต คือ ‘ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว’ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนจะเชื่อโดยง่าย ตัวสารคดีทำให้เราคิดถึงความสัมพันธ์แบบธรรมกายในหลายสถาบัน ชนิดที่เราเองก็ไม่เคยเชื่อมโยงมาก่อน บางทีมันอาจอยู่รอบตัวมากกว่าที่เราคิด

     



    ผู้ชมถูกย้ำเตือนตลอดว่ากำลังได้รับฟังความจริงที่ถูกเลือกสรรและตัดต่อมาอย่างดีแล้ว การเตือนนี้เกิดจากการกล่าวถึงจากบุคคลในเรื่อง เสียงของผู้กำกับที่ผู้ชมจะได้ยินแทรกมาในบางฉาก ซึ่งทำให้อารมณ์คล้ายกับเวลาได้ฟังการเล่าข่าว ที่เป็นการเล่าความจริงผ่านมุมมองของใครคนหนึ่ง และ ‘เอหิปัสสิโก’ ก็ถูกเล่าได้สนุก ชวนระทึกเหมือนได้ดูภาพยนตร์สืบสวนเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยการลำดับภาพ และเสียงเพลงที่คอยเร้าใจผู้ชมตลอดเรื่อง

     

     

     

     



    ‘เอหิปัสสิโก’ จึงไม่ใช่สารคดีที่มีคำตอบชัดเจนเสียทีเดียวสำหรับทุกคำถามเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อธรรมชโย หรือคดีของวัด หรือบอกว่าเราควรคิดอย่างไรกับสังคมที่เราอยู่ แต่เป็นการเชิญชวนให้มาดู มาเห็น เพื่อให้ผู้ชมตัดสินใจเองว่าควรจะ ‘โอปะนะยิโก’ หรือน้อมรับอะไรเข้ามาไว้ในใจตนเองเมื่อเวลา 85 นาทีของสารคดีหมดไป

หนังแนะนำ GOVMOVIE